บทที่ 11 หลงกล
อาการแบบนี้มีหรือจะพ้นสายตาชายมากประสบการณ์อย่างมาร์คไปได้ ‘หวั่นไหวกับความหล่อของเขาแล้วล่ะสิ’ ชายหนุ่มจอมเจ้าชู้นึกกระหยิ่มในใจ ‘แบบนี้เขาคงต้องเปลี่ยนแนวเข้าหา คราวนี้ต้อง เสร็จเขาแน่ๆ แม่สาวหนองโพ’
พนักงานชายค้อมตัวเปิดประตูเชิญทั้งสามเข้าห้องอาหาร อย่างสุภาพเพื่อให้เกียรติลูกค้า
“สวัสดีครับ .. จองไว้รึปล่าวครับ”
“สวัสดีค่ะ...เอ่อค่ะ สำหรับสามท่าน ชื่อคุณมิคาเอลค่ะ”
“ด้านนี้ครับ”
พนักงานเสิร์ฟเดินนำไปที่ห้องวีไอพี ติดริมกระจกที่มีวิวด้านนอกเป็นทะเล แบบรู้งาน
ทั้งสามสั่งอาหารทะเลทานแบบอิ่มหนำสำราญ พร้อมคุยธุระกิจไปด้วย รินลณีที่เป็นคนเก่งคล่องตัวเสมอ ยังต้องทึ่งในความสามารถของตาขี้เก๊ก ที่เห็นภายนอกดูเป็นหนุ่มหล่อเจ้าสำราญ แต่พอคุยงานการก็ดูรอบคอบน่าเชื่อถือภูมิฐานซะจนรู้สึกว่าถ้าเทียบตัวเองกับคนระดับเขายิ่งรู้สึกด้อยลงไปใหญ่
“ริน ไปตรวจรางวัดที่เกาะเต่ากับคุณมาร์คนะ”
ไมค์หันมาสั่งรินลณีที่จดโน๊ตยิคๆในสมุดงาน
“ค่ะ”
รินลณีรับคำแบบคนตั้งใจทำงานเต็มที่ ไม่มีคำถามโต้แย้งใดๆ เพราะได้เห็นเวลาที่มาร์คคุยงานแล้วเธอหมดข้อสงสัยในความสามารถเขาไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเมื่อเวลาทำงานเขาจริงจังและทุ่มเทอย่างลักษณะของคนเป็นผู้นำที่ดี
“ผมจะแวะไปโรงงานใกล้ๆ คุยเรื่องบอลลูนที่จะต้องใช้ในงาน เสร็จแล้วจะโทรหาอีกที”
รินลณีนึกเคืองเจ้านายในใจที่ไม่ยอมบอกล่วงหน้าว่าต้องไปเกาะ ขึ้นรถ ลงเรือ ดูเธอแต่งตัวยังกะจะไปเดินแคทวอร์ค !
มาร์คขับเรือสปีดโบ้ทพารินลณีมายังหาดส่วนตัว ที่เขาและเพื่อนซี๊ร่วมหุ้นซื้อไว้ ในนามไมค์เพราะมีสัญชาติไทย โดยรอบๆบริเวณเกาะนี้ เป็นแนวเขาสูงชันเต็มไปด้วยป่าไม้อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ มีโขดหินล้อมรอบหาดทรายสีขาวกว้างสุดลูกหูลูกตาเหมือนกำแพง ทำให้ดูเป็นหาดส่วนตัวที่สวยงามหาได้ยาก
มาร์คโยนเชือกคล้องเข้ากับท่าเรือที่ยื่นออกมาเป็นสะพานยาวต่อจากตัวล็อบบี้โรงแรม ก่อนสะพายกระเป๋าสัมภาระ แล้วก้าวขึ้นไปยืนบนโป๊ะ ส่งมือมาให้รินลณี ที่อีกมือถือรองเท้าส้นเข็ม เธอส่งมือบางนุ่มนิ่มจับกับมือใหญ่หนาสากให้เขาดึงขึ้นไป
ชายหนุ่มอดใจหันหน้าไปทางอื่น ตอนเธอก้าวขาขึ้นมา ถือเป็นการให้เกียรติอย่างสุภาพบุรุษที่ดี ยิ่งทำให้รินลณีรู้สึกอบอุ่น ไว้ใจเขามากขึ้น ..
“รินเห็นตรงเนินที่ติดกับแนวโขดหินนั้นไหมครับ?”
มาร์คชี้ชวนให้ดู หลังสาวสวยใส่รองเท้าส้นเข็มของเธอเสร็จ โชคดีที่ท่าเรือเป็นแนวยาวยื่นออกมาจากตัวล็อบบี้ของโรงแรม ที่สร้างไว้เสร็จเรียบร้อยพร้อมเป็นออฟฟิศไปในตัว ถือว่าเจ้าของรอบคอบที่ไม่ต้องให้ลูกค้าถอดรองเท้าเดินย่ำน้ำย่ำทรายเวลาลงเรือมาเช็คอิน
“เราจะทำเป็นร้านอาหารแบบเปิด ตรงเนินข้างบนจะเป็นแคมป์ปิ้ง”
เขากล่าวแบบภูมิอกภูมิใจ ‘ทำไมรู้สึกเหมือนกำลังวางแผนสร้างบ้านกับภรรยา นี่เราคงอยากมีเมียแล้ว’มาร์คนึกขำตัวเอง แบบมีความสุขที่มีโอกาสได้อยู่กับรินลณีสองต่อสองจริงๆซะที
“โอ้โห! คุณมาร์คกับบอสเลือกสถานที่ได้ดีมากๆค่ะ รินว่าโปรเจ็ค Paradise private ต้องเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวแน่ๆ”
รินลณีอด เอ่ยปากชื่นชมไม่ได้ เพราะสิ่งที่เห็นมันสวยงามแค่วาดภาพว่ามีร้านอาหารและโรงแรมแนวอนุรักษ์ธรรมชาติตามโครงการตั้งอยู่ ก็ใจร้อนอยากจะเห็นของจริงเร็วๆ
“แล้วนี่ไม่มีใครดูแลออฟฟิศเหรอคะ ?”
“ไม่ต้องหรอกครับ ข้างในยังไม่มีอะไร นอกจากโซฟา โต๊ะเก้าอี้สำนักงาน เท่านั้น อีกอย่าง.. ถ้าจะเข้ามาในเขตหาดนี้ต้องมาทางเรือเท่านั้น พวกขโมยที่คิดจะเอาของพวกนี้ไปคงต้องใช้เรือใหญ่ขนย้าย”
“ที่เกาะนี้มีตำรวจท่องเที่ยวตรวจตราเป็นอย่างดี รับรองปลอดภัยแน่นอนครับ”
มาร์คพูดจบก็ส่งยิ้มอบอุ่นสร้างความมั่นใจให้หญิงสาว
‘ปร๊ะจ้าวววว ..ริมฝีปากหยักเวลายิ้มเป็นรูปหัวใจ ตาสีฟ้าน้ำทะเลเข้มแบบนี้ ฆ่านังรินให้ตายเถอะค่ะ’ รินลณีรู้สึกตาพร่า ใจสั่น ยืนตัวแข็งนิ่งไปเลย
มาร์คเห็นว่าหญิงสาวยืนนิ่งมองเขาตาไม่กระพริบ นึกว่าช็อคหรือไม่สบายเลยเอื้อมมือมาเขย่าแขนแน่งน้อยแรงๆให้รู้สึกตัว
“รินๆๆ... คุณริน”
“คะๆ... ค่ะ”
“ไม่สบายรึปล่าวครับ ?”
“ สบายค่ะ... รินสบายดีมาก”
“เราจะไปตรวจรางวัดกันเลยไหมคะ?”
โชคดีที่รินลณีเป็นคนเอาตัวรอดเก่งและว่องไวเสมอ แม้จะแถไปคนละเรื่องก็เถอะ
“คุณริน แน่ใจว่าเดินได้นะครับ”
“รินเดินเท้าเปล่าได้สบายมากค่ะ”
พูดจบก็เชิดหน้าอกหน้าใจขนาดไม่ธรรมดาทำแมน ขัดแย้งกับความเป็นแม่พันธุ์นม เล่นเอามาร์คหายใจขัดขึ้นมาบ้าง
หนุ่มสาวทำงานตามหน้าที่อย่างตั้งใจจนลืมดูกลุ่มเมฆครึ้มดำลอยตัวมาปกคลุมรอบเกาะอย่างรวดเร็ว ตามด้วยพายุฝนและลมกรรโชกแรง
“หลบฝนก่อนเถอะครับริน”
มาร์คจูงมือรินลณีที่ เดินเท้าเปล่าวิ่งกลับเข้าไปหลบฝนที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ ในล็อบบี้ของโรงแรมอย่างทุลักทุเล
รินลณีที่ตัวสั่นเทาเพราะความหนาว แถมเสื้อผ้าที่ใส่ก็เปียกชื้น ชายหนุ่มเห็นท่าจะไม่ดีเลยยื่นเสื้อสูทที่เขาพาดไว้บนเก้าอี้สำนักงานก่อนออกไปตรวจรางวัด ส่งให้หญิงสาว
“คุณริน เปลี่ยนเสื้อผ้า เอาสูทผมไปใส่เถอะครับ เดี๋ยวไม่สบาย”
“เอ่อ” เธอยังมัวยืนอ้ำอึ้ง
จนมาร์คหันหลังให้แล้ว เป็นเชิงบอกว่าจะไม่มอง หญิงสาวรีบกุลีกุจอวิ่งไปหลังโซฟาตัวโต ที่ตั้งอยู่กลางห้องโล่ง เสื้อสูทตัวใหญ่ ชายของมันคลุมสะโพกเธอมิด ยาวพอๆกับกระโปรงมินิสเกิร์ต เธอเอาเสื้อผ้าที่เปียกไปพาดตากเก้าอี้สำนักงานไว้ เสร็จแล้วก็กระโดดหยอยไปนั่งขดบนโซฟาตัวใหญ่
“รินเปลี่ยนเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ”
เงยหน้ามองไปทางชายหนุ่มก็ต้องร้องกรี๊ดกร๊าดเสียงแหลมปรี๊ดแสบแก้วหู จนมาร์คต้องเอามือที่กุมเป้าอยู่ยกมาอุดหูตัวเอง
