บทที่ 5 รับราชโองการ

เฟิ่งอวี่เหิงได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกตกใจ องค์ฮ่องเต้จะออกราชโองการอะไรให้นางอีก ไม่ใช่ว่าเป็นสมรสพระราชทานอีกหรือ เสนาบดีเฟิ่งเห็นท่าทางบุตรสาวของตนเองที่นิ่งไป ก็นึกเอ็นดูขึ้นมา เจ้าคิดไปถึงไหนนะลูกพ่อ จะกังวลเรื่องใดอีกทั้งที่เจ้ามีพ่อคอยปกป้องเจ้าอยู่เช่นนี้ ครั้นเห็นสองพ่อลูกนิ่งไปนาน กู่ม่านชิงก็อดที่จะทักขึ้นมาไม่ได้

"ราชโองการอะไรหรือเจ้าคะท่านลุง"

"ราชโองการให้อาเหิงสามารถเลือกคู่ครองเองได้"

"ท่านพ่อ... ท่านพ่อพูดจริงหรือเจ้าคะ"

เฟิ่งอวี่เหิงถามขึ้นด้วนเสียงสั่นดีใจว่าสิ่งที่ตนได้ยินจากปากบิดานั้นตนไม่ยินไม่ผิดเพี้ยนไป ว่าฝ่าบาททรงให้สิทธิ์ตนได้เลือกคู่ครองเอง

"พ่อจะโกหกเจ้าไปทำไมกัน ฝ่าบาททรงมีพระเมตตาต่อเจ้า ทรงออกราชโองการให้เจ้าสามารถเลือกคู่ครองเองได้ แล้วพรุ่งนี้ก็จะให้ท่านฉินกงกงมาว่าราชโองการให้เจ้าด้วย"

"ท่านพ่อ ลูกดีใจเหลือเกินเจ้าค่ะ"

"ข้าก็ดีใจกับเจ้าด้วยนะเหิงเหิง"

"ขอบใจเจ้ามากนะชิงเอ๋อร์"

"เอาล่ะ ข้าไม่รบกวนพวกเจ้าสองคนแล้ว เชิญคุยกันต่อตามสบายเถิด"

"เจ้าค่ะ//เจ้าค่ะ"

กู่ม่านชิงกุมมือสหายของตนอย่างดีใจ

"เหิงเหิง วันนี้ข้าขอนอนกับเจ้าได้หรือไม่"

เฟิ่งอวี่เหิงเอียงคอสงสัยสหายตน เหตุไฉนวันนี้ถึงเอ่ยปากขอนอนกับนาง

"เจ้าจะมานอนกับข้าทำไมกัน"

"ข้าอยากอยู่ฟังราชโองการกับเจ้า ข้าตื่นเต้นแทนเจ้า อิอิ"

"พรุ่งนี้เจ้าค่อยมาก็ได้"

"ไม่เอา ข้าอยากนอนกับเจ้า ข้ากลัวว่าข้าจะมาฟังราชโองการไม่ทันและข้าก็อยากกินอาหารฝีมือของท่านป้าด้วย ข้าคิดถึงอาหารฝีมือของท่านป้า นะเหิงเหิง ให้ข้านอนกับเจ้านะ"

"เจ้านี้จริงๆ เลย ชิงเอ๋อร์"

เฟิ่งอวี่เหิงได้แต่ยอมใจกับสหายของตนเอง ฟังเหตุผลที่สหายตนเองอ้างขึ้นมาก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนใจ แต่ก็ยินดีที่สหายตนเองมานอนด้วย กู่ม่านชิงเมื่อได้รับอนุญาตจากเจ้าของจวนว่าให้นอนด้วยได้แล้วก็รีบให้สาวใช้ของตนเองกลับไปที่จวนตระกูลกู่ เพื่อไปแจ้งแก่บิดามารดาของตน

ฝั่งอ๋องเจ็ด...

อ๋องเจ็ดกำลังไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อของตนเองหลังจากที่เพิ่งกลับมาจากจวนของอี้หลิงฟาง เพราะว่าเป็นห่วงหญิงสาวของตนที่โดนเฟิ่งอวี่เหิงตบหน้าทำให้ตนถึงกับต้องเรียกหมอหลวงมารักษาเลยทีเดียว เพราะเกรงว่าใบหน้าที่อ่อนโยนหน้าทะนุถนอมนั้นจะเป็นรอย ฟู่อวิ้นหลงได้แต่โมโหที่คู่หมั้นตนเองทำเช่นนั้น ครั้นกำลังจะไปต่อว่าเฟิ่งอวี่เหิงถึงจวนแต่อี้หลิงฟางก็ห้ามตนไว้ก่อน

"ท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันไม่เป็นไรแล้ว อย่าไปต่อว่าคุณหนูเฟิ่งเลยนะเพคะ"

ฟู่อวิ้นหลงได้ยินอี้หลิงฟางกล่าวด้วยท่าทางสะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสารก็ได้แต่เก็บความโกรธเคืองไว้ในอก บุรุษมีหรือจะไม่ใจอ่อนให้กับสตรีที่บอบบางน่าทะนุถนอมเช่นนี้

"ฟางเอ๋อร์ ข้าบอกเจ้ากี่ครั้งแล้วว่าให้เจ้าเรียกข้าว่ายังไง"

"หม่อมฉันเกรงว่าไม่เหมาะสมนะเพคะ ท่านอ๋องอาจโดนนินทาได้นะเพคะ"

"ข้าเป็นคนพูดเองว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ถ้าข้าว่าเหมาะสมก็คือเหมาะสม ผู้ใดจะว่าอะไรได้ และอีกไม่นานเจ้าก็จะได้มาเป็นชายารองของข้า มีอะไรที่ไม่เหมาะสมอีก"

อี้หลิงฟางได้ยินอ๋องเจ็ดพูดว่าจะให้นางไปเป็นชายารอง ก็ทำท่าทางหลบหน้าอ๋องเจ็ดอย่างเขินอายจนแก้มแดง อ๋องเจ็ดเห็นท่าทางเขินอายของว่าที่พระชายารองตนก็อดจะลูบหัวอย่างอ่อนโยนไม่ได้ ทำไมฟางเอ๋อร์ของข้าถึงน่าเอ็นดูนักนะ

"ไหนเจ้าลองเรียกข้าใหม่สิ"

"เอ่ออ...ท่านน...อ..ท่านพี่อวิ้นหลงเพคะ"

"พูดแบบธรรมดาก็ได้ ข้าชอบพูดกับเจ้าแบบธรรมดามากกว่า"

"เจ้าค่ะ ท่านพี่อวิ้นหลง หลิงฟางขอบคุณท่านพี่อวิ้นหลงมากนะเจ้าคะที่เอ็นดูหลิงฟาง" อ๋องเจ็ดได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มอย่างพอใจ

ทั้งสองพูดคุยกันสักพัก อ๋องเจ็ดก็ขอตัวกลับวังเพื่อจะไปทูลขอราชโองการหมั้นหมายกับอี้หลิงฟาง คล้อยหลังอ๋องเจ็ดออกจากจวนตระกูลอี้ อี้หลิงฟางหญิงสาวท่าทางดูอ่อนโยน รูปร่างเปราะบางราวกับจะแตกหักโดยง่าย ที่ผู้ใดเห็นก็รู้สึกอยากทะนุถนอม เปลี่ยนท่าทางเป็นอีกคนทันที จากที่ดูอ่อนโยนก็เป็นแข็งกร้าว สายตาก็เปลี่ยนจากสายตาอ่อนโยนก็เป็นสายตาเย็นชามองไปที่รถม้าของอ๋องเจ็ดที่กำลังเดินทางกลับวังหลวง ซืออี๋เหนียงมารดาของอี้หลิงเฟยที่คอยมองดูตลอดพอเห็นอ๋องเจ็ดไปแล้วก็รีบมาหาบุตรสาวของตนทันที

"เป็นอย่างไรบ้าง"

"ซืออี๋เหนียงเข้าไปคุยกันในเรือนเถิด"

เรือนของอี้หลิงฟาง

อี้หลิงฟางเล่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในวันนี้ให้ซืออี๋เหนียงหรือมารดาของตนฟังทั้งหมด

"ลูกแม่เก่งมาก"

"เพราะมีซืออี๋เหนียงคอยชี้แนะข้าเจ้าค่ะ"

สองสตรีที่พูดคุยกันอย่างอารมณ์ดี

"เจ้าต้องทำให้ท่านอ๋องหลงเจ้าให้มากๆ เข้าใจหรือไม่ อย่าลืมทำแบบที่แม่เคยบอกเจ้า บุรุษก็คือบุรุษ ต่อให้แข็งนอกก็อ่อนในหากเรารู้จุด"

"ซืออี๋เหนียงไม่ต้องเป็นกังวล อ๋องเจ็ดรับปากกับข้าแล้วว่าจะแต่งข้าเป็นพระชายารอง ข้าสะใจนักตอนเห็นสภาพของเฟิ่งอวี่เหิงนั้น!! หึ ซืออี๋เหนียงต้องเห็นสภาพนางตอนที่นางร้องไห้สะอึกสะอื้น แต่อ๋องเจ็ดไม่คิดแม้แต่จะสนใจในตัวนางเลยแม้แต่น้อย"

อี้หลิงฟางนึกเห็นสภาพของเฟิ่งอวี่เหิงก็ยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ หึ รอก่อนเถิดนังเฟิ่งอวี่เหิง ข้าจะแย่งทุกอย่างของเจ้ามาเป็นของข้า ไม่ว่าจะเป็นความรักหรือความโปรดปราณ หรือแม้แต่ชื่อเสียงที่ดีงามอะไรที่เป็นของเจ้า เกี่ยวกับเจ้า ข้าก็จะแย่งจากเจ้ามาให้หมด!

ซืออี๋เหนียงฟังบุตรสาวของตนเล่าความให้ฟังก็หัวเราะออกมาอย่างภูมิใจ อดรู้สึกภูมิใจในตัวบุตรสาวผู้นี้ไม่ได้ไม่เสียแรงที่ลงทุนปีนเตียงนายท่านอี้ กว่าจะได้เป็นอนุคนโปรดต้องใช้สารพัดมารยา ต้องขอบคุณฮูหยินเอกที่นางถือตัวเพราะคิดว่าตนเป็นบุตรของขุนนางเก่าแก่ ไม่สนใจวิธีเอาใจสามีของตนเองเลยแม้แต่น้อย ทำให้นายท่านอี้มีสาวใช้อุ่นเตียงเต็มจวน จนได้มาเจอกับซือจินหรือซืออี๋เหนียงสาวใช้ใจกล้าที่ปีนเตียง แล้วใช้มารยาเอาอกเอาใจนายท่านอี้จนได้เลื่อนมาเป็นอนุคนโปรด ทำให้นางรู้ว่าบุรุษนั้นชอบสตรีเช่นไร

บทก่อนหน้า
บทถัดไป