บทที่ 8 ไม่เห็นความผิดของตน 2

จวนตระกูลเฟิ่ง

หลังจากที่ส่งฉินกงกงกลับวังกู่ม่านชิงก็ขอตัวกลับจวนตนเอง เสนาบดีเฟิ่งจินหยวนกับเฟิ่งฮูหยินก็ต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน เหลือเพียงเฟิ่งอวี่เหิงที่ไม่มีอะไรให้ทำก็ปักผ้าอยู่ที่ศาลาเพียงลำพัง สักพักเห็นสาวใช้ตนหนึ่งวิ่งมาหาตน

"คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูเจ้าคะ คุณหนู แฮ่กๆๆ"

"ใจเย็นๆ ชินชิน มีเหตุอะไรทำไมถึงได้ร้อนรนถึงเพียงนี้"

เฟิ่งอวี่เหิงกำลังปักผ้าอยู่ ก็อดดุกับท่าทีสาวใช้ของตนไม่ได้

"ท่านอ๋องเจ็ดเสด็จมาเจ้าค่ะ ตอนนี้รอคุณหนูอยู่ที่โถงรับรองแล้วเจ้าค่ะ"

เฟิ่งอวี่เหิงกำลังปักถึงกับชะงักกับคำที่สาวใช้คนตนมาบอก

"เจ้าว่าอย่างไรนะ ชินชิน"

"ท่านอ๋องฟู่อวิ้นหลงมาที่จวนต้องการมาพบคุณหนูเจ้าค่ะ"

เมื่อเฟิ่งอวี่เหิงที่ได้ยินคำย้ำจากสาวใช้ตนก็นิ่งไป ท่านจะมาหาข้าทำไมกัน ทั้งที่ตอนนี้เราสองคนไม่ต่างจากคนแปลกหน้าต่อกันแล้ว ชินชินเห็นคุณหนูตนเองนิ่งไปก็อดเป็นกังวลไม่ได้

"คุณหนู..."

"ข้าไม่เป็นไร เจ้าไปเตรียมน้ำชากับของว่างให้เรียบร้อย"

"เฟิ่งอวี่เหิงถวายพระพรท่านอ๋องฟู่อวิ้นหลงเพคะ"

คำพูดที่ห่างเหินจากปากเรียวงามของสตรีตรงหน้า พลันทำให้รู้สึกปวดใจขึ้นมาทันที เพราะเหตุใดกันแต่ก่อนนางเรียกก็ไม่เห็นว่าจะมีรู้สึกเช่นนี้เลย

"เหิงเหิง ไม่ต้องมากพิธีกับข้าถึงเพียงนั้นเจ้าเรียกข้าว่าท่านพี่เถิด"

...เหิงเหิงรึ ให้เรียกท่านพี่รึ หึ น่าขันสิ้นดี พอถูกถอนหมั้นก็เรียกชื่อแบบสนิทสนมขึ้นมาเสียอย่างนั้น เฟิ่งอวี่เหิงไม่ได้ยินดีกับคำที่อดีตคู่หมั้นของตนเรียกอย่างสนิทสนมเลยแม้แต่น้อย นางกล่าวออกไปด้วยท่าทีและน้ำเสียงที่เย็นชา

"หม่อมฉันเรียกอย่างนั้นไม่ได้หรอกเพคะ พระองค์เป็นถึงท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์ตัวหม่อมฉันเป็นเพียงสามัญชน จะไปตีเสมอท่านอ๋องได้เช่นไร อีกอย่างหม่อมฉันก็เรียกพระองค์แบบนี้มาตั้งนานแล้วเพคะ"

"เหิงเหิง...."

"หากไม่เป็นการล่วงเกินพระองค์ พระองค์เรียกหม่อมฉันว่าเฟิ่งอวี่เหิงเช่นเดิมเถิดเพคะหรือเรียกหม่อมฉันว่าคุณหนูเฟิ่งอย่างที่ผู้เรียกอื่นเรียกกันจะดีกว่า เพราะตอนนี้หม่อมฉันไม่ได้เป็นคู่หมั้นของพระองค์แล้วเราต่างเปรียบเสมือนกับคนแปลกหน้าต่อกัน"

ได้ยินคำพูดที่ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ในใจฟู่อวิ้นหลงหนักอึ้งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จนไม่สามารถกล่าวสิ่งที่ตนตั้งใจว่าหากเจอหน้ากัน ตนจะทำดีกับนาง จะคุยกับนางอย่างสนิทสนมเหมือนดั่งที่นางเคยต้องการ แต่พอมาเจอท่าทีที่เย็นชาพร้อมกับสายตาของนางที่จ้องมองเขา มันไม่เหมือนกับที่ตนเคยได้ในอดีต สายตาในอดีตที่เฟิ่งอวี่เหิงมองมา เป็นสายตาที่เหมือนว่าเขาคือทุกอย่างของนาง แต่สายตาที่ตนได้รับตอนนี้มันทำให้ใจเจ็บยิ่งนัก เป็นสายตาเย็นชาที่ตนไม่เคยได้รับจากสตรีตรงหน้าเลยสักครั้ง เพราะเหตุใดกัน....

เฟิ่งอวี่เหิงเห็นคนตรงหน้าเงียบไป ไม่ได้คิดจะสนใจเลยแม้แต่น้อย ตัวนางมีเพียงความเย็นชาเท่านั้นที่มอบให้

"พระองค์มีเรื่องอะไรกับหม่อมฉันหรือเพคะ"

เป็นเฟิ่งอวี่เหิงที่ถามขึ้นมาทำลายบรรยากาศความเงียบ

"เหิงเหิง เหตุใดเจ้าจึงถอนหมั้นกับข้าเป็นเพราะข้าไม่สนใจเจ้า เพราะข้าไม่มีเวลาให้เจ้าหรือเป็นเพราะข้าไปเฝ้าฟางเอ๋อร์เมื่อวานนี้ เจ้าโกรธข้าเพราะเรื่องนี้ใช่หรือไม่ ถ้าข้าขอโทษเจ้าแล้วเรามาเริ่มกันใหม่ เราเริ่มกันใหม่ดีหรือไม่เหิงเหิง เรามาทำเหมือนยามที่เรารู้จักกันในตอนแรกข้าจะ......"

"ไม่มีความหมายแล้วเพคะ"

ไม่รอให้อ๋องเจ็ดพูดจบ เฟิ่งอวี่เหิงก็กล่าวตัดบทสนทนาขึ้นมาทันที

"เจ้าหมายความว่าอย่างไร"

"หม่อมฉันหมายความว่าเปล่าประโยชน์เพคะ"

ฟู่อวิ้นหลงได้ยินเช่นนั้นถึงกับมีใบหน้าที่ซีดเผือก ขณะที่กำลังจะเดินเข้าไปหาสตรีตรงหน้า เฟิ่งอวี่เหิงกลับเดินถอยหลังตามก้าวที่ฟู่อวิ้นหลงเดินเข้ามาหาเพื่อรักษาระยะห่างกับเขาอย่างเห็นได้ชัด

"เพราะเหตุใด..."

"....." เฟิ่งอวี่เหิง

"เจ้าสัญญากับข้าแล้วไม่ใช่รึ ว่าเจ้าจะแต่งกับข้า"

เฟิ่งอวี่เหิงได้ยินเช่นนั้นก็มีท่าทีบึ้งตึงขึ้นมาทันที กล้ามากล่าวคำสัญญากับนางได้อย่างไร ไม่ใช่เพราะท่านหรืออย่างไรที่เป็นผู้ผิดสัญญากับข้าก่อน มากล่าวหาเหมือนกับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของนางได้เช่นไร

บทก่อนหน้า
บทถัดไป