บทที่ 12 ตอนที่7/1 โปรดอนุมัติให้ลาออก (1)

“เอ๋?...เธอชื่ออะไร เข้ามาทำงานที่แผนกบริหารตั้งแต่เมื่อไร ทำไมฉันถึงไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน”

โดนถามไม่ทราบจุดประสงค์ อารียาพลันพูดไม่ออก เธอทำผิดไปแล้ว ไม่น่าสบตากับพิมพ์ตะวันเลย

“ตอบมาสิ ทำหน้าอย่างกับเห็นผีอยู่ได้”

“ชื่ออุ๊ค่ะ พึ่งย้ายมาจากแผนกการเงิน ทำงานอยู่ที่ฝ่ายบริหารได้เกือบปีแล้วค่ะ”

“หน้าตาสวยนะเนี่ย”

ทำงานอยู่ฝ่ายเดียวกันมาเกือบปีแต่กลับไม่เคยเห็นหน้าเลย จะเป็นไปได้ยังไง ยิ่งพวกสวยๆ พิมพ์ตะวันยิ่งจับตามองเป็นพิเศษและมักจะหาโอกาสไล่ออกไปให้พ้นๆ คนกลุ่มนี้ทะเยอทะยานจ้องจะเข้าหาฐารวีอยู่เรื่อย เก็บไว้ก็รั้นแต่จะไม่สบายใจ

ทั้งมีหลายครั้งทีเดียวที่เธอตบคนสนั่นออฟฟิศเพื่อข่มขวัญไม่ให้เอาเป็นเยี่ยงอย่าง

ทว่าสาวสวยตรงหน้ากลับรอดพ้นสายตามาได้

“ไม่สวยค่ะ ไม่สวย สู้คุณพิมพ์ไม่ได้หรอกค่ะ”

นั่นไง ลามมาเรื่องหน้าตาแล้ว เธอแต่งตัวเฉิ่มเชยสวมแว่นหนาเตอะทั้งที่ไม่ได้สายตาสั้นก็เพื่อไม่ให้ตนเองตกเป็นเป้า พิมพ์ตะวันมีท่านประธานคอยให้ท้าย เกิดอยู่ผิดที่ผิดทางโดนหาเรื่องไล่ออก ไม่มีใครปกป้องเธอ เงินเดือนที่สูงกว่าบริษัทบันเทิงทุกแห่งก็จะสลายหายไป

หายนะมาเยือนแล้วเรา

“สวยก็สวยสิ จะถ่อมตนทำไมนักหนา เลิกทำหน้าเหมือนโดนผีหลอกสักที แล้วก็ฝากไปบอกท่านประธานของเธอด้วย ฉันไม่โผล่หน้าเข้าไปหาเขาหรอก ฉันลาออกแล้ว”

“ลาออก?”

 กรวิทย์ ชายหนุ่มตาเรียว ไว้ทรงผมเป็นเอกลักษณ์จนได้รับฉายาว่า คุณผู้ช่วยหัวเกาลัด ทำงานให้ฐารวีมาได้เกือบสามปีเต็มแล้ว บุคลิกภายนอกของเขาดูไม่เป็นมิตรนัก ต่อให้ใส่สูทผูกเน็กไทเรียบร้อยก็ยังให้ความรู้สึกเหมือนลูกกระจ๊อกนักเลง ทว่ากลับเก่งอย่างยิ่งเรื่องดูสีหน้าคนและประเมินสถานการณ์ ประกอบกับมีความรอบคอบรับผิดชอบหน้าที่ได้ดี พึ่งจะย่างเข้าวัย 25 ปี ก็กลายเป็นมือขวาคนสนิทที่คอยสะสางเรื่องมากมายให้เจ้านายหนุ่ม

ส่วนมือซ้าย ตำแหน่งนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพิมพ์ตะวัน พวกเขาสองคนทำงานประสานกันเสมอ ต่อให้หญิงสาวจะก่อเรื่องปวดหัวไม่หยุดหย่อน ลำบากให้เขาช่วยบอสตามเก็บกวาดข่าวฉาวอยู่เรื่อย ทว่าเธอเป็นคนที่มีความคิดอ่านไม่ธรรมดา วิสัยทัศน์ในการทำงานยอดเยี่ยม หลายครั้งยังมีน้ำใจชมเขาต่อหน้าบอส

คนแบบนี้ต่อให้ร้ายกับผู้อื่นยังไงก็ทำใจเกลียดไม่ลง เขาออกจะชื่นชมความบ้าบิ่นไม่กลัวใครหน้าไหนของเธอด้วยซ้ำ

กรวิทย์ปิดโทรศัพท์ จังหวะนี้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบพอดี เขาจึงได้เอ่ยขึ้น “บอสครับ คุณพิมพ์…”

นลินดาพลันกล่าวแทรก “ขนมอร่อยไหมฐา ทำไมกินนิดเดียวเอง นลินอุตส่าห์หอบจากญี่ปุ่นมาฝาก”

ฐารวีนั่งไขว่ขาอยู่บนโซฟา เขาชิมขนมหน้าตาน่ารับประทานห้าหกกล่องตรงหน้าอย่างละนิด “อร่อยดี ขอบคุณ”

กรวิทย์เงียบก่อน เห็นเจ้านายคุยเล่นกับเพื่อนหน้าตาเฉย ก็นึกว่าจะไม่ได้ยินที่เขาพูด ทว่าฐารวีได้ยิน เขาถามขึ้นหลังจากนั้น “มีอะไร?บอกเธอไปว่าห้ามเข้ามา ฉันไม่อยากเห็นหน้า”

“เอ่อ…บอสครับ ดูเหมือนคุณพิมพ์จะยื่นใบลาออกที่ฝ่ายบุคคลแล้วครับ”

เจ้านายผู้หล่อเหลาหาใดเปรียบเงยหน้าขึ้นมา ราวกับเมื่อครู่เขาสงสัยว่าตัวเองจะฟังผิด “ว่าไงนะ!”

กรวิทย์ไม่ทันทวนประโยคอีกครั้ง เสียงเคาะประตูห้องพลันดังขัดจังหวะ คนที่เข้ามาคืออารียา สีหน้าของหล่อนไม่ค่อยดีแต่ก็ยังรายงานได้ครบถ้วน “ท่านประธานคะ คุณพิมพ์ฝากมาบอกว่า ไม่เข้ามาหรอกค่ะ ลาออกแล้ว”

คนสี่คนในห้องต่างตกตะลึง โดยเฉพาะฐารวี แต่ไม่นานสีหน้าของเขาก็กลับเป็นปกติ ซ้ำยังหัวเราะราวกับเป็นเรื่องตลก “พิมพ์ตะวันลาออกเหรอ ล้อเล่นอะไรกันห๊ะ! นลิน เธอกลับไปก่อนเถอะ ฉันมีเรื่องจะคุยกับลูกน้องสักหน่อย”

นลินดาอยากเสนอแนะให้ฐารวีไม่ต้องยื้อผู้หญิงร้ายกาจไว้ จึงกล่าวอย่างทอดถอนใจ “ถ้าเขามีที่ให้ไปก็ปล่อยเขาเถอะฐา ดีซะอีก ต่อไปฐาจะได้ไม่ต้องปวดหัวกับเรื่องเดิมๆ”

ฐารวีไม่ตอบว่าอะไร เพียงดันลิ้นดุนกระพุงแก้มแสดงออกถึงความไม่สบอารมณ์ สำหรับพิมพ์ตะวัน ผู้หญิงคนนี้ลาออกไม่เท่ากับจบน่ะสิ เขาไม่ใช่รู้จักเธอเพียงวันสองวัน ตลอดห้าปีไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ ต่างฝ่ายต่างรู้ธาตุแท้ของกันและกัน จู่ๆ ยื่นใบลาออก นั่นหมายถึงต่อจากนี้จะคุกคามข่มขู่ชีวิตของเขา

ทุกคนพากันแยกย้าย อารียาออกไปแจ้งพิมพ์ตะวันอีกรอบให้เข้าไปพบท่านประธานเรียบร้อยก็วิ่งแจ้นไปทำงาน

ประตูเปิดออกโดยไม่มีเสียงเคาะ หญิงสาวในชุดสบายตาเดินอาดๆ เข้ามาด้านใน เธอเป็นคนสวย เค้าโครงหน้าสมส่วน ตาโตสีน้ำตาลเข้มเหมือนกระดิ่ง จมูกเรียวเชิดรั้น ริมฝีปากอวบอิ่มแวววาวเหมือนลูกกวาดเชอร์รี่รสหวาน หุ่นเพรียวบาง ผิวพรรณผุดผ่องเหมือนกับเนื้อสาลี่พึ่งปอกเสร็จใหม่ๆ

ลักษณะภายนอกพวกนี้มีให้เห็นดาษดื่น แต่ที่แตกต่างคือ พิมพ์ตะวันเป็นคนมั่นใจและร้ายกาจ จุดนี้ทำให้เธอโดดเด่นกว่าหญิงสาวทุกคนที่เคยเข้ามาจีบเขาเมื่อห้าปีก่อนนั้น

ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าผีสางดลใจหรือของแปลกมันน่าลอง แต่เขาก็ยอมรับว่าตนชอบสไตล์แมวป่าอย่างเธอมากกว่าแมวบ้าน เสียทีที่พิมพ์ตะวันมักล้ำเส้นเกินพอดี ก่อเรื่องแต่ละทีทำเอาหน่ายระอาจนอยากไล่ไปไกลๆ

พิมพ์ตะวันหยุดยืนอยู่ห่างจากเขาพอประมาณ ห้องทำงานที่แสนหรูหรานี้เธอน่าจะไม่ได้ก้าวเข้ามาเหยียบอีกเลยนับตั้งแต่โดนใส่ร้ายจนถูกไล่ออก พอกลับมาเยือน แม้สีหน้าจะนิ่งเฉยแต่ในใจคือเดือดปุดๆ แทบอยากจุดไฟเผาให้วอด

วันสตาร์มีเดียเอ็นเตอร์เทนเมนท์ ถ้าจะให้บรรยายสถานการณ์ของเธอที่นี่เมื่อชาติก่อน คงต้องยกสำนวนที่ว่า เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล ได้ดีแล้วก็ถีบหัวส่ง ผลงานประจักษ์กลับถูกครหาป้ายสีจนด่างพร้อยล้างไม่ออก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป