บทที่ 1 ตอนที่1/1 นางร้ายตายแล้ว (1)
ได้กลายเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ครอบครองเขาตลอดห้าปี นับว่าเป็นจุดสูงสุดของชีวิต ใครต่อใครล้วนอิจฉาตาร้อน ยกให้พิมพ์ตะวันคือเบอร์หนึ่งในทุกด้าน การงานก้าวกระโดด ความรักทางโล่งไร้คู่แข่ง
เป็นนางมารร้ายนิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นอันดับต้นๆ ที่พอถูกหยิบขึ้นมาเป็นหัวข้อสนทนา ผู้คนต่างนินทากันเสียงแผ่วเหมือนยุงบิน ด้วยไม่กล้าและหวาดกลัวว่าหากพิมพ์ตะวันได้ยินเข้าจะทำลายชีวิตของพวกเขา
รูปร่างหน้าตาของเธอไม่ชั่ว จัดว่าเป็นคนสวยโดดเด่นคนหนึ่ง แต่จิตใจกลับเลวร้ายเกินเยียวยา แม้จะเอาชนะทุกคน กวาดผู้หญิงที่หมายจะงาบผู้ชายของเธอกระเด็นกระดอนไปหมด
ทว่าไปๆ มาๆ เรื่องราวกลับไม่ราบรื่นดังแผนชีวิตสวยหรู รบร้อยครั้ง ผลสรุปต้องมาตกม้าตายพ่ายแพ้ให้กับคนที่ตนทุ่มเทแรงกายแรงใจให้
ในวันครบรอบปีที่สี่ เขาบอกว่า “ขอโทษด้วยพิมพ์ แต่ฉันแต่งงานกับเธอไม่ได้ เธอน่าจะรู้นะว่าตัวเองควรอยู่ตรงไหน”
รู้กับผีอะไร! เธอต้องรู้แน่อยู่แล้วว่าตัวเองควรอยู่ตรงไหน ก็ตำแหน่งเมียของเขา แม่ของลูกเขาไง คำตอบก็ทนโท่
แต่ผิด…ที่ของเธอถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรก และไม่ใกล้เคียงกับฝันหวานเพ้อเจ้อที่วาดเอาไว้เลย
จากนั้นเหมือนจะบีบบังคับกันไม่พอ ผู้หญิงสะสวยฐานะสูงศักดิ์คนหนึ่งก็ก้าวเข้ามา พร้อมกับข่าวดีโคตรจะบันเทิงที่ว่า หล่อนคือตัวจริง ผู้ซึ่งจะมาครอบครองตำแหน่งทั้งเมียและแม่ของลูก แย่งเอาที่ที่ควรเป็นของพิมพ์ตะวันแบบสวยๆ
ข่าวนี้ทำให้พิมพ์ตะวันกลายเป็นหมาบ้าน้ำลายฟูมปาก เธอไม่ยอมและร้ายกาจขึ้นเรื่อยๆ
ถึงขั้น…ฆ่าคน
เพียงเพราะรักแรงแค้นมากและไม่ปล่อยวาง…
เสียงถอนหายใจแผ่วคลอไปกับเสียงรถลาจากด้านล่างตึกระฟ้า ม่านราตรีดุจแผ่นผ้าใบห่มทับแต่กลับไม่ขับไล่ไอหนาว ยิ่งเมื่อสวมใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น ยิ่งทำให้ความเย็นแทรกซึมลึกถึงกระดูก พิมพ์ตะวันเหม่อลอยทอดสายตาไปยังฟ้ามืดเวิ้งว้าง ทบทวนวันคืนที่ไหลผ่านเงียบๆ
เธอกับเขาพัวพันกันมาหลายปี ความรักความแค้นฝังแน่นกลายเป็นยึดติด ห้าปีมานี้ เป้าหมายเดียวในชีวิตไม่ใช่เพื่อความร่ำรวยหรือสุขสบาย อุตส่าห์ดิ้นรนกระเสือกระสนเลือดตาแทบกระเด็น สำหรับผู้หญิงคนหนึ่งขอแค่ได้ครอบครองเคียงข้างผู้ชายคนนั้นก็พอ
เพื่อจรดปลายปากกาชื่อของตนเองในทะเบียนสมรสคู่กับเขา ชาตินี้ต่อให้สูญเสียไปมากมายก็ไม่เสียดาย
ไม่เหลือที่ยืน ชื่อเสียงฉาวโฉ่สกปรก เหยียบย่ำคนอื่นและเฉือนเนื้อตัวเอง ทรมานเหมือนจะตายอยู่ทุกวันแต่กลับดึงดันเพื่อทำตามสิ่งที่ปรารถนา
ที่เขายอมมาเจอครั้งนี้อาจเป็นโอกาสสุดท้ายแล้ว ฉะนั้นเธอจะขอทำให้ถึงที่สุด
ทันทีที่ได้ยินเสียงประตูทางด้านหลังเปิดออก พิมพ์ตะวันหลุดจากอาการเหม่อลอยรีบผุดลุกขึ้น และด้วยความตื่นเต้นจนเนื้อตัวสั่น เบื้องหน้าจึงเดี๋ยวมืดเดี๋ยวสว่างเป็นพักๆ รอยยิ้มที่ฝืนปั้นให้สวยงามบิดเบี้ยวไม่ค่อยน่ามอง
“พิมพ์รอนานแล้วค่ะ ในที่สุดคุณก็ยอมมาพบพิมพ์สักที”
คนมารูปร่างหน้าตาหล่อเหลา เป็นผู้ชายที่เปี่ยมไปด้วยยีนส์เด่น ต่อให้อยู่ท่ามกลางคนนับพันก็ไม่มีใครสามารถกลบรัศมีที่เจิดจ้าของเขาได้
เมื่อก่อนเธอหลงใหลดวงตาคมกริบบาดลึกคู่นี้ รู้สึกว่าทุกครั้งที่ถูกจ้องมองราวกับได้กลายเป็นผู้หญิงที่โชคดีมีความสุขที่สุดในโลก แต่หลังจากความสัมพันธ์ลุ่มๆ ดอนๆ บัดนี้เสมือนคนแปลกหน้าสองคนมาเจอกัน
พิมพ์ตะวันทั้งชื่นชมเขาและเยาะหยัน “กับเมียที่อยู่กินกันมาตั้งนาน ท่าทีของคุณไม่ไร้น้ำใจเกินไปหน่อยเหรอ”
ฐารวีเก็บสายตาที่เหมือนจะสะดุดกับชุดเจ้าสาวสีแดงสดบนร่างที่คุ้นเคยกลับคืน เขาปรับอารมณ์จนนิ่งค่อยเดินเข้าไปใกล้เธอทีละก้าว ชายหนุ่มยังคงปิดปากเงียบ ไร้ซึ่งคำพูดที่อยากพูด
พิมพ์ตะวันในวันนี้ไม่ใช่คนเดิมที่เขาเคยรู้จัก เธอมาไกลเหลือเกิน เป็นความดำมืดกลืนกิน ไม่ใช่แสงตะวันที่ร้อนแรงและสดใสคนนั้นอีกแล้ว
“ฉันยอมมาเจอเธอเพราะมีเรื่องอยากจะถาม พวกคนที่ส่งไปทำร้ายแม่ของฉัน ใช่เธออยู่เบื้องหลังหรือเปล่า”
ได้ยินคำถามของเขา พิมพ์ตะวันยังคงยิ้มค้างทว่าในใจผิดหวังอีกครั้ง แต่นั่นไม่เป็นไร เธอชินกับมันแล้ว
คนเราพอทำเรื่องชั่วมาก่อน ก็จะกลายเป็นคนชั่วมีมลทินตลอดไป ต่อให้ไม่เกี่ยวข้องกับข้อสงสัยยังคงกลายเป็นผู้ร้ายถูกลากไปเอี่ยวด้วยอยู่ดี เธออยากร้องไห้แต่กลับหัวเราะออกมาแทน
“แม่ของคุณร้ายกาจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าฉัน มีศัตรูอยากจัดการอยู่เต็มไปหมด ทำไมพอเกิดเรื่องก็เป็นฉันอีกแล้ว”
ฐารวีใช้สายตาสื่อความหมายว่าจะคิดแบบนี้ก็ไม่แปลก เขารู้จักตัวตนเธอเป็นอย่างดี
“ถ้ายอมรับ ฉันจะเห็นแก่วันเก่าๆ ของพวกเรา ไม่เอาเรื่องและอยากให้มันเป็นครั้งสุดท้าย ไอ้ณัฐมันช่วยเธอออกมาได้ตอนนี้ แต่เชื่อจริงเหรอว่ามันจะช่วยไม่หวังสิ่งตอบแทนตลอดไป”
ลำพังแค่คดีบ้านเด็กกำพร้ากับพี่ชายน้องสาวของเธอพวกนั้น ก็ทำให้พิมพ์ตะวันอยู่ในกรงขังไปชั่วชีวิตแล้ว ถ้ามีเรื่องวางแผนฆ่าแม่ของเขาเข้าไปเพิ่ม ชาตินี้ต่อให้เธอทำความดีลดหย่อนโทษก็ยากที่จะออกมาจากคุกได้
พิมพ์ตะวันไม่ใส่ใจคำเตือน เธอหันไปรินไวน์องุ่นลงในแก้วทรงสูง “ฉันไม่อยากให้คุณพูดเรื่องพวกนี้กับฉัน ที่ต้องการเจอคุณวันนี้ก็เพราะว่าอยากกินข้าวด้วยกันสักครั้ง พวกเราไม่ได้ทำมันมานานแล้ว ดื่มกันหน่อยสิคะ”
รอยยิ้มเจือความขมขื่นแผ่ซ่านในดวงตาแดงก่ำ พอฐารวีไม่ยื่นมือมารับแก้วไวน์ พิมพ์ตะวันจากที่เหลือความอดทนเส้นบางๆพลันเริ่มเสียการควบคุม ยิ่งพอเขาหันหลังเตรียมจะจากไป เธอยิ่งร้อนรนและโกรธจึงได้กล่าวประชด
“จะรีบกลับไปหาว่าที่เจ้าสาวคุณเหรอ”
