บทที่ 6 รับราชโองการ 2

วังหลวง หน้าห้องอักษรขององค์ฮ่องเต้ฟู่เหวยหมิง

"ฉินกงกง เปิ่นหวางมาขอเข้าเฝ้าเสร็จพ่อ ไปแจ้งกับเสด็จพ่อให้เปิ่นหวางทีว่ามีเรื่องจะทูลขอ"

"เรียนท่านอ๋อง ฝ่าบาททรงมีรับสั่งว่าวันนี้มิให้ผู้ใดเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ"

"แม้แต่เปิ่นหวางผู้เป็นบุตรของเสด็จพ่ออย่างนั้นหรือ"

"เป็นเช่นนั้น ฝ่าบาททรงมีรับสั่งว่าหากไม่ใช่เรื่องตายห้ามผู้ใดเข้าเฝ้าเด็ดขาดพ่ะย่ะค่ะ"

ฟู่อวิ้นหลงได้ยินที่ฉินกงกงกล่าวถึงกับขมวดคิ้ว เสด็จพ่อเป็นอะไรไป เหตุใดวันนี้จึงไม่ให้เข้าเฝ้ากัน ทั้งที่ตั้งใจว่าจะมาทูลขอให้เสด็จพ่อออกราชโองการสมรสให้แก่ตนกับอี้หลิงฟาง แต่ถ้าหากเสด็จพ่อทรงมีรับสั่งถึงขั้นว่าหากไม่ใช่เรื่องตายห้ามให้ผู้ใดเข้าเฝ้าเด็ดขาด แปลว่าวันนี้เสด็จพ่อคงไม่ต้องการพบผู้ใดจริงๆ เอาเถิด พรุ่งนี้ค่อยมาเข้าเฝ้าใหม่ก็ได้

"หากเป็นความประสงค์ของเสด็จพ่อ เปิ่นหวางก็คงต้องกลับก่อนแล้วจะมาเข้าเฝ้าใหม่วันหลัง ฝากฉินกงกงแจ้งกับเสด็จพ่อให้เปิ่นหวางด้วย"

"ได้พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง กระหม่อมจะแจ้งกับฝ่าบาทให้เอง"

"อืม เปิ่นหวางขอตัวก่อน"

"กระหม่อมน้อมส่งท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ"

หลังจากที่อ๋องเจ็ดจากไป ฉินกงกงก็เข้าไปรายงานกับฮ่องเต้ทันที ฮ่องเต้ที่กำลังเขียนราชโองการอยู่นั้นก็ได้วางพู่กันลงหลังจากที่ได้ฟังขันทีคนสนิทรายงานเรื่องราว

"ที่ให้ไปจับตาดูเจ้าเจ็ดกับคุณหนูตระกูลอี้เล่า ได้เรื่องอะไรมาบ้าง"

"เป็นอย่างที่ฝ่าบาทคิดไว้ไม่ผิด ท่านอ๋องเจ็ดที่มีข่าวลือว่าชอบพอกับคุณหนูตระกูลอี้นั้นเป็นความจริงและชอบพอกันมาได้สักพักแล้ว ทั้งคู่ยังไปไหนมาไหนด้วยกันสองต่อสองทั้งที่มีราชโองการหมั้นหมายอยู่เป็นเหตุทำให้คุณหนูเฟิ่งเกิดการหึงหวงถึงขั้นลงมือพ่ะย่ะค่ะ คุณหนูตระกูลอี้ผู้นี้มีนามว่าอี้หลิงฟางเป็นบุตรของขุนนางอี้ชิงหลางกับอนุซือจิน หลังจากที่คุณหนูเฟิ่งลงมือกับคุณหนูอี้ ท่านอ๋องเจ็ดก็ได้ประกาศต่อหน้าทุกคนที่โรงเตี๊ยมว่าจะแต่งคุณหนูอี้ให้มาเป็นพระชายารองของท่านอ๋องเอง พอหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่โรงเตี๊ยมแล้วท่านอ๋องก็ได้เรียกหมอหลวงไปรักษาคุณหนูอี้ถึงในจวนโดยมีท่านอ๋องคอยอยู่ดูแลไม่ห่าง แต่ทว่าไม่ได้ไปเยี่ยมคุณหนูเฟิ่งเลยพ่ะย่ะค่ะ"

"แสดงว่าที่เจ้าเจ็ดจะมาเข้าเฝ้าข้าคงเป็นเรื่องคุณหนูอี้อย่างแน่นอน สงสัยจะมาร้องขอให้ข้าพระราชทานสมรสให้ หึ"

"กระหม่อมก็คิดว่าเป็นเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ"

"เอาเถิดวันพรุ่งนี้คุณหนูเฟิ่งกับอวิ้นหลงก็จะสิ้นวาสนาต่อกันแล้ว ข้าก็อยากเห็นว่าเจ้าบุตรชายสมองหมูของข้าจะมีท่าทีเป็นเช่นไรเหมือนกัน ยิ่งคิดข้ายิ่งไม่สบอารมณ์ ข้าให้กำเนิดบุตรชายที่สมองหมูเช่นนั้นมาได้อย่างไร หึ!! "

ฉินกงกง "....."

เช้าวันใหม่ปลายยามซื่อรถม้าของวังหลวงก็ออกเดินทางไปยังจวนตระกูลเฟิ่งตามคำสั่งขององค์ฮ่องเต้ทันที บรรดาองครักษ์ที่ยืนอารักขาอยู่หน้าจวน เมื่อเห็นรถม้าของวังหลวงที่กำลังใกล้มาถึงจวน ก็รีบวิ่งเข้าไปรายงานเจ้านายตนให้ทราบ เหล่าใต้เท้าเฟิ่ง เฟิ่งฮูหยิน เฟิ่งอวี่เหิง กู่ม่านชิง ที่กำลังนั่งคุยกันที่ห้องรับรอง ก็รีบพากันไปยังหน้าจวนเพื่อต้อนรับขบวนรถม้าของวัง

ฉินกงกงก้าวลงมาจากรถม้าพร้อมกับราชโองการที่อยู่ในมือตน

"เฟิ่งอวี่เหิงรับราชโองการ..."

เฟิ่งอวี่เหิงได้ยินชื่อของตนก็คุกเข่าลงรับราชโองการทันที

"เฟิ่งอวี่เหิงที่เป็นพระคู่หมั้นคู่หมายของท่านอ๋องฟู่อวิ้นหลง เป็นสตรีที่เพียบพร้อมไปด้วยรูปโฉม ฐานะ กิริยาทั้งกายวาจาและใจ แต่ด้วยทั้งสองสิ้นวาสนาต่อกันแล้ว เจิ้นเห็นสมควรยกเลิกการหมั้นหมายระหว่างเฟิ่งอวี่เหิงและท่านอ๋องฟู่อวิ้นหลงให้พ้นพันธะสัญญาที่มีต่อกันตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และเจิ้นอนุญาตให้เฟิ่งอวี่เหิงสามารถเลือกคู่ครองเองได้ สุดท้ายนี้เจิ้นขอมอบไข่มุก 1 หีบ แก้วเก้ามังกร 1 คู่ ผ้าชั้นดี 10 พับ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่เฟิ่งอวี่เหิงต่อไปจบราชโองการ"

เฟิ่งอวี่เหิงได้ยินราชโองการดวงตาหงษ์ถึงกับน้ำตาคลอ ฮ่องเต้ทรงมีพระเมตตากับตนเองจริงๆ นอกจากจะยอมออกราชโองการถอนหมั้นให้ยังมอบของกำนัลให้นางอีกด้วย มือเรียวยาวยื่นออกไปรับราชโองการจากฉินกงกง

"เฟิ่งอวี่เหิงรับราชโองการ ขอฮ่องเต้อายุยืนหมื่นปี หมื่นหมื่นปี"

ฉินกงกงยื่นราชโองการให้คนตรงหน้า ยิ้มให้เฟิ่งอวี่เหิงอย่างอ่อนโยน

"คุณหนูเฟิ่งลุกขึ้นเถิด"

"ลำบากฉินกงกงแล้วเจ้าค่ะ"

"เป็นหน้าที่ข้าไม่ได้ลำบากอะไรเลย"

"ฉินกงกง ท่านเข้ามาดื่มชาข้างในเรือนก่อนเถิด" ใต้เท้าเฟิ่งเห็นฉินกงกงที่กำลังพูดคุยกับบุตรสาวตนอย่างเอ็นดูก็ได้เชิญให้เข้าไปดื่มน้ำชาด้วยกัน

"รบกวนใต้เท้าเฟิ่งแล้วข้าขอดื่มสักนิดเถิด อ่านราชโองการรู้สึกคอข้าแห้งเหลือเกิน"

ตำหนักของท่านอ๋องฟู่อวิ้นหลง

"เจ้าว่าอย่างไรนะ!!"

อ๋องเจ็ดที่ได้รับรายงานจากขันทีคนสนิท ถึงขั้นตวาดเสียงดังทั้งตำหนักหน้าตาซีดเผือกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

"เรียนท่านอ๋อง ฝ่าบาททรงมีราชโองการถอนหมั้นท่านกับคุณหนูเฟิ่งพ่ะย่ะค่ะ" ขันทีคนสนิทของอ๋องเจ็ดที่กำลังรายงานเรื่องที่ได้ยินมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"ไม่จริง จะเป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไร ทำไมข้าไม่เห็นรู้เรื่องการถอนหมั้นเลย"

ขันที "....."

"ไปเตรียมเกี้ยวให้ข้า ข้าจะไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อตอนนี้"

ขันทีได้รับคำสั่งก็เดินออกไปจากห้องหนังสือเพื่อที่จะไปเตรียมเกี้ยวให้อ๋องเจ็ดตามคำสั่งที่ได้รับ

"นางนะรึจะกล้าถอนหมั้นข้า ต้องมีผู้ใดไปเป่าพระกรรณของเสด็จพ่อเป็นแน่"

ฟู่อวิ้นหลงไม่เชื่อว่าเฟิ่งอวี่เหิงจะขอถอนหมั้นกับตน เพราะเขารู้ว่าเฟิ่งอวี่เหิงทุ่มเทให้กับเขาเพียงใด ตนชี้นกก็เป็นนกชี้ไม้ก็เป็นไม้ แล้วอยู่ๆจะมีราชโองการถอนหมั้นได้อย่างไร ต้องมีอะไรผิดพลาดเป็นแน่ ฟู่อวิ้นหลงที่กำลังคิดเรื่องการถอนหมั้นของตน ลืมกระทั่งเรื่องที่จะทูลขอสมรสพระราชทานตนเองกับอี้หลิงฟางไปทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป