บทที่ 3 ฤทธิ์ยาลูกกลอน

ตอนที่ 3 ฤทธิ์ยาลูกกลอน

ยาลูกกลอนฤทธิ์ร้อนแรงเม็ดกลมถูกกระผมหยิบยัดเข้าไปในโพรงปากซึ่งปิดสนิทอยู่ ก่อนจะช้อนยกต้นคอหนาให้กระดกขึ้นเพื่อเปิดทางให้ยาสมุนไพรชั้นเลิศล่วงไหลลงไปในลำคอ เพียงไม่นานใบหน้าคมกลับปรับสีเปลี่ยนเป็นเลือดฝาดและค่อยๆ เข้มจัดขึ้น เหงื่อหยดเม็ดโตเกาะพราวไปทั่วใบหน้าพร้อมอาการกระสับกระส่ายคล้ายคนนอนไม่สบายตัว

“ร้อน...ทำถึงได้ร้อนอย่างนี้” ริมฝีปากหนาขยับยกสั่นระริก พร้อมเปล่งน้ำเสียงแหบเครือออกมา พอให้กระผมได้ยิน

“ร้อนนักหรือขอรับ” ฝ่ามือของกระผมสัมผัสลงบนแผ่นอกกว้าง ไอร้อนกรุ่นจากเนื้อหนังดันทะลุผ้าฝ้ายเนื้อหยาบขึ้นมาพร้อมความชื้นจากเหงื่อซึ่งผุดพรายไหลออกมาจากร่างกายของคนเจ็บ

อาการสะบัดเนื้อสะบัดหน้าไปมา อีกทั้งมือไม้จับทึ้งดึงผ้าผ่อนให้มันคลายออกจากตัวทำให้กระผมยิ้มได้ สมุนไพรโบราณขนานเอกผสมกับพิษตะขาบไฟ หนังคางคกกับแก่นไม้เจ็ดอย่างเคี่ยวนานถึงสามวันก่อนจะนำมาปั้นเป็นยาลูกกลอน ตำรับยานี้แม่เป็นคนสอนกระผมเอง

กระผมช่วยคนที่โดนพิษยาเล่นงานเปลื้องผ้าทิ้งออกจากตัว ฝ่ามือหยาบนิดหน่อยคว้าหมับจับท่อนแขนของกระผมก่อนจะดึงลงไปกอดไว้จนเต็มอ้อมแขน ใบหน้าชื้นเหงื่อซัดส่ายปัดป่ายไปมาแล้วซุกปากและจมูกดันหน้าผากพิงซบสัมผัสแตะไปตามซอกคอของกระผมเหมือนลูกแมวตัวเล็กๆ ยามเมื่อต้องการออดอ้อนแม่ของมัน

“คุณหลวงเป็นอะไรอย่างนั้นหรือขอรับ”

“ร้อน ทำไมถึงร้อนอย่างนี้” เปลือกตาหนาขยับเปิดปรือขึ้นเล็กน้อย เสียงหอบหายใจของคนที่กำลังได้รับทุกข์จากพิษร้อนซึ่งเกิดจากภายในสั่นรัวอย่างน่าเห็นใจ

“ร้อนหรือขอรับ คุณหลวงอยากให้กระผมพัดวีโบกลมให้หรือไม่ขอรับ”

“ไม่เอา มันร้อนเหมือนมีถ่านไฟอยู่ในตัวข้า”

“ยาปรับธาตุไฟขอรับ ไม่มีพิษภัยอันใดแต่ช่วยไล่ไข้หนาวสั่นสักครู่สักยามอาการสะบัดหนาว สะบัดร้อนจะคลายเอง”

“แต่ข้าทรมาน มันร้อนเหลือเกิน”

“แล้วอย่างนี้คุณหลวงรู้สึกเย็นลงบ้างหรือไม่ขอรับ” เสื้อผ้าไหมเนื้อละเอียดของกระผมถูกปลดกระดุมพร้อมกับชายเสื้อถลกถอดทิ้งออกไป เผยผิวเนื้อเนียนสีขาวราวกับกลีบดอกสารภีนั้นเอนซบลงไปแนบชิดกับผิวเนื้ออุ่นร้อน

“เย็น...หอมเหลือเกิน ชื่นใจเสียจริง” เจ้าของดวงตาปรือเอ่ยออกมาราวกับคนเพ้อ

“คุณหลวงสบายเนื้อ สบายตัวขึ้นหรือไม่ขอรับ”

“สบายเย็นสบายดีเหลือเกิน เจ้าคือผู้ใด...เทวดาหรือว่านางไม้กัน” คนเจ็บซึ่งสติยังไม่สู้ครบถ้วนนักปรือตาขึ้นมาได้เพียงครึ่ง ริมฝีปากแห้งผากขยับถามไถ่น้ำเสียงแหบพร่าสั่นเครือ

“กฤษณาเป็นเพียงหมอยา หาใช่ผีสางนางไม้หรือเทวดาอย่างที่คุณหลวงเข้าใจ คุณหลวงเรือล่มจำได้หรือไม่ขอรับ”

“เรือล่มหรือ ข้าจำความไม่ได้”

“แล้วคุณหลวงพอจดจำสิ่งใดได้บ้างขอรับ”

“ข้า...........”

ดวงตาคู่เดิมเปิดออกกว้างขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีดำสนิทกลอกกลิ้งไปมาราวกับกำลังพินิจพิจารณาภาพซึ่งปรากฏอยู่เบื้องหน้าให้ชัดขึ้น ฝ่ามืออุ่นๆ ยังประคองกอดรัดเอวเปลือยของกระผมเอาไว้เสียจนแน่น ใบหน้าคมส่ายสะบัดไปมาช้าๆ ให้รู้ว่ายามนี้สติของคนจมน้ำยังกลับมาไม่ครบถ้วน

“จำไม่ได้ ข้าเจ็บ รู้สึกปวดหัวเหลือเกิน” หัวคิ้วและหน้าผากกว้างนั้น ขยับย่นเข้ามากัน เหมือนเจ้าของกำลังพยายามเค้นความคิด ระลึกคิดถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงค่ำว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ความทรงจำนั้นมันคงไม่ได้กลับมาง่ายดายนักหรอก เพราะกระผมเห็นทั้งหัวคิ้ว หน้าผาก ทั้งสีหน้าแววตาของคุณหลวงไม่ใคร่ดี

“ปวดหัวหรือขอรับ ขอกฤษณาดูเสียหน่อยนะขอรับ” กระผมขยับเอนกายลงไปใกล้ เจตนาทิ้งอก ทิ้งเอว วางนาบทาบลงกับร่างเปลือย เจ้าของเรือนผมสีดำขลับ ขยับท่อนแขนโอบกระชับก่อนจะดึงให้กระผมล้มลงไปหา

“คุณหลวงจะทำอะไรขอรับ” แสร้งถามอย่างคนซื่อไปอย่างนั้นเอง ทั้งที่นี่คือหนึ่งในอุบายที่วางเอาไว้

“ทำไมตัวเจ้าถึงได้เย็นนัก ข้าใคร่อยากขอยืมกอดให้คลายร้อนสักหน่อยจะได้หรือไม่”

“กอดกฤษณา...แล้วคุณหลวงหายเจ็บ หายปวดหรือขอรับ”

“หาย...”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป