บทที่ 7 จะรักพี่ก็ต้องมาสายเซ็กซี่ (7)

ยามค่ำคืนของเมืองที่ไม่เคยหลับจากแสงไฟสาดส่องในซอกมุมร่องหลืบ ปอร์เช่ดำเด่นเงาวับต้องแสงไฟริมทางแทรกเบียดเสียดกับรถราที่แน่นขนัดบนท้องถนนเพื่อมุ่งหน้าสู่จุดหมาย ปลายทางคือโรงแรมที่เป็นจุดนัดหมายในค่ำคืน กลิ่นหอมสดชื่นที่อบอวลอยู่ภายในห้องโดยสาร เสียงเพลงที่ดังคลอเบาๆ และแอร์เย็นๆ ช่วยคลายความน่าเบื่อจากสภาพเดิมๆ ที่หลีกหนีไม่พ้น แต่...ในเวลาเช่นนี้ บรรยากาศแบบนี้ กลับมีบางคนชอบมัน เพียงเพราะเหตุผลเดียว เหตุผลที่จะได้ชิดใกล้แม้จะเป็นได้แค่ความฝันเล็กๆ ก็ตาม

เสียงร้องคลอตามเบาๆ จนกลมกลืนไปกับเสียงต้นฉบับในเครื่องเล่น ดังมาจากคนขับที่กำลังปลดปล่อยอารมณ์ให้โลดแล่นไปกับเสียงเพลง มันคือสิ่งเดียวที่เขาจะไม่หงุดหงิดจากรถที่ติดยาวเหยียด...สุดที่รักเหลือบมองเสี้ยวหน้าคมคร้ามที่ไม่เคยเลยสักครั้งที่เขาจะหันมาสบตากับเธอ สองมือนุ่มประสานอยู่บนหน้าตักแล้วถูกันไปมาเพื่อลดอาการเกร็ง ในท่วงทำนองเสียงเพลงขับกล่อม สายตาของเขาเอาแต่จับจ้องไปบนหนทางข้างหน้ามากกว่าหันมาคุยกับตน

เหมือนเขาจะรู้ได้ด้วยเซ้นส์ว่าคนข้างกายกำลังนั่งเหงา รอยยิ้มเล็กๆ ผุดพราวเพราะรู้ว่าหล่อนทั้งเกร็งและประหม่าจนไม่กล้าให้เสียงเล้ดลอด เป็นครั้งแรกที่เขาพาหล่อนนั่งรถมาด้วยกันสองต่อสอง แถมเป็นช่วงเวลาที่สุ่มเสี่ยงเหลือเกิน

"เคยไปไหนมาไหนกับผู้ชายแบบนี้หรือเปล่า"

หญิงสาวขยับท่านั่งแก้เขิน เมื่อจู่ๆ เขาก็ชวนคุยหลังจากปล่อยให้นั่งฟังเพลงมาเสียนาน

"ไม่เคยค่ะ ปกติถ้ากลับบ้านมืดก็จะนั่งแต่แท็กซี่ค่ะ"

"เป็นผู้หญิงนั่งแท็กซี่กลางค่ำกลางคืนอันตรายรู้มั้ย ทำไมไม่หาคนรู้ใจไว้รับส่งสักคนล่ะครับ"

'ถ้าผู้ชายดีๆ หาง่ายขนาดนั้นก็ดีนะสิ คงมีแต่ในนิยายมั้งคะ’

หล่อนคิดในใจแต่ไม่กล้าพูด เขาคงลืมนึกไปว่าผู้ชายดีๆ ที่เข้ากันได้จะมีสักกี่คนที่เดินสวนทางมาให้ได้สบตา และที่ผ่านมาหล่อนไม่เคยโฟกัสที่จุดนั้น คิดเพียงแต่เรื่องเรียนเพื่อให้ทางบ้านสบายใจ

"แล้วที่มากับพี่ ไว้ใจเหรอครับว่าจะไม่พาไปที่อื่นน่ะ"

"ก็พี่ภามเป็นคนพูดเองว่าอย่างปลากริมน่ะไม่อยู่ในสายตาหรอก ก็เลยเชื่อว่าคงจะไว้ใจได้แน่นอน เพราะพี่ก็คงเห็นปลากริมเป็นน้องคนหนึ่งเท่านั้น"

"แต่คนเราก็รู้หน้าไม่รู้ใจนะครับ บางคนหน้าใสๆ แต่ก็ไว้ใจได้หรือเปล่าไม่รู้"

"ปลากริมโทร.บอกที่บ้านแล้วว่าเจ้านายพาไปเลี้ยงข้าว ที่บ้านเห็นเป็นพี่ภามก็เลยยอมให้มา เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นก็ตามตัวง่ายหน่อยค่ะ"

เขาหัวเราะออกมาเบาๆ กับถ้อยคำขู่ฟ่อ และในช่วงจังหวะที่รถติดไฟแดง หญิงสาวต้องนั่งเกร็งกลั้นหายใจเมื่อจู่ๆ เขาก็โน้มกายเข้ามาใกล้ มือข้างหนึ่งยื่นมาดึงยางรัดผมออกราวขัดตากับมันเสียเหลือเกิน

"ไหนลองปล่อยผมดูสิครับ เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าเราน่ะทำทรงนี้แล้วดูเหมือนป้าชะมัด ผมสวยๆ ก็ต้องปล่อยอวดสายตา จะเก็บซ่อนมันเอาไว้ทำไม"

จอมบงการสอดปลายนิ้วไปตามเส้นผมเรียบลื่นมีน้ำหนัก จับปลายให้สยายออกจัดแต่งเป็นทรงให้คลอเคลียอยู่บนไหล่ เขาชอบเวลาหล่อนปล่อยผม เพราะผมของหล่อนสวยเงางามมีน้ำหนัก อาจเป็นเพราะเจ้าตัวไม่เคยทำอะไรที่เป็นการนำสารเคมีเข้าสู่เส้นผมเลยสักครั้งเดียว

"ก็ปลากริมถนัดทำแบบนี้ ไม่ชอบก็เรื่องของพี่ภาม"

หล่อนพูดคล้ายน้อยใจที่เขาควงมาแล้วก็คอยแต่จะบงการให้เป็นอย่างที่เขาชอบ อยากที่จะเปิดประตูรถแล้วหนีไปขึ้นแท็กซี่ แต่ก็ไม่กล้าเพราะกลัวว่าเขาจะมองว่าตนนั้นเป็นผู้หญิงขี้งอนที่น่ารำคาญ

"พูดแค่นี้ก็ทำงอนเป็นเด็กสิบขวบไปได้ ก็แค่บอกให้ว่าต้องปรับปรุงอะไรบ้างผู้ชายถึงจะหันมามอง"

"ถ้าหาไม่ได้เพราะไม่เซ็กซี่ หน้าอกไม่ได้ล้นทะลักทิ่มตา ปลากริมก็จะขออยู่เป็นโสดไปจนตาย ไม่เห็นจะแคร์ถ้าไม่มีแฟน"

"จริงเหรอ"

คนฟังหัวเราะออกมาพลางไล่สายตามาหยุดอยู่ที่ช่วงบน สายตาที่ทำเอาหล่อนถึงกับยกมือปิดบังเนินเนื้อตามสัญชาตญาณป้องกันตัว...เขาขำอะไร หรือหล่อนพูดในสิ่งที่แปลกประหลาดใจ คิดพลางถอดแว่นออกแล้วเสียบไว้ตรงกลางสาบเสื้อ ถลึงตามองเจ้าของสายตากรุ้มกริ่มด้วยความข้องใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป