บทที่ 3 บทเรียนของเหยื่อ 2
“อ๊า...” เธอเผลอครางออกมาทั้งน้ำตา แอ่นสะโพกสู้แก่นกายแข็งขืนที่บดเบียดอยู่ด้านล่างอย่างลืมตัว ความเป็นหญิงเผยอเนื้อในสีแดงสดและเต้นตุบ ๆ ความร้อนรุ่มจากความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวพลุ่งพล่าน
“อู้ว... ขมิบต่อไปเรื่อย ๆ อย่าหยุด”
นคินทร์เริ่มกระแทกเอวเร็วขึ้น สาวลำเข้าออกแค่สั้น ๆ แต่แทงเสยเข้าที่จุดเสียวเน้น ๆ จันทร์เจ้าหวีดร้องสุดเสียง ตกใจกับความรู้สึกวาบหวิวรุนแรงที่ไม่คุ้นเคย มันเป็นความสุขสมสีขาวโพลนที่ทำให้ร่างกายของเธอเกร็งกระตุกจนมือเท้าชาดิก แรงบีบรัดตรงส่วนหัวที่ฝังแน่นอยู่ข้างในตัวเธอ ทำให้ชายหนุ่มต้องขบกราม สะกดกลั้นของเหลวที่จะหลั่งออกมา แล้วก็กระแทกเอวเข้าไปแรง ๆ
“อร๊าง... !!” เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดหลุดออกมาจากปากของจันทร์เจ้า ความรู้สึกอึดอัดแบบนี้มันแตกต่างจากความวาบหวามก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง
นี่ไม่ใช่ขนาดที่ผู้หญิงเอเชียอย่างเธอจะรับไหว
แต่ละทีที่เขากระแทกกระทั้น เธอรู้สึกมึนงงจนหูอื้อตาลายไปหมด น้ำรักสีชมพูไหลซึมออกมาทุกครั้งที่แก่นกายแข็งขืนเสือกไถเข้าออก เหมือนกับว่าอุ้งเชิงกรานของเธอกำลังจะฉีกขาด มันตึงแน่นทรมานแล้วก็แสบเสียวแปลก ๆ พอเขาขยับเอวเข้าหา เนื้อในสีแดงสดถูกดันเข้าไป แล้วถูกดึงออกมาด้วย
“ฮึก ! ฉันเจ็บ...”
“ซี๊ด... มันเข้าไปมิดลำแล้ว” นคินทร์ไม่นึกสงสารแต่แอบสะใจลึก ๆ ที่ได้ทะลวงเยื่อพรหมจรรย์ของจันทร์เจ้า
เสียงร้องไห้คร่ำครวญของหญิงสาวและกลิ่นคาวเลือดบริสุทธิ์ที่โชยแตะจมูกทำให้อารมณ์กลัดมันของชายหนุ่มเดือดพล่านยิ่งกว่าเดิม แก่นกายแข็งขืนเลื่อนออกเกือบสุด แล้วกระแทกกลับเข้าไปซ้ำ ๆ บดขยี้ความไร้เดียงสาจนแหลกยับอยู่ใต้ร่าง
จันทร์เจ้ากรีดร้องทุกครั้งที่ความเป็นชายของเขาพุ่งทะลวงเข้าออก เบื้องหลังความเจ็บปวดร้อนระอุ มีกระแสความซาบซ่านรัญจวนแล่นพล่านเข้ามาด้วย นคินทร์จับขาเธอพาดบ่าแล้วเร่งจังหวะ ลมหายใจฟืดฟาดของเขาฟังดูเหมือนวัวกระทิง ฝ่ามือทั้งสองข้างกระชับเอวคอดกิ่วไว้ และโหมกระหน่ำเข้าใส่เธออย่างป่าเถื่อน
ร่างบางหวีดร้องดิ้นพล่าน เมื่อคลื่นแห่งความสุขสมระคนเจ็บปวดถาโถมไม่หยุด ความรู้สึกเหมือนมีน้ำพุร้อนระเบิดออกมาจากช่องทางสวาท ทำให้จันทร์เจ้าหน้ามืดไปชั่ววูบ
นาคินทร์กระแทกกระทั้นเข้าหาเธออย่างหนักหน่วงต่อเนื่อง ก่อนจะแผดเสียงครางเหมือนสัตว์ป่าและปลดปล่อยคาวปรารถนาออกมาอย่างรุนแรง
ของเหลวอุ่นจัดฉีดพ่นเข้าไปในความสาวจนล้นทะลัก
“โอววว...” เขาผ่อนลมหายใจยาว กดแช่ค้างไว้ครู่หนึ่ง ขณะเดียวกันก็จ้องมองสภาพยับเยินของเธอด้วยความพึงพอใจ
ผมเผ้าของจันทร์เจ้ายุ่งเหยิง เนื้อตัวเปรอะเปื้อนด้วยคราบคาวและคราบไวน์แดง เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสาร
“คุณทำเสร็จแล้วใช่ไหมคะ”
นคินทร์สำรวจดูรอยจูบแดงเป็นจ้ำที่ปรากฏอยู่ทั่วร่างของหญิงสาวอย่างพิจารณา ทุกรอยคือตราประทับของเขา พอเห็นกลีบแคมบวมแดงกำลังสั่นระริก ความเป็นชายก็พองตัวแข็งขืนขึ้นมาอีก
“ยัง นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น”
เขาจับเธอพลิกคว่ำโก่งสะโพกขึ้น สอดใส่แก่นกายเข้าไปในร่องสวาทพรวดเดียวมิดลำ จันทร์เจ้าสะดุ้งเฮือกสุดตัว ทำให้เขาสบโอกาส เอื้อมมือมาตะปบหน้าอกอวบอัดของเธอ และบีบขยำไปพร้อมกับกระแทกกระทั้นเข้าหาเธอด้วยความหื่นกระหายรุนแรง
จันทร์เจ้าร้องไห้จนน้ำตาเหือดแห้ง แต่นคินทร์ยังคงกระหน่ำแทงเข้าออกอย่างบ้าคลั่ง เขาปลดปล่อยข้างในตัวเธอเป็นครั้งที่สอง หลังจากนั้นเธอก็หมดสติไป
จันทร์เจ้านอนหลับไปกี่ชั่วโมงไม่รู้ ตอนที่ตื่นขึ้นมาช่วงล่างของเธอขัดยอกราวกับคนโดนรุมโทรม หญิงสาวได้แต่นั่งเหม่อเลยด้วยความช็อก ขณะที่แม่บ้านและเด็กรับใช้ช่วยกันอาบน้ำแต่งตัวให้เธอ
พอทุกคนแยกย้ายกันไปทำงาน จันทร์เจ้าก็ฝืนลุกเดินไปที่ระเบียง เพราะไม่อยากนั่งอุดอู้อยู่แต่ในห้อง
ทิวทัศน์ภูเขาด้านนอกคฤหาสน์สวยงามเหมือนภาพวาด ความหรูหราของสถานที่และบรรยากาศฟ้าหลังฝนดูดีราวกับความฝัน ถ้าหากไม่มีกระแสลมโชยปะทะใบหน้าและไม่มีความเจ็บปวดที่ช่วงล่างคอยย้ำเตือน จันทร์เจ้าคงจะไม่เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอคือความจริง
“เธอลุกเดินเองไหวด้วยหรือ เก่งนี่”
สุ้มเสียงที่โพล่งขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย บอกให้รู้ว่านคินทร์เข้ามาอยู่ในห้องนี้แล้ว จันทร์เจ้ายืนตัวแข็งทื่อเกาะขอบระเบียงไว้แน่น ความหวาดกลัวถาโถมเข้ามาอีกครั้ง
“ใส่เสื้อผ้าบางขนาดนี้ ตั้งใจจะอ่อยคนงานในไร่หรือไง”
หลังกลับมาจากไร่องุ่น นคินทร์สังเกตเห็นจันทร์เจ้าออกมายืนทอดอารมณ์อยู่ตรงระเบียงพอดี แสงตะวันที่สาดส่องลงมาทำให้ชุดเดรสสีครีมที่เธอสวม ดูโปร่งบางจนเห็นเงาร่างรำไร และยิ่งขับให้ผิวขาวอมชมพูเหมือนปุยสำลีของเธอ ดูนวลตาน่าสัมผัส
แต่ว่าในตอนนั้นไม่ใช่เขาคนเดียวที่มองเธออยู่ !
“หรือว่าที่ฉันจัดให้เมื่อคืนนี้ มันยังไม่จุใจเธอ” นคินทร์กระชากร่างบางเข้ามากอดรัดอย่างหวงแหน
แววตาเกรี้ยวกราดของชายหนุ่ม มองสบตากับเธออย่างจับผิด ต่อให้เกลียดชังเขามากแค่ไหน จันทร์เจ้าก็เป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ไร้ทางสู้
