บทที่ 3 จะรักพี่ก็ต้องมาสายเซ็กซี่ (3)
ภัทรนนท์เหลือบดูเวลามาสี่ห้าครั้งแล้วยังไม่เห็นแม้เงาของคนที่นัดเอาไว้ แค่วันแรกหล่อนก็มาสายเสียแล้ว เหตุผลคือเขาไม่อยากให้ใครค่อนขอดเอาได้ว่าสุดที่รักเข้ามาฝึกงานที่นี่โดยใช้เส้นสาย ซ้ำยังทำตัวมีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นด้วยการเข้าทำงานสาย ในขณะที่พนักงานคนอื่นๆ ต้องอยู่ในกฎระเบียบที่ใช้ร่วมกัน
ชายหนุ่มวางโทรศัพท์ที่หยิบขึ้นมาเพื่อโทร.หาสุดที่รัก เพราะเหลือบมองไปยังบานประตูแล้วเห็นรุ้งลาวัลย์เดินเข้ามาในห้องพร้อม
สายตาที่สอดส่ายมองหาใครบางคน
"ไหนคะเด็กฝึกงานของคุณ พอดีรุ้งมีงานจะให้ช่วยน่ะค่ะ จะได้ให้คนสอนงานไปพร้อมๆ กัน"
ยังไม่ทันที่ภัทรนนท์จะโต้ตอบ บานประตูก็ถูกเปิดพรวดเข้ามาพร้อมเสียงที่แทรกขึ้นจากทางด้านหลัง บ่งบอกถึงความเหนื่อยหอบจนเสียงสั่นตามจังหวะการหายใจ
"ขะ ขอโทษค่ะที่มาสาย"
สุดที่รักยิ้มเจื่อนเมื่อสายตาสองคู่โฟกัสมาทางตนพร้อมๆ กัน เหมือนเวลาถูกหยุดเอาไว้เพราะไร้ซึ่งเสียงตอบรับใดๆ กลับมา ทำราวกับว่าหล่อนคือตัวประหลาดที่ทะเล่อทะล่าหลงทางเข้ามาแทรกกลางช่วงเวลาส่วนตัวของคนสองคน
'คิดว่าเส้นใหญ่แล้วจะมาสายก็ได้ยังงั้นเหรอ’
นั่นคือความคิดในใจรุ้งลาวัลย์ ขัดกับภายนอกที่หล่อนแสดงออกมาเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายนั้นเด็กใคร
"สวัสดีจ้ะ"
รอยยิ้มเป็นมิตรส่งไปให้คนที่ยืนกัดฟันยิ้มอยู่หน้าประตู ก้าวขาไม่ออกเพราะกลัวกับสายตาของคนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะทำงาน เขาไม่พูดอะไรออกมาสักคำ มีเพียงแววตาที่คนมองสัมผัสได้ว่าเขากำลังตำหนิกันทางสายตาแน่นอน
"ปลากริมมาแล้ว ให้รุ้งพาไปเริ่มงานได้เลยมั้ยคะ"
"คุณออกไปก่อนรุ้ง วันนี้ผมจะให้ปลากริมอยู่ที่นี่ ส่วนงานด่วนของคุณก็หาคนอื่นทำแทนไปก่อนก็แล้วกัน ตอนยังไม่มีปลากริม
ก็ช่วยกันได้ไม่ใช่เหรอ"
'คุณภาม...นี่คุณ!’
รุ้งลาวัลย์เอียงหน้ามองเจ้านายอย่างไม่เข้าใจ หล่อนนิ่งอึ้งไปไม่เป็นกับการที่เขาไม่ตามใจ และหล่อนไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องให้สุดที่รักอยู่กับเขาในห้องนี้เพียงลำพังตั้งหนึ่งวัน
"แต่..."
"แยกย้ายไปทำงานได้แล้ว ผมยุ่งอยู่เห็นไหม"
เขาแสร้งเอาเรื่องงานมาบังหน้าเพื่อหาเรื่องอยู่กับยายเด็ก
นักศึกษาไร้ความรับผิดชอบ นั่นคือสิ่งที่อยู่ในใจรุ้งลาวัลย์ ดูเหมือนว่าแค่วันแรกก็เริ่มก่อเกิดความหมั่นไส้เล็กๆ ขึ้นมาเสียแล้ว เพียงเพราะสุดที่รักรู้จักกับบอสของตนเป็นการส่วนตัว
หล่อนยอมเดินออกไปแบบไม่สู้เต็มใจนัก หากแต่ว่าก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้...สุดที่รักหลีกทางให้อีกฝ่ายเปิดประตูออกไป และเพียงลับร่างนั้น บรรยากาศก็ห่มคลุมด้วยความเงียบทันที
"จะยืนตรงนั้นอีกนานมั้ยฮึ!"
สุดที่รักสะดุ้งเล็กน้อยกับเสียงเข้มบ่งบอกถึงความไม่พอใจ เขาคงจะตำหนิที่ตนมาสาย คิดพลางค่อยๆ ย่องเข้าไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของพี่ชายเพื่อนที่วันนี้ดำรงสถานะเจ้านาย
"พี่ภามมีอะไรจะให้ช่วยเหรอคะ ถึงให้ปลากริมอยู่ที่นี่"
"ไปชงกาแฟให้กินหน่อยสิครับ ถ้าชงกาแฟเป็นแล้วเราค่อยมาคุยกันเรื่องงานในลำดับถัดไป"
"แล้วนั่น..."
หล่อนมองไปยังแก้วกาแฟที่วางอยู่บนโต๊ะ และดูท่าว่าเขาจะยังไม่ได้จิบมันเลยด้วยซ้ำ แต่เขากลับใช้ให้หล่อนไปชงใหม่ แววตาสื่อถึงความสงสัยทำให้ปลายนิ้วแกร่งดันจานรองแก้วให้เลื่อนออกห่าง บอกเป็นนัยๆ ว่าเขาอยากลองชิมกาแฟจากฝีมือของเธอ
"ไม่เอาทรีอินวันนะ พี่ชอบดื่มกาแฟดริป"
คนฟังยิ่งงงเข้าไปใหญ่ ดริปคืออะไรไม่เคยรู้จัก แล้วเขาชงกันอย่างไรนั้นหล่อนทำไม่เป็น ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องเริ่มอย่างไร
เมื่อเห็นหล่อนยืนงงกลอกตาไปมา คนออกคำสั่งแสร้งยกมือ
ขึ้นปิดปากเพื่อซ่อนรอยยิ้มกริ่มที่เผลอตัวแสดงออกมา ยามนี้อารมณ์โกรธคลายลงไปและเขาเองก็เพิ่งนึกได้ว่าต้องโกรธที่หล่อนไร้วินัย มันมีอารมณ์อยากแกล้งเข้ามาแทนเพียงเพราะเห็นท่าทีงกๆ เงิ่นๆ ของยายแว่นจอมเชยในสายตาของตน
"ไปสิครับ ยืนรออะไร หรือว่าไม่พอใจที่พี่ใช้ให้ชงกาแฟ"
"มะ ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ"
หล่อนรีบแก้ตัว ครั้นจะบอกความจริงว่าไม่รู้จักกาแฟดริปก็อายเขาเหลือเกิน กลัวเขาจะมองว่าตนนั้นเชยสิ้นดีที่ไม่รู้ว่าโลกเขาหมุนกันไปถึงไหนต่อไหนบ้างแล้ว และที่สำคัญ การอยู่ต่อหน้าผู้ชายที่ใจคิดลึกซ้ำยังโปรไฟล์ไม่ธรรมดา คือความประหม่าที่ทำให้เกร็งจนไม่อยากแสดงอะไรที่ทำให้เขาต้องหัวเราะให้กับความเฉิ่มเชยของตน
"อย่าช้านะ ร่างกายอยากได้คาเฟอีนจนมือไม้สั่นไปหมดแล้ว"
เสียงเขาตะโกนไล่หลัง ด้านหลังฉากกั้นที่มีทั้งตู้เย็นและเครื่องทำน้ำร้อนพร้อมสรรพ สุดที่รักเดินมาเมียงมองยังโต๊ะที่มีเครื่องชงหลากหลายรสชาติวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ หล่อนพยายามมองหากาแฟที่เขาบอก แต่แล้วจู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ในวินาทีสุดท้าย ใครบางคนที่อยู่ไกลแสนไกลต้องช่วยตนได้ คิดพลางหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าสะพายแล้วส่งไลน์ไปยังปลายทาง เพื่อขอความช่วยเหลือเป็นเคสเร่งด่วนในวินาทีจวนเจียน
