บทที่ 1 หมอยา
ตอนที่ 1 หมอยา
“มาอีกแล้วหรือ คราวนี้เจ็บไข้ได้โรคอะไรมาอีกเล่า”
เสียงฝีเท้าหนักๆ กับจังหวะการเดินคุ้นหูพร้อมกับกลิ่นสาบสางของโคลนตมผสมคาวปลาทำให้กระผมรู้ในทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาเงยหน้าขึ้นไปมองว่าแขกบ้านแขกเรือนในยามเช้าตรู่เช่นนี้เป็นใคร
กระผมเป็น “หมอยา” สืบมาจากแม่ซึ่งสิ้นบุญจากไปเมื่อหลายปีก่อนกระผมจึงจำต้องขึ้นมารับช่วงต่อจากแม่อย่างเลี่ยงมิได้เพราะเรือนราตรี “โรงกะหรี่” แห่งนี้จะขาดหมอยาซึ่งเชี่ยวชาญชำนาญเฉพาะโรคเช่นกระผมและแม่เป็นสิ่งอันตราย แต่ก็มิได้มีเพียงคนในเรือนราตรีแห่งนี้เท่านั้นที่เข้ามาให้กระผมรักษาดูแล ชาวบ้านชาวเมืองถัดไปอีกสามคุ้งน้ำต่างเมื่อรู้ว่ากระผมสามารถแก้โรคต่างๆ ได้ โดยเฉพาะโรคผัวโรคเมีย ผู้คนต่างหลั่งไหลมาขอให้ช่วยมิได้ขาด
“พ่อหมอ ข้าอยากได้ ยาอ้อนผัว” คนที่เพิ่งเดินเข้ามานั่งคุกเข่าเท้าแขนลงตรงหน้ากระซิบกระซาบบอกเจตนาของตนในทันที
“ครั้งก่อนได้ไปเอ็งยังอ้อนไม่พอหรือ”
“แหม พ่อหมอขออีกสักหน่อยเถิด ข้าอยากมีลูกจริงๆ”
“เอ็งนะหรืออยากมีลูก”
“ขอรับ ข้าอยากมีลูก”
“ไหนยื่นมือมาสิ”
ท่อนแขนหยาบกร้านเพราะคงผ่านการตรำงานมาอย่างหนักถูกส่งยื่นมาต่อหน้า กระผมเพียงแตะปลายนิ้วลงไปสัมผัสจุดชีพจรอันเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่ปลายข้อมือเบาๆ อาการเต้นไหวของชีพจรสะบัดพลิ้วสะท้อนขึ้นมาต้องโสตประสาทการรับรู้ตามลักษณะจากศิลปะและศาสตร์การรักษาซึ่งแม่ถ่ายทอดให้มาตั้งแต่กระผมเริ่มหัดเดิน
“ขยับมาตรงนี้” กระผมคลายนิ้วมือจากข้อแขนชายหาปลาแล้วย้ายใช้ปลายนิ้วกดลงไปยังตำแหน่งกะบังลมซ้ายขวา ไล่ขึ้น ไล่ลงอยู่ครู่หนึ่งเพื่อต้องการตรวจให้รู้ชัดว่าคนกล้ามโตตรงหน้ามีร่างกายพร้อมสำหรับการมีลูกหรือไม่
“หนนี้ข้าจะให้เป็นชุดสุดท้ายแล้วนะ กลับไปเรือนแล้วรีบไปอ้อนมันซะ หากพ้นคืนนี้ไปอาจจะพลาดได้”
กระผมลุกขึ้นจากตั่งไม้แล้วเดินกลับเข้าไปภายในห้องซึ่งมีไว้สำหรับเก็บยาและสมุนไพรหลายร้อยขนานโดยเฉพาะ จากนั้นจึงเลือกหยิบ “ยาอ้อนผัว” ออกมาจากลิ้นชักไม้เก่าๆ แล้วเดินกลับออกมาด้านนอกอีกครั้ง คนที่นั่งชะเง้อคอรออยู่คลี่ยิ้มยิงฟันดำเพราะหมากพลูออกมาแสดงอาการว่าดีใจมาก
“ยังจำที่ข้าสอนไปคราวก่อนได้หรือไม่” ผมหย่อนตัวกลับนั่งลงไปบนตั่งตามเดิม มือยังถือยาสมุนไพรขวดเล็กเอาไว้
“จำได้ขอรับพ่อหมอ” ชายหนุ่มผิวเข้มเปื้อนดินคล้ำโคลนเอ่ยขึ้นมือสองข้างยกชูขึ้นมาเหนือหัวเหมือนอยากได้ อยากขอสิ่งที่กระผมถืออยู่
“จำได้ก็ดีแล้ว เอ็งมันมือหยาบ ตีนหยาบผัวที่ไหนจะอยากกอดอยากจูบ กลับไปอาบน้ำ อาบท่า ขัดผิวผลัดผ้าใหม่ ผมเผ้าล้างหวีให้มันสะอาดตาบ้าง มิใช่กระเซอะกระเซิงเป็นผีบ้าอย่างนี้ ยานี่เอากลับไปต้มให้น้ำงวดสักครึ่งชามกินก่อนเอาผัว ทำตามที่ข้าบอกคืนนี้เอ็งจะได้ลูกอย่างแน่นอน”
“ขอบคุณขอรับพ่อหมอ”
หนุ่มหาปลาก้มลงกราบแทบเท้าของกระผมก่อนจะหันไปผลักกระบุงใบใหญ่ใส่ปลาขาว ปลาช่อนนอนดิ้นอยู่ข้างในมาตรงหน้า ดวงตาแสนซื่อกับรอยยิ้มบนคราบหมากทำให้กระผมอดเอ็นดูไม่ได้
“เอ็งจะแบกมาทำไมเสียตั้งเต็มกระบุง” กระผมยิ้มให้ปลาเป็นๆ ซึ่งนอนดีดดิ้นอยู่ภายใน รู้ว่าคนที่มาขอให้ช่วยอยากตอบแทนน้ำใจแต่ไร้ซึ่งเงินทองของมีค่าจึงหาผักหาปลามาแลกยาแลกสมุนไพรในเรือนของกระผมแทน
“แต่ข้าอยากให้พ่อหมอ”
“เอาไว้ได้ลูกสมใจก่อนค่อยเอามาให้ก็ยังไม่สาย วันนี้แบกกลับไปนั่งขายที่ตลาดเสียไปยังพอได้เบี้ย ได้อัฐจะได้เอาไปหาซื้อเหล้าซื้อยาไว้ปรนนิบัติผัว”
“พ่อหมอปันไว้สักหน่อยไม่ได้หรือ ข้าอุตส่าห์แบกมาเสียตั้งไกล”
“ถ้าอย่างนั้นเอาปลาช่อนนั่นไว้ให้ข้าสักสองตัวก็พอ”
เรือนของกระผมไม่เคยเว้นว่างจากคนเหล่านี้เลยแม้สักวัน ยิ่งนานวันกลับยิ่งเพิ่มมากขึ้นทุกที แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมีแต่คนดีๆ แวะเวียนมาหาเพราะหลายครั้งหลายครากระผมยังต้องซ้อนกลเล่นอุบายเพื่อหลบหลีกคนที่มันคิดร้าย หวังจะใช้วิชาหมอของกระผมเป็นเครื่องมือหากิน
คืนนี้ลมฟ้าลมฝนกระหน่ำเทลงมาราวกับเทวดาฟ้าดินอยากสาปแช่งคนบนดินให้ตกทุกข์ได้ยากเพราะวันรุ่งพรุ่งนี้เช้ากระผมเชื่อเหลือเกินว่าน้ำคงหลากมาจนล้นทุ่งแน่ๆ เสียงฝนเม็ดใหญ่สาดกระทบฝาเรือนดังโครมๆ ปนมากับเสียงน้ำไหลจากชายคาตกใส่ลงไปในโอ่งดินเผาดังก้องไปทั้งเรือน
“พ่อหมอจะลงจากเรือนเลยหรือไม่ขอรับ” เสียงบ่าวรับใช้ใกล้ชิดขยับมานั่งนับเพียบอยู่ด้านข้าง พร้อมร่มไม้ไผ่ในมือพร้อมอุปกรณ์หลายชิ้นหลายอย่าง
“เตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วหรือ”
“พร้อมแล้วขอรับ”
ร่มไม้ไผ่คันใหญ่ถูกกางออกกว้างยกชูขึ้นไปอยู่เหนือหัว กระผมก้าวเท้าเดินออกมาจากชายคาแล้วลงจากเรือนเดินไปตามทาง ช่วงเวลาหน้าฝนเช่นนี้เป็นจังหวะดีในการเติมสมุนไพรตัวยาต่างๆ เพื่อใช้สำหรับปรุงยา ทั้งยาแก้ ยาขัด ยาดีหรือแม้แต่ยาพิษ บ่าวใกล้ชิดถือข้องไม้ไผ่เดินตามหลังมาต่างรู้หน้าที่ของตัวเองว่าจะต้องคอยเหลือบคอยมองไปทางไหนบ้างเพื่อให้เจอสิ่งที่กระผมต้องการ ตะขาบ แมงป่อง งูพิษที่มันไต่เลื้อยหนีน้ำออกมาเดินเพ่นพ่านตามคันนาบ้าง ทางคนเดินบ้างจะถูกพวกมันจับใส่ข้อง ใส่ขวด ใส่โหลแล้วแบกเดินตามหลังกระผมมาเรื่อยๆ
“พ่อหมอขอรับดูเหมือนทางนั้นมีเรือล่ม”
