บทที่ 2 ตอนที่1/2 นางร้ายตายแล้ว (2)

เขาไม่หยุดเดิน พิมพ์ตะวันจึงทุบแก้วจนแตก “ถ้าคุณยังจะไปอีก ฉันจะตายให้คุณดู”

คำขู่เหมือนจะได้ผล ชายหนุ่มเจ้าของดวงตาเฉยชาหมุนตัวหันมาช้าๆ แต่เขาไม่ได้มีท่าทีเป็นกังกลห่วงใย ในแววตาที่น่าหลงใหลเหลือเพียงความเย็นชา “พอเถอะพิมพ์ เธอมันเห็นแก่ตัว เธอไม่เหมาะจะเป็นเมียหรือแม่ของลูกฉัน เราควรเข้าใจเรื่องนี้กันตั้งแต่แรก”

พิมพ์ตะวันฟังไม่เข้าหู ส่งรอยยิ้มอ่อนแบบโรคจิตให้กับผู้ชายที่เธอรักจนจะเป็นบ้า

“ไม่พอ! ฉันไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่ คนที่มันมาแย่งของฉันไป เอาคุณไปจากฉัน ทำลายชีวิตของฉัน ฉันจะจัดการให้หมด ฉันเองแหละ ฉันจะฆ่าคุณหญิงแม่ผัวสารเลวนั่นเอง ได้ยินแบบนี้พอใจไหม ฉันจัดการเสร็จ ผู้หญิงที่คุณรักจะเป็นรายต่อไป ฉันโหดเหี้ยม ฉันเลว นั่นเพราะใครล่ะ…ก็เพราะพวกมันบีบบังคับฉัน เพราะว่าคุณทรยศฉันไง”

ได้ฟังคำสารภาพอันอาฆาต ฐารวีก็เริ่มโมโหเหมือนกัน เขาเดินเข้าไปบีบต้นแขนพิมพ์ตะวัน มองผู้หญิงโรคจิตตรงหน้าอย่างหมดความอดทน “อย่าแตะต้องแม่กับเมียของฉัน ถ้าไม่หยุด ฉันจะจัดการเธอ”

“เมีย? นี่คุณถึงกับเรียกมันว่าเมียเหรอ” พิมพ์ตะวันดิ้นตบตีพัลวันราวกับลูกสัตว์ดุร้าย

เธอโกรธถึงขีดสุด ปากก็เอาแต่พร่ำบอกว่าจะฆ่าผู้หญิงที่เขาเรียกว่าเมียให้ตาย จะทำลายทุกคนให้ย่อยยับแหลกเละเหมือนที่เธอเป็น จะไม่ยอมให้ใครได้เสวยสุขบนความทุกข์ของเธอ ฐารวีเห็นหญิงสาวเริ่มเป็นบ้าขึ้นมาก็สบถหยาบแล้วผลักเธอออกไปสุดแรง

ร่างผอมโทรมโรครุมเร้าของพิมพ์ตะวันถอยหลังโซซัดโซเซ จนช่วงเหนือสะโพกชนเข้ากับระเบียงของโรงแรมสูง ยังไม่ทันจะตั้งสติรับมือกับความเจ็บ พลันหงายวืดราวกับถูกจับพลิก คนในชุดเจ้าสาวสีแดงทิ้งตัวดิ่งตรงลงไปยังเบื้องล่าง

เหมือนจะนานเหลือเกิน แต่กลับผ่านไปแค่ไม่ถึงหนึ่งนาทีแผ่นหลังก็กระแทกพื้นปูนซีเมนต์เย็นเฉียบ เลือดอุ่นทะลักทะล้นออกมาจากรอยแยกของกะโหลก กลิ่นคาวและของเหลวข้นเจิ่งนองน่าสะอิดสะเอียน

พิมพ์ตะวันไม่ได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้คน มองไม่เห็นด้วยซ้ำว่าบนตึกสูง ชั้นไหนคือชั้นที่เธอตกลงมา

แต่ในเสี้ยววินาทีหนึ่งก่อนจะหงายหลังร่วง เธอเห็นผู้ชายที่เธอรักหมดใจ กำลังมองเธอตกลงไปอย่างเย็นชาและไร้อารมณ์

พระจันทร์เงินยวงแปรเปลี่ยนเป็นสีเดียวกับของเหลวคาวขื่นรอบร่างกายหักงอของพิมพ์ตะวัน

เธอแปลกใจที่ตัวเองไม่อาฆาต เพียงเหม่อลอยและคิดอย่างตระหนักรู้ในวินาทีสุดท้าย

ชีวิตนี้ติดค้างคนที่เชื่อใจมากมาย

ทำสิ่งใดไว้ก็ต้องได้รับผลตอบแทนเดียวกัน ต่อให้ดีแค่ไหน เลวทรามยังไง ผู้ชายคนนั้นก็ไม่มีวันมองเห็น

…ถ้าเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง เธอจะไม่ตกหลุมรักคนที่ไม่ควรรักเด็ดขาด….

เธอจะเป็นอิสระ จะไม่แก่งแย่งอย่างเสียสติ และจะไม่ทำให้คนที่รักและเชื่อในตัวเธอต้องผิดหวังจนตาย

จะไม่เป็นคนชั่วที่สุด เลวที่สุดคนนั้น จะกลับตัวกลับใจใหม่ แต่สายไปแล้ว มาคิดได้ตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว

ฉากต่างๆ ที่ราวกับละครน้ำเน่า ตัวเธอเป็นนางร้ายในความสัมพันธ์ของคนอื่นมาตลอด ในที่สุดก็อวสาน

มันจบแล้ว

ร่างกายเย็นเฉียบ เลือดอุ่นร้อนจับตัวเป็นก้อน ความทรงจำก่อนตาย จนสุดท้ายก็ยังเป็นรอยยิ้มแรกเริ่มของเขา

“อืม หนัก ใครทับเนี่ย!”

คลำมือไปปัดเท่าไรก็ปัดไม่ออก ไม่ทราบเหมือนกันว่าที่ทับหน้าท้องเธออยู่คือท่อนเหล็กหรือว่าอะไร ถึงหนักเสียเหลือเกินจนหายใจไม่คล่อง ยังมีเสียงกรนที่เหมือนจะหลับลึกนี่อีก น่ารำคาญชะมัด

ไม่สิ?

กรนบ้าบอ เธอตายไปแล้วนี่! จะได้ยินเสียงแบบนี้ได้ยังไง

พิมพ์ตะวันเริ่มหลุดจากภวังค์ครุ่นคิด ค่อยๆ ได้สติ ทรวงอกพลันเจ็บจี้ด หัวใจบีบรัดแน่นจนลืมตาขึ้นทันที

เธอพบว่าวัตถุที่ทับบริเวณหน้าท้องคือขาท่อนหนึ่ง เป็นขาเนื้อแน่นเปลือยเปล่า ซึ่งบริเวณแข้งขนรกครึ้มน่าจับมีดโกนมาไถของผู้ชาย เธอกำลังนอนอยู่บนเตียงที่ยับยู่ผ้าปูหลุดลุ่ย ซุกอยู่ใต้ผ้าห่มนวมกันหนาวและไม่ได้ใส่เสื้อผ้า

พอหันไปด้านข้างก็ต้องตกตะลึง เมื่อพบกับใบหน้าที่คุ้นเคย

คนที่นอนจมอยู่ในความฝันตื่นแล้วเช่นกัน ทั้งสองสบตากันเงียบๆ

“ฐารวี คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”

นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันล่ะเนี่ย!

ชายหนุ่มรูปลักษณ์หล่อเหลาเหมือนเดิม มองอีกสักกี่ครั้งก็ไม่มีทางจำผิด คนที่เห็นอยู่คือฐารวีแน่นอน

เขาได้ยินน้ำเสียงแหบเครือและคำถามแปลกๆ ก็คลึงขมับตนเองให้โล่ง จากนั้นพยุงกายลุกนั่ง ทุกการเคลื่อนไหวถูกพิมพ์ตะวันจดจ้องแทบไม่กะพริบตา กลิ่นสวาทเจือจางและเรือนร่างบุรุษเพศอันดุดันแข็งแกร่ง ช่างดูแปลกไปหมด

ราวกับคุ้นเคยแต่ก็ไม่เชิง กว่าสองปีที่ไม่ได้นอนร่วมเรียงเคียงหมอนกันนับตั้งแต่เขาหมั้น ฐารวียามนี้เสมือนสัตว์ประหลาดบางอย่างที่ตัวเธอไม่เคยเห็น จึงเกิดความระแวดระวัง รู้สึกว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นจริง

เป็นภาพลวงตา ความเพ้อพกหลังสิ้นลม หรือว่ายึดติดเกินไปจนตามมาหลอกหลอน คนชั่วช้าหาใดเปรียบอย่างเธอ ไม่ฝันจะปีนขึ้นสวรรค์ทั้งที่มือชุ่มเลือดอยู่แล้ว ตายไปก็มีแต่นรกที่อ้าแขนรอรับ

ฐารวีตรงหน้าต้องเป็นการลงโทษอย่างใดอย่างหนึ่ง เขาไม่ใช่ของจริง ท่านพญายมคงเห็นว่าเธอต้องทรมานอย่างสุดแสนจึงได้สร้างภาพลวงน่าโมโหนี้ขึ้นมา ใช่แล้ว…

ก่อนจะทันได้พูดคุย ชายหนุ่มหันมาพอดีพลันเกิดเสียง เพี๊ยะ!

ความโกรธที่เกิดจากความทรงจำสุดท้ายยังไม่คลาย ต่อให้ก่อนสิ้นใจอโหสิกรรมไปบ้าง ทว่านั่นเหมือนจะไม่สำคัญ พอคนมาอยู่ตรงหน้าอีกครั้งพิมพ์ตะวันก็ขอระบายแค้นสักป้าบ เธออยากทำมากกว่านั้น ฉีกกระชากเขาให้สาสมเพื่อเอาคืน แต่หมดแรง ร่างกายนี้ทั้งจิตใจที่บอบช้ำแหลกสลาย ไม่อาจเอื้อให้เธอกลายร่างเป็นสัตว์ร้ายอาละวาดได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป