บทที่ 4 ถอนหมั้น 3

"คุณหนู คุณหนูเจ้าคะ"

เฟิ่งอวี่เหิงที่กำลังนั่งนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาอย่างเหม่อลอย ก็ได้ตื่นขึ้นจากภวังค์เพราะเสียงสาวใช้เรียกตนเอง

"มีอะไรหรือ ชินชิน"

"คุณหนูกู่มาหาเจ้าค่ะ"

"ชิงเอ๋อร์มารึ เจ้ารีบไปเตรียมน้ำชากับของว่างมาให้สหายข้าด้วย"

"เจ้าค่ะ" คล้อยหลังสาวใช้ไปก็มีสตรีคนหนึ่งใส่ชุดสีชมพูอ่อนรูปร่างหน้าตาที่งดงามไม่น้อยไปกว่านาง เดินด้วยท่าทางราวกับหงษ์ถึงแม้จะรีบเดินก็ไม่ได้ทิ้งท่าเดินที่สง่างามนั้นเลย

"เหิงเหิง" เสียงไพเราะราวกับดนตรีที่เรียกนางด้วยท่าทางสนิทสนม นางคือกู่ม่านชิงสหายเพียงหนึ่งเดียวของเฟิ่งอวี่เหิง บิดานางเป็นถึงอดีตแม่ทัพใหญ่ถึงตอนนี้จะไม่ได้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพแล้วเพราะพี่ชายนางขึ้นมารับตำแหน่งนี้แทน แม้ว่าพี่ชายของกู่ม่านชิงจะอายุยังน้อยแต่ด้วยความสามารถในการออกรบ ศัตรูที่ได้ยินแค่ชื่อแม่ทัพกู่จิ้นอันก็ยอมถอยทัพแต่โดยดี

"ชิงเอ๋อร์"

"เหิงเหิง ข้ามาหาเจ้าแล้ว เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง"

"ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว ข้าสบายดีเจ้าอย่าได้กังวลไป"

กู่ม่านชิงที่เดินมาถึงก็จับตัวสหายหมุนไปมา ราวกับกำลังหาร่องรอยบาดแผลว่าถูกทำร้ายหรือไม่ จนเฟิ่งอวี่เหิงต้องจับมือสหายนางไว้ให้หยุดหมุน ไม่เช่นนั้นคงไม่หยุดหมุนตัวนางเป็นอย่างแน่นอน

"ชิงเอ๋อร์ ข้าไม่เป็นอะไรจริงๆ หยุดหมุนข้าได้แล้ว เจ้าหมุนข้าจนข้าเวียนหัวไปหมดแล้วนะ"

"ลองเจ้ามีบาดแผลดูสิข้าจะไปจัดการถึงที่เลย ทำไมเจ้าไม่มาชวนข้าไปด้วย ข้าจะไปช่วยฉีกหน้าสตรีไร้ยางอายกับชายผู้นั้น เหอะ! กล้าดียังไง คนหนึ่งก็มีคู่หมั้นอยู่แล้วแต่กลับไปกับสตรีอื่น อีกคนก็รู้ทั้งรู้ว่าท่านอ๋องมีคู่หมั้นอยู่แล้วยังกล้ายุ่งด้วยอีก ข้าไม่ชอบใจเลยจริงๆ เหิงเหิงนะเหิงเหิง แทนที่จะมาชวนข้าไปด้วยกลับไปเพียงคนเดียว เจ้าก็น่าจะรู้ตัวนะว่าเจ้าไม่ทันมารยาของอี้หลิง เหอะ!! หากเจ้าพลาดโดนทำร้ายขึ้นมาเล่า เจ้าจะทำอย่างไรเหตุใดถึงไม่คิดถึงคนที่เป็นห่วงเจ้าบ้าง"

กู่ม่านชิงได้ระบายอารมณ์ออกมาอย่างเก็บไม่อยู่เพราะนึกแค้นแทนสหายของตนเอง เฟิ่งอวี่เหิงที่นั่งฟังอย่างเงียบๆ ก็ได้แต่อมยิ้ม จิบชาดื่มรอระหว่างที่สหายของตนเองกำลังพูดระบายอารมณ์ออกมาจนจบ

"คอแห้งหรือไม่ ดื่มชาก่อนเถิด"

"นี้เจ้ายังมีอารมณ์ขันอีก ข้านะรึเป็นห่วงเจ้าแทบนอนไม่หลับเลยนะ"

เฟิ่งอวี่เหิงเห็นท่าทางของสหายตนที่ทำแง่งอนก็อดขำออกไม่ได้ เมื่อกู่ม่านชิงเห็นว่าสหายของตนมีอารมณ์ขันก็ทำให้ตนเองเบาใจ เพราะเมื่อวานหลังจากได้ยินข่าวลือจากปากคนใช้ของตนเอง ทำเอาแทบนอนไม่หลับเพราะห่วงว่าสหายของตนจะคิดมากเรื่องของอ๋องเจ็ดกับอี้หลิงฟาง จะมาหาตั้งแต่เมื่อวานก็ยามเซินแล้วที่ตนได้ยินข่าวลือเลยได้แต่เก็บความกังวลไว้ พอถึงวันใหม่จึงรีบเดินทางมาหาสหายตนแต่เช้าตรู่

"ข้าไม่เป็นอะไรจริงๆนะ"

"เจ้าแน่ใจนะว่าเจ้าไม่เป็นไร แล้วตอนนี้เจ้ายังเสียใจอยู่หรือไม่"

"ถามว่าเสียใจหรือไม่ ข้าตอบตามจริงว่าข้ายังเสียใจ เสียใจที่ข้ามอบหัวใจให้บุรุษเช่นนั้น เสียใจที่ข้าเคยหลงรักบุรุษเช่นนั้น เสียใจที่ข้ามอบความรักให้กับบุรุษที่ไม่เห็นค่า เสียใจที่เคยหลงเชื่อคำสัญญาที่ลวงหลอก เสียใจที่ทำให้ท่านพ่อท่านแม่ของข้าต้องมาทุกข์ใจเรื่องของข้า ทำให้ท่านแม่ท่านแม่ข้าโดนกล่าวหาไปด้วยว่ามีบุตรีที่ร้ายกาจ ข้ายังเสียใจจริงๆ แต่ข้าไม่มีน้ำตาให้ชายผู้นั้นแล้วชิงเอ๋อร์"

กู่ม่านชิงได้ยินสหายตนกล่าวออกมาก็ดึงสหายของตนมากอดเพื่อปลอบโยนทันที เหตุใดนางจะไม่รู้ว่าเฟิ่งอวี่เหิงรักอ๋องเจ็ดเพียงไหน สหายนางยอมอ๋องเจ็ดทุกอย่างกีดกันสตรีผู้อื่นที่เข้ามาหาคู่หมั้นของตน นางร้ายกับสตรีทุกคน เพียงเพราะอ๋องเจ็ดกล่าวว่าไม่ชอบให้สตรีผู้อื่นจ้องมองดู ร้ายจนตัวเองเป็นเหมือนดั่งนางมารร้ายที่ใครๆเขาลือกัน ทั้งๆที่ไม่ใช่นิสัยของนาง กู่ม่านชิงยังคงกอดเฟิ่งอวี่เหิงไม่ปล่อยพร้อมทั้งกล่าวคำปลอบโยน

"ข้ารู้ สหายข้าเข้มแข็งและงดงามยิ่งกว่าผู้ใด เจ้าอย่าได้เสียใจนานเล่าข้าเป็นห่วง"

"ขอบใจเจ้ามากนะชิงเอ๋อร์ ลำบากเจ้าแล้ว ข้านี้เป็นสหายที่ไม่ได้เรื่องจริงๆ ทำให้เจ้าต้องเป็นห่วงอยู่เรื่อยเลย"

"ไม่เป็นไร เจ้าเป็นสหายเพียงหนึ่งเดียวของข้า ไม่ให้ห่วงเจ้าแล้วจะให้ห่วงผู้ใดกัน"

สตรีงามสองคนคุยกันอย่างอารมณ์ดี ก่อนหน้านี้บรรยากาศดูหดหู่จนปวดใจ แต่ตอนนี้มีชีวิตชีวาขึ้นมาแล้ว เพราะเสียงหัวเราะของสองสาวงามที่ดังมาเป็นระยะๆ ทำเอาคนที่ยืนมองอยู่ใกล้ๆก็พลอยสุขใจขึ้นมาด้วย

"ได้ยินว่าท่านอ๋องประกาศว่าจะแต่งอี้หลิงฟางเข้าเป็นพระชายารองรึ แล้วเจ้าเล่าเหิงเหิง"

"ไม่รู้สิ ข้าไม่ได้สนใจเรื่องของสองคนนั้นแล้ว จะแต่งเป็นชายารองหรือชายาเอก ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับข้าแล้ว"

กู่ม่านชินที่ได้ยินเช่นนั้นเอียงคอสงสัยกับคำพูดของสหายตน

"ไม่เกี่ยวได้อย่างไร เจ้าเป็นคู่หมั้นอ๋องเจ็ดไม่ใช่รึ"

"แต่ก่อนนะใช่ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว"

"...." กู่ม่านชิง

"ท่านพ่อข้าไปทูลขอราชโองการถอนหมั้นกับฝ่าบาทให้ข้าแล้ว"

เพล้งงงงง!

กู่ม่านชิงได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับทำจอกชาตกจากมือของตนเองทันที

"จริงรึเหิงเหิง เจ้าพูดจริงรึ ข้าดีใจกับเจ้าด้วยจริงๆ ในที่สุดเจ้าก็โสดเป็นเพื่อนข้าแล้ว เย้ แล้วนี่ท่านลุงกลับมาจากวังหรือยัง ฝ่าบาทจะทรงออกราชโองการถอนหมั้นให้เจ้าวันไหน วันนี้หรือพรุ่งนี้ ข้าดีใจแทนเจ้าจริงๆ"

เฟิ่งอวี่เหิงเห็นท่าทีของสหายรักตนกับขำออกมา

"เจ้าดีใจเพราะข้าจะเป็นโสดเหมือนเจ้าใช่หรือไม่ชิงเอ๋อร์"

กู่ม่านชิงที่โดนเฟิ่งอวี่เหิงรู้ทันตนก็หัวเราะออกมา จะไม่ให้นางดีใจได้อย่างไร ตั้งแต่ที่เฟิ่งอวี่เหิงหมั้นหมายกับท่านอ๋องฟู่อวิ้นหลง สหายตนก็ไม่มีเวลาให้เลยแม้แต่น้อย

"ฝ่าบาททรงออกราชโองการถอนหมั้นให้อาเหิงพรุ่งนี้"

"ท่านพ่อ///ท่านลุง"

เฟิ่งอวี่เหิงและกู่ม่านชิงที่กำลังพูดคุยกับหันไปตามเสียงทุ้มที่เอ่ยเรื่องหน้ายินดีให้ฟัง

"ลูกคารวะท่านพ่อเจ้าค่ะ"

"หลานคารวะท่านลุงเจ้าค่ะ"

"นั่งลงเถิดชิงเอ๋อร์ ลุงมีเรื่องบอกกล่าวกับอาเหิงเจ้าก็นั่งฟังด้วยสิ"

กู่ม่านชิงพยักหน้าเหมือนไก่จิกข้าวสาร แล้วรีบนั่งลงข้างๆสหายของตนเองทันที

เฟิ่งอวี่เหิงมองสายตาบิดารู้สึกสบายใจ เพราะสายตาของบิดาที่มองมาหาตนนั้น เป็นสายตาที่มีความดีใจอยู่ในนั้น

"อาเหิง ฝ่าบาททรงรับปากว่าจะออกราชโองการถอนหมั้นของเจ้ากับอ๋องเจ็ดในวันพรุ่งนี้"

"จริงหรือเจ้าคะ"

"ย่อมเป็นเรื่องจริง"

สองสาวงามที่ได้ยินแบบนั้นก็กุมมือกันอย่างดีใจ

"ฝ่าบาทยังทรงมีพระเมตตาว่าราชโองการให้เจ้าอีกเรื่องด้วย"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป