บทที่ 8 จะรักพี่ก็ต้องมาสายเซ็กซี่ (8)

แวบหนึ่งนั้นที่ภัทรนนท์เหลือบสบตากับคนข้างกาย เหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้เขาไม่อาจละสายตาไปจากกรอบหน้ารูปไข่นั้นได้...ท่ามกลางแสงไฟสาดส่องสลัวไม่ชัดเจน หากแต่ว่าดวงตาสีน้ำตาลของหล่อนกลับโดดเด่นต้องแสงกลางคืนจนสะกดให้เขาจับจ้องมองอย่างสนเท่ห์ แววตาที่สุกปลั่งสวยราวภาพวาดชวนให้ใหลหลง หล่อนซ่อนเร้นอำพรางเอาไว้หลังเลนส์แว่นสายตามาเนิ่นนาน

"แล้ว...เอ่อ เคยถูกผู้ชายทำแบบนี้ไหม"

ภัทรนนท์งงตัวเองไม่น้อยที่ถามอะไรแบบนั้นออกมา ใบหน้าคมคร้ามโน้มเข้าไปใกล้จนสุดที่รักสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนที่ผ่อนออกมา...จูบ! เขากำลังจะทำในสิ่งที่มโนไกล คิดพลางเอี้ยวหน้าหนีฝ่ามือร้อนที่สอดรั้งมายังท้ายทอย ปลายนิ้วเรียวจิกลงบนซีกหน้าข้างขวาของเขาแล้วออกแรงครูดปลายเล็บฝังรอยลงบนผิวเนื้อหนุ่ม...มันได้ผล เสียงเขาสูดปากออกมาเบาๆ แล้วผละออกห่างเมื่อเจอสัญชาตญาณป้องกันตัวของเธอ

"ซี๊ดดด"

"พี่ภามจะทำอะไร!"

ฝ่ามือแกร่งลูบไปตามรอยเจ็บบนผิวแก้มที่หล่อนฝากเอาไว้ เขาสะบัดศีรษะไล่ความสับสนอยู่หลายที นึกด่าตัวเองในใจว่าทำไมจึงแสดงอะไรแบบนั้นออกมา

"มะ เมื่อกี้น่ะเหรอ อ๋อ สงสัยพี่จะเครียดจากรถติดน่ะ สารเคมีในสมองก็เลยเกิดความผิดปกติ ทำให้แสดงอะไรที่ไม่ใช่ตัวเองออกมา โรคไม่รู้ตัวเฉียบพลันน่ะ เคยได้ยินไหมครับ"

เขามั่วจนสีข้างถลอก พร้อมกับคิดในใจอย่างคาดโทษ ยายแว่นจอมแสบฝากรอยเจ็บเอาไว้ แล้วเขาจะกล้าเอาหน้าหล่อๆ ไปเสนอหน้าบนเวทีร้องเพลงได้อย่างไรนั้น มันคือสิ่งที่ทำให้เครียดขึ้นมาทันที

"มั่วไปเรื่อย ใครเชื่อก็บ้าแล้ว"

"นั่นไง แสดงว่าไม่ได้เรียนมาน่ะสิเรา"

"ถ้าไบโพล่าร์ล่ะก็เชื่อ"

"บ้าเหรอ พี่ไม่ได้หนักขนาดนั้น"

"ปี๊นๆๆๆ"

ทั้งสองต้องสะดุ้งแล้วหันไปมองด้านหลัง เมื่อเสียงบีบแตรดังลั่นเพราะไฟเขียวนานแล้ว แต่พอร์ชดำเด่นกลับขวางทางชาวบ้านไม่ยอมขยับจนรถคันหลังติดกันเป็นแถวยาว

"ไอ้บ้าเอ๊ย ตายแล้วรึไงวะ!"

เสียงก่นด่ามาพร้อมเสียงทุบกระจกถี่ๆตามอารมณ์ที่พุ่งพล่านของคนนอกรถ ภัทรนนท์รีบเข้าเกียร์แล้วเหยียบคันเร่งอย่างเร็วรี่ หนีไปจากตรงนี้ก่อนที่จะได้กินลูกปืน

"ฟู่...เกือบตายก่อนวัยอันควรเสียแล้ว คนสมัยนี้อารมณ์ร้อนกันจริง"

ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจโล่งอก สายตาเหลือบมองกระจกส่องหลังเพื่อให้แน่ใจว่าคู่กรณีไม่ได้ตามมา อาศัยความช่ำชองจากวิทยายุทธที่ฝึกขับในสภาพแบบนี้มาหลายปี ใช้ความใจกล้าหน้าด้านซอกแซกเบียดซ้ายปาดขวาแฝงตัวหายไปกับรถราที่แน่นขนัด เพราะไม่อยากมีเรื่องต้องขึ้นโรงพักเสียเวลาทำมาหากิน

สุดที่รักเหลือบมองคนข้างกายอย่างหมั่นไส้ เขายังจะมีหน้ามายิ้มให้ทั้งที่เพิ่งก่อเรื่องจนหล่อนเกือบซวยไปด้วย ความที่ยังเข็ดกับการที่เขาเข้าใกล้ หล่อนจึงขยับกายเสียจนชิดประตู เว้นระยะห่างจากเขาให้มากที่สุดเพื่อความปลอดภัยในการรักษาความบริสุทธิ์ของตัวเอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป