บทที่ 7 พันธนาการแสนหวาน 1
นคินทร์คำรามอย่างผู้ชนะ เขาปรนเปรอความเสียวยาวใหญ่ให้เธออย่างดุดันป่าเถื่อน กระโปรงที่เปียกชื้นคาวสวาทกลายเป็นผ้าปูรองรับอารมณ์กลัดมันของชายหนุ่ม ทุกจังหวะที่เขาโจนจ้วงเข้าหาเธอ โซ่ที่พันธนาการข้อมือก็ส่งเสียงดังกระทบกับกระจกรถ
ในจังหวะสุดท้ายที่ทั้งคู่ทะยานไปถึงจุดสูงสุด จันทร์เจ้าจิกเล็บลงบนหลังมือของนคินทร์ที่กุมมือเธอไว้ ความรู้สึกเป็นอิสระท่ามกลางการถูกกักขังเป็นความย้อนแย้งที่แสนหวานและเร้าใจที่สุดเท่าที่เธอเคยสัมผัส
เมื่อพายุอารมณ์สงบลง นคินทร์บรรจงจูบซับเหงื่อที่หน้าผากของเธออย่างอ่อนโยนผิดกับบทรักเมื่อครู่
"รีบกลับกันเถอะ คืนนี้เราจะนอนค้างที่ห้องบ่มไวน์"
จันทร์เจ้าพยักหน้าอย่างว่าง่าย เธอเอนซบแผ่นอกของเขาอย่างยอมสยบ ไม่กล้าตีความเข้าข้างตัวเองมากนัก ทั้งสองมีฐานะเป็นแค่นายและทาส ซึ่งมีพันธะสัญญาผูกมัดเพียงหนึ่งปี หลังจากนั้น ความสัมพันธ์ที่ฉาบฉวยนี้ก็จะจบลง
ในห้องทำงานของนคินทร์ อบอวลไปด้วยกลิ่นยาสูบและเครื่องหนัง จันทร์เจ้ามุดอยู่ใต้โต๊ะ นั่งคุกเข่าอยู่ตรงกลางหว่างขาของชายหนุ่ม ข้อเท้าของเธอยังคงถูกพันธนาการไว้ด้วยโซ่สีเงิน มันยาวพอจะให้เธอขยับตัวออกห่างเขาได้ไกลแค่สองเมตรเท่านั้น เธอต้องอยู่ในสายตาของเขา แม้กระทั่งช่วงที่เขาจัดการกับเอกสาร
เสียงเคาะประตูด้วยความเกรงใจดังขึ้น ก่อนที่ชัยยุทธบอดี้การ์ดมือขวาของนคินทร์จะเดินเข้ามา ชัยยุทธค้อมศีรษะให้เจ้านาย ชำเลืองมองพนักเก้าอี้ที่สั่นเป็นจังหวะด้วยแววตาเรียบเฉยราวกับไร้ความรู้สึก
“มีรายงานมาจากกรุงเทพฯ ครับนาย”
ชัยยุทธยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลวางบนโต๊ะ
นคินทร์ไม่ได้หยิบเอกสารขึ้นมาดูในทันที แต่เขากลับเอามือกดศีรษะของหญิงสาวให้อยู่นิ่ง ๆ บังคับให้เธอใช้อ้าปากอมแก่นกายแข็งขืนเอาไว้
“บอกรายละเอียดทุกอย่างให้คนของฉันได้ยินด้วย”
“การผ่าตัดหัวใจของคุณจรัญประสบความสำเร็จด้วยดีครับ ทีมแพทย์ที่เจ้านายส่งไปดูแลรายงานว่าอาการของคุณจรัญพ้นขีดอันตรายแล้ว ตอนนี้ผู้ป่วยย้ายเข้าไปพักฟื้นในห้องพิเศษ ตามที่เจ้านายสั่งไว้ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายทั้ง รวมถึงหนี้สินของคุณจรัญ ทางฝ่ายบัญชีเพิ่งจะเคลียร์ให้จบเมื่อเช้านี้ครับ”
หัวใจของจันทร์เจ้ากระตุกวูบ ความรู้สึกแรกที่รู้ว่าพ่อของเธอปลอดภัยแล้ว คือความโล่งใจ และครอบครัวของเธอไม่ต้องหลบหนีการทวงหนี้หัวซุกหัวซุนอีกต่อไป แต่ความรู้สึกต่อมาคือความหนักอึ้งที่กดทับลงบนบ่า
“ออกไปได้” ชายหนุ่มพูดกับบอดี้การ์ดมือขวา
เมื่อชัยยุทธเดินพ้นประตู นคินทร์ก็โน้มตัวลงไปหาเหยื่อสาวแสนสวย
“เธอได้ยินแล้วใช่ไหม ?”
เขาเชยคางเธอขึ้นมาสบตา “พ่อของเธอหายดีแล้ว หนี้สินครอบครัวของเธอถูกล้างจนสะอาด ตอนนี้เธอไม่ได้อยู่เพื่อคนอื่น แต่เธออยู่ที่นี่เพื่อฉันเพียงคนเดียว”
“ค่ะ ฉันรับทราบแล้ว”
จันทร์เจ้าตอบเสียงแผ่ว ความรู้สึกสับสนประดังประเดเข้ามา เหมือนพายุฝนในค่ำคืนแรกที่เธอเหยียบย่างเข้าสู่คฤหาสน์หลังนี้ เธอควรจะเกลียดเขาที่ใช้เงินซื้อชีวิตเธอมาเป็นของเล่น แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกซ่อนเร้นที่อยู่ในหัวใจเธอมันคือความภักดีที่ปรารถนาจะศิโรราบอยู่แทบเท้าของเขา
“ในเมื่อพ่อเธอหายดีแล้ว บทลงโทษที่เธอทำแก้วไวน์แตกเมื่อตอนกลางวัน ฉันจะคิด ดอกเบี้ยให้หนักกว่าเดิม เตรียมตัวให้ดีจันทร์เจ้า คืนนี้จะไม่มีคำว่าสงสาร และฉันจะไม่ใจดีกับเธออีกต่อไป”
จันทร์เจ้าหลับตาลง ยอมรับชะตากรรมที่เธอเลือกเอง ข้อเท้าข้างที่ถูกพันธนาการสั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่ด้วยความกลัวเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความตื่นเต้นที่รู้ว่าคืนนี้ชายหนุ่มตั้งใจจะฉีกทึ้งร่างกายของเธอรุนแรงและโหดเหี้ยมยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ นี่เป็นการย้ำเตือนว่าเธอคือสมบัติล้ำค่าที่เขาซื้อหามาด้วยเงินก้อนใหญ่
