บทที่ 3 ตอนที่2/1 คุ้นเคย พี่ชายยังอยู่ (1)

“คุณใจร้ายกับฉันมาตั้งกี่ครั้ง ฉันก็ยังรักคุณ แต่ถึงกับฆ่ากันได้ลงคอ จิตใจคุณนี่ไม่ธรรมดาแล้ว”

คนที่โดนตบไม่มีปี่มีขลุ่ยหน้าสั่น ฝ่ามือเรียวบางฟาดสุดแรง แต่เขาก็ไม่ได้เจ็บมากมาย แสบนิดๆ คันหน่อยๆ จึงยังพอควบคุมอารมณ์ได้ ฐารวีถามพลางลูบบริเวณซีกแก้มที่มีห้านิ้วประทับ

“นอนจนเบลอเหรอ หรือเมื่อคืนหนักเกินไปเธอถึงสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว ฉันไปฆ่าเธอตอนไหน ต่อให้ทำกันเหมือนสัตว์ผสมพันธุ์ก็คงไม่ถึงตายหรอก อีกอย่าง เธอเองก็ชอบไม่ใช่เหรอ”

เธอชอบแบบร้อนแรง อาจไม่ถึงขั้นสาย m แต่ก็เอากันหนักหน่วงพอสมควร หลายครั้งไม่บ่น ทำไมคราวนี้มาโกรธล่ะ

คงนอนจนเป็นบ้า เขาเคยได้ยินเพื่อนพูดกันว่าผู้หญิงแค่ฝันว่าโดนนอกใจก็จะแยกแยะจิตมโนปรุงแต่งกับความเป็นจริงไม่ได้ง่ายๆ ยิ่งเป็นพวกหวาดระแวงรุนแรงอย่างพิมพ์ตะวัน สงสัยเมื่อครู่ก่อนตื่นคงต้องฝันไม่ดีเลยพาลมาลงที่เขา

ชายหนุ่มตัวสูงก้าวขาลงจากเตียง เขายืนเปลือยล่อนจ้อนอยู่บนพื้นพลางล้วงเอาของบางอย่างออกจากกางเกงมาโยนให้เธอ เป็นบัตรเครดิตวงเงินสูงสีเทาใบหนึ่ง

ตบเมื่อกี้ไม่เอาเรื่อง เขาคร้านจะถือสาเพราะพึ่งทะเลาะกันไปเมื่อไม่นานมานี้

ฐารวีเปลี่ยนเรื่องคุย “งานวันเกิดคุณตา ห้ามไปวุ่นวายเด็ดขาด ฉันจะชดเชยให้ทีหลัง ว่าง่าย ไม่อย่างนั้นฉันจะเลิกติดต่อกับเธอ”

พิมพ์ตะวันสั่งสมวีรกรรมไม่ใช่น้อย แต่ละอย่างใช่ย่อยเสียเมื่อไร เธอก่อเรื่องครั้งล่าสุดก็ตอนที่เขาไปดูตัวกับหลานสาวเพื่อนของคุณตา จู่ๆ โผล่ไปบอกว่าตัวเองท้องกลางวงข้าว เล่นเอาวุ่นกันไปหมด มารดาที่มักรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ถึงขั้นลมจับ ส่วนคุณตาก็ตกใจหนักจนเกือบได้เข้าโรงพยาบาล

ภายหลังความจริงเฉลยว่าผลตรวจผิดพลาด พิมพ์ตะวันไม่ได้ท้องอย่างที่อ้าง ผู้หญิงคนนั้นก็ปลงใจแต่งงานกับคนอื่นไปแล้ว เธอร้ายจะตาย คราวนี้งานวันเกิดใหญ่ครบรอบเจ็ดสิบปีของคุณตา มีแต่แขกเหรื่อคนใหญ่คนโตในวงสังคม เขาต้องปรามตั้งแต่เนิ่นๆ หาข้อมาขัดไม่ให้เธอไปปรากฏตัว ไม่อย่างนั้นยัยตัวดีต้องสร้างเรื่องอีก

“เข้าใจไหม…” ฐารวีหันไปย้ำ จังหวะนั้นคำพูดพลันชะงักค้างอยู่ในลำคอ

เธอร้องไห้?

พิมพ์ตะวันน้ำตาไหลตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ตัว หลังหยุดนิ่งเรียบเรียงเรื่องราวมากมายในหัว หญิงสาวยังคงสะเทือนใจไม่สร่างจึงรีบกัดฟันลงจากเตียง

ขาอันอ่อนแรงสั่นเทา หยิบอะไรได้ก็สวมคลุมร่างไว้ เธอปาดน้ำตาลวกๆ สาวเท้าวิ่งออกจากห้องและพบว่าที่นี่คือบ้านสองชั้นหลังเดิม สถานที่คุ้นเคยซึ่งตนเคยอยู่อาศัยร่วมกับเขามาตั้งแต่เรียนจบ

เธอไม่เข้าใจ นี่มันเกิดอะไรขึ้น?

ตกลงว่าตายหรือไม่ตาย งานวันเกิดของคุณตา เขาสั่งห้ามไม่ให้เธอไปก่อเรื่องและได้ยื่นบัตรเครดิตใบหนึ่ง เหตุการณ์นี้เหมือนจะเป็นช่วงปีสองปีก่อนตายหรือเปล่า พิมพ์ตะวันไม่แน่ใจ หากแต่รู้สึกทั้งหมดคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยผ่านมาแล้ว

“พิมพ์ตะวัน เป็นอะไรไป?” คนในห้องตามออกมาถาม

ครั้นเห็นเธอวิ่งลงบันไดออกจากบ้านไปอย่างสติแตกก็ชักจะรู้สึกแปลกๆ แล้วเหมือนกัน

แค่ขู่ว่าจะเลิก ถึงขั้นหนีเตลิดไปเลยเหรอ เล่นละครอะไรอีก มุขเรียกร้องความสงสารบีบน้ำตาไม่ได้ผลเลยเปลี่ยนเป็นแกล้งบ้าแทนใช่ไหม

เฮอะ! เขาไม่หลงกลหรอก

ออกมาข้างนอก ได้สูดอากาศปนกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ริมรั้ว ได้เห็นท้องฟ้าสีครามกระจ่างเหมือนคลื่นน้ำ ผิวกายถูกสายลมเอื่อยพลิ้วผ่านบางเบา พิมพ์ตะวันอึ้งตัวแข็งทื่อ เธอเหมือนคนป่าที่เติบโตท่ามกลางต้นไม้ใบหญ้าพลัดหลงเข้าเมือง นั่นก็แปลกตา นี่ก็ไม่คุ้นเคย ลุกรนเซ่อซ่า จนคล้ายจะบ้าไปแล้วจริงๆ

“ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ ทำไม ทำไม” เธอเห็นรถคันหนึ่งจอดอยู่ก็รีบปรี่เข้าไปส่องกระจก ภาพสะท้อนเข้ามานัยน์ตา ทำให้ยิ่งต้องตกใจกว่าเดิม

หญิงสาวผู้ตื่นตระหนก ทว่ารูปหน้ากลับยังผุดผ่องเต็มอิ่มนี่คือเธอเหรอ ไม่ใช่! เธอป่วยสารพัดโรค ทรุดโทรมทั้งกายใจ ผอมแห้งและแก้มตอบตาลึกโปนกว่านี้ ไม่ว่าจะกินอาหารบำรุงยังไงก็จะอ้วกออกมาหมดเพราะความเครียด แล้วคนที่ยังสาวยังดูดีอยู่นี่ จะเป็นเธอได้ยังไง

หากความทุกข์ทรมานขมขื่นเหล่านั้นเป็นความฝัน เธอจะฝันยาวนานและรายละเอียดเยอะแยะเกินไปไหม

พิมพ์ตะวันนึกถึงความเป็นไปได้อีกอย่าง หรือจะเหมือนในละคร ตัวเธอย้อนเวลากลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ความคิดนี้ทำให้พิมพ์ตะวันช็อกและไม่อยากเชื่อ จะเป็นไปได้ยังไง จะเกิดขึ้นได้ยังไง เธอรวบรวมสติเข้าไปในบ้านอีกครั้งเพื่อหยิบเอากุญแจรถ โชคดีที่มันยังวางอยู่ที่เดิมตามความทรงจำจึงไม่ต้องใช้เวลาค้นหา พอสตาร์ทเครื่อง ฐารวีก็เปิดประตูชั้นสองตะโกนลงมาถามทันที

“ไปไหน วันนี้มีประชุม”

เสียงเครื่องยนต์กลบเสียงของเขาไม่หมดแต่พิมพ์ตะวันไม่สน เธอขับรถออกไปเลย กระทั่งมาถึงตึกสูงแห่งหนึ่งใจกลางกรุง รองเท้าก็ไม่ใส่ พนักงานรักษาความปลอดภัยจึงกันตัวไว้ไม่ให้หญิงสาวในชุดนอน ซึ่งเป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ ซ้ำยังเหมือนคนเสียสติเข้าไปด้านในได้

“คุณครับ เข้าไปไม่ได้นะครับ ถ้ายังบุกรุก ทางเราคงต้องแจ้งตำรวจ”

คนเสียสติที่ร้องเย้วๆ ไม่อายใครก็คือพิมพ์ตะวัน มีพนักงานทยอยมาทำงานบ้างแล้ว ครั้นพวกเขาเห็นเธอก็ไม่มีใครแสดงน้ำใจอยากยื่นมือช่วยเหลือ บางคนพิมพ์ตะวันรู้สึกคุ้นหน้า จึงถลาเข้าไปจับตัวไว้เองเสียเลย

“บอกฉันมาที พี่ทินยังอยู่ไหม เขายังอยู่หรือเปล่า” หากเป็นการย้อนเวลาที่เหนือจินตนาการจริงๆ พี่ชายของเธอต้องยังอยู่ เขาไม่ตายแล้วใช่ไหม

พนักงานสาวถูกเธอจับตัวไว้แน่น แม้แต่ลุงยามหน้าทางเข้าช่วยแกะยังแกะไม่ออก ก็จำต้องตอบคำถามเพื่อให้คนใจเย็นสงบลง

“พี่ทินไม่อยู่ค่ะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป