บทที่ 8 แป้งร่ำดอกสารภี
ตอนที่ 8 แป้งร่ำดอกสารภี
“กฤษณาทำให้คุณหลวงมีความสุขอย่างนั้นหรือขอรับ”
“ใช่ เจ้าทำให้ข้ามีความสุขเหลือเกิน”
“กฤษณาก็มีความสุขเหลือเกินขอรับ”
กระผมเอียงตัวลงไปหอมแก้มคุณหลวงอีกคราวก่อนจะขยับลงไปนอนเอนกายก่ายกอดร่างไร้อาภรณ์ห่อตัว ท่อนแขนทั้งสองขยับตวัดกอดรัดร่างอุ่นไว้แล้วสลับมาจูบเคล้าอยู่อย่างนั้นนานครู่ใหญ่
กระผมทิ้งเวลาให้คุณหลวงได้มีความสุขอีกครู่หนึ่งจึงขยับลุกขึ้นผูกผ้านุ่งใส่เสื้อติดกระดุมให้แล้วเป็นฝ่ายหยิบไม้พายพาเรือเข้าฝั่งโดยมีสายตาหวานจ้องอยู่ไม่ละไปไหนเลย
“คุณหลวง พ่อหมอ ข้าจัดสำรับเอาไว้รอเรียบร้อยแล้วขอรับ” ไอ้ขอนนั่งอมยิ้มหน้าระรื่นจัดหาข้าวปลาเอาไว้รออยู่บนเรือนเพียงลำพัง
“เอ็งเห็นไอ้ลอยบ่าวข้าหรือไม่” คุณหลวงสอดสายตาไปทั่วเรือนพร้อมกับเอ่ยถาม
“พี่ลอยกินข้าวอยู่ที่เรือนบ่าวด้านหลังขอรับ”
“อย่างนั้นหรือ” คุณหลวงเพียงพยักหน้ารับรู้เบาๆ
“พวกเอ็งสามคนช่วยกันดูแลบ่าวของคุณหลวงให้ดี ส่วนคืนนี้....ข้าจะดูแลคุณหลวงเอง”
หลังจากกินข้าวเย็นจนอิ่มหนำ อาบน้ำอาบท่าผลัดผ้านุ่งใหม่สบายเนื้อสบายตัวดีแล้ว กระผมปลีกตัวกลับมายังห้องนอนแล้วใช้วิชาหมอตรวจจับชีพจรเลือดลมของตัวเองอยู่นานครู่ใหญ่ซ้ำไปมาถึงสามคราจนมั่นใจว่าคืนนี้เหมาะแก่การทำเรื่องสำคัญ
ตลับทองเหลืองรูปทรงดอกไม้ภายในบรรจุแป้งร่ำกลิ่นหอมถูกกระผมหยิบแบ่งออกมาแล้วหยดน้ำอบตำรับโบราณลงไปใช้ฝ่ามือยีให้เนื้อเนียนละเอียดก่อนจะผัดลงมาตามใบหน้าเนื้อตัวจนทั่ว สีผึ้งน้ำมันหอมตลับเล็กถูกแต้มแต่งสีลงบนกลีบปากบางอ่อนนุ่ม
“คุณหลวงทองสืบ คืนนี้กฤษณาจะทำให้คุณหลวงเป็นของกฤษณาแต่เพียงผู้เดียว”
“กฤษณา เจ้ายังไม่นอนหรือเหตุใดจึงออกมายืนตากน้ำค้างแบบนี้” เสียงทุ้มกังวานนุ่มของชายซึ่งเมื่อหัวค่ำนอนพร่ำพลอดกอดกับกระผมบนกองดอกบัวบนเรือลำน้อยเอ่ยดังมาจากด้านหลัง
“กฤษณาออกมายืนชมจันทร์ขอรับ” กระผมแหงนหน้าขึ้นฟ้ามองพระจันทร์เสี้ยวเล็กด้านบนพร้อมกับยิ้มพึงใจเพราะสิ่งที่หวังเอาไว้เป็นไปตามอย่างใจต้องการ
“ออกมายืนดูพระจันทร์เสี้ยวเท่านั้นนะหรือ”
“สำหรับกฤษณาพระจันทร์เพียงครึ่งดวงนั้นก็เพียงพอแล้วขอรับ แล้วคุณหลวงเล่าขอรับเหตุใดยังไม่หลับไม่นอน”
“ข้าคิดถึง....เอ่อ” กายอุ่นถูกขยับแนบมาทางด้านหลัง ท่อนแขนเรียวหนากวาดกอดรวบรัดมาพร้อมกับปลายจมูกเย็นนิดๆ แตะลงมาตรงซอกคอบางซึ่งกระผมประพรมน้ำอบ น้ำปรุงรอท่าเอาไว้อย่างดี
“คุณหลวงคิดถึงใคร หรือคิดถึงสิ่งใดหรือขอรับ” กระผมเอียงแก้มขยับเข้าไปหาปลายจมูกเพื่อให้คุณหลวงสูดดมกลิ่นหอมให้ถนัด
“ข้าคิดถึง กลิ่นหอมของดอกสารภีบนกายเจ้า”
“คุณหลวงยังดมไม่เบื่อหรือขอรับ”
“ไม่เบื่อ ข้าไม่มีวันเบื่อ” มือหนาจับประคองออกแรงหมุนเอวของกระผมให้เอี้ยวกลับ ก่อนจะจับยกเชยคางเล็กเรียวให้เงยขึ้นไปสบกับดวงตาฉ่ำหวานและไม่เพียงหวานแค่ดวงตาดำฉ่ำเยิ้ม คุณหลวงรูปงามเคลื่อนใบหน้าคมลงมาประทับจูบอ่อนนุ่มละมุนลิ้นให้แก่กระผมอีกคราวหนึ่ง
“คุณหลวงขอรับ ดึกมากแล้วกฤษณาว่าคุณหลวงกลับเข้าห้องเถิดนะขอรับ” แม้ปากจะเอ่ยเช่นนั้นแต่ฝ่ามือของกระผมยังคงวางทาบทิ้งไว้บนเอวหนา หน้าอกเรียบแบนเอนชิดติดลงไปกับร่างแกร่ง
“กฤษณา คืนนี้เจ้าจะไปนอนให้ข้ากอดเช่นเมื่อคืนได้หรือไม่”
“คุณหลวงอยากกอดกฤษณาอย่างนั้นหรือขอรับ...”
“ใช่ ข้าอยากนอนกอดเจ้าเหมือนเมื่อค่ำวานนี้ กฤษณาเจ้าจะเมตตาปรานีข้าหรือไม่”
"กฤษณา....เอ้ะ คุณหลวง..." ยังไม่ทันที่กระผมจะพยักหน้าตอบหรือเอ่ยอ้างอ้าปากกล่าวสิ่งใด ร่างสูงใหญ่กำยำโน้มตัวก้มลงต่ำแล้วช้อนอุ้มตวัดร่างของกระผมเข้าไปไว้ในอ้อมแขนแล้วพาเดินกลับเข้ามายังใต้ชายคาเรือนในทันที กระผมนอนนิ่งอิงซบไหล่กว้างมิได้สะบัดสะบิ้งขัดขืนให้ตัวเองดูน่าขำ
คุณหลวงหย่อนวางกระผมลงบนเตียงนอนซึ่งปูฟูกยัดนุ่นปักเย็บอย่างดี ฝ่ามืออุ่นวางนาบลงบนแก้มข้างหนึ่งก่อนจะดึงให้กระผมขยับหน้าเข้าไปหา สัมผัสนุ่มหยุ่นอุ่นๆ จากริมฝีปากชุ่มจูบซับไปมาเพียงไม่กี่คราวจากนั้นร่างหนาหนักจึงผลักให้กระผมเอนนอนลงไปบนเตียง
“เจ้าเป็นเพียงหมอยาหรือหมอเสน่ห์กันแน่กฤษณา ทำไมข้าถึงรู้สึกปรารถนาในตัวเจ้ามิรู้คลายเลย”
“กฤษณาเป็นเพียงหมอยาคนหนึ่งเท่านั้นขอรับ”
“เช่นนั้นแล้ว หากเจ้าไม่รังเกียจข้า....ข้าต้องพูดอย่างไรนะให้เหมือนคนรักเกี้ยวพากันในห้องหอ"
