บทที่ 8 พันธนาการแสนหวาน 2 (ตอนจบเหยื่อปรารถนา)

ปฏิทินตั้งโต๊ะระบุว่า ครบกำหนดสัญญาหนึ่งปีแล้ว จันทร์เจ้าเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างที่มีไร่องุ่นทอดยาวไกลสุดลูกหูลูกตา

เสียงประตูเปิดออกเบา ๆ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของนคินทร์ที่ก้าวเข้ามา ชายหนุ่มไม่ได้สวมเชิ้ตสีดำเหมือนทุกวัน แต่อยู่ในชุดลำลองที่ดูผ่อนคลาย ทว่าแววตาของเขากลับดูห่างเหินจนเธอรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก

“รายการสินทรัพย์ทุกอย่างที่เคยถูกยึด โอนกลับเป็นชื่อพ่อของเธอเรียบร้อยแล้ว” นคินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เขาวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะข้างเตียง

“พรุ่งนี้ ชัยยุทธจะไปส่งเธอกลับกรุงเทพฯ”

คำว่า “ส่งเธอกลับ” ของเขาคมกริบราวปลายมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลสด จันทร์เจ้ารู้สึกราวกับลมหายใจถูกขโมยไปดื้อ ๆ ทั้งที่เคยเกลียดกลัวความป่าเถื่อนเลือดเย็นของเขา ชิงชังโซ่ตรวนที่พันธนาการร่างกาย แต่ตอนนี้เธอกลับโหยหามัน แค่คิดว่าต้องสูญเสียมัน เธอก็รู้สึกทรมานเหมือนจะสิ้นใจ

เธอสำนึกแล้ว เธอไม่ได้แค่ตกเป็นทาสของเขา แต่เธอตกเป็นทาสของความรัก ที่ซ่อนอยู่ในบทลงโทษเหล่านั้น

“คุณอยากให้ฉันไปจากที่นี่จริง ๆ หรือคะ ?”

จันทร์เจ้ากัดริมฝีปากจนเจ็บ เมื่อเผลอถามเขาออกไปเหมือนคนขี้แพ้

แค่นั้นยังไม่พอ เธอพุ่งเข้าไปหานคินทร์ราวกับเสียสติ เสื้อฮู้ดสีแดงลื่นหลุดจากหัวไหล่ เผยให้เห็นรอยจูบ รอยกัดจาง ๆ ที่เขาทิ้งไว้บนร่างกายของเธอ

นคินทร์ชะงักงันไปสามวินาที ดวงตาคมกริบวูบไหวด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามซ่อนมันไว้ “นั่นคือสิ่งที่เธอต้องการไม่ใช่หรือจันทร์เจ้า ? อิสรภาพที่เธอเคยร้องขอตั้งแต่วันแรกที่เธอมาถึงที่นี่”

“ไม่ค่ะ ฉันไม่ต้องการอิสรภาพ” จันทร์เจ้าส่ายหน้าดิก กุมมือเขามาวางบนแก้มขาวเนียน “ตอนนี้ฉันไม่อยากไปไหนทั้งนั้น โลกภายนอก มันหนาวกว่าห้องบ่มไวน์ใต้ดินนั่นเสียอีก”

เธอเอื้อมแขนไปหยิบผ้าไหมสีแดง ที่พาดอยู่บนหัวเตียงขึ้นมา แล้วพันรอบข้อมือตัวเองช้า ๆ ก่อนจะส่งปลายผ้าให้กับเขา

“มัดฉันไว้สิคะ คุณนคินทร์ มัดให้แน่นกว่าเดิม มัดจนฉันหนีไปไหนไม่ได้” น้ำตาหยดหนึ่งไหลผ่านแก้มใส

“อย่าปล่อยให้ฉันไปเลยนะคะ” เสียงเธอสั่นเครือ

นคินทร์มองผ้าไหมสีแดงในมือ สลับกับดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความจงรักภักดีอย่างสุดหัวใจ ไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายที่ชอบทำให้ผู้หญิงของตัวเองเจ็บปวดอย่างเขา จะรู้สึกหวั่นไหวไปกับความเปราะบางของเหยื่อตรงหน้า

เขากระตุกปลายผ้าดึงร่างของจันทร์เจ้าเข้ามากอด แล้วซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นอย่างโหยหา

“เธอเลือกเองนะจันทร์เจ้า ถ้าฉันผูกปมนี้อีกครั้ง นับจากนี้เป็นต้นไป ต่อให้เธอร้องไห้ อ้อนวอนขออิสรภาพจนน้ำตาเป็นสายเลือด ฉันก็จะไม่ยอมแก้มัดให้เธอ”

จันทร์เจ้าโอบกอดคนตัวโตที่เธอลุ่มหลงคลั่งไคล้ราวกับคนโดนของ เธอรักเขา รักมากจนกระทั่งยอมละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อผู้ชายเพียงคนเดียว

 “มัดฉันไว้เถอะค่ะ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงและแววตาที่มั่นคง “ฉันไม่อยากไปไหนทั้งนั้น ถ้าไม่ใช่ในกรงขังของคุณ”

นคินทร์ไม่ได้ตอบ แต่ดันร่างเธอออกห่าง และเดินไปหยิบกล่องกำมะหยี่ออกมาจากลิ้นชักโต๊ะที่อยู่ตรงมุมห้อง ข้างในนั้นคือสร้อยคอโรสโกล์ดกับจี้พวงองุ่น เขาบรรจงสวมมันให้เธอแทนการใช้โซ่หรือผ้าไหมสีแดง

“สร้อยเส้นนี้ เป็นของขวัญที่ฉันเตรียมไว้ตั้งแต่วันแรกที่เห็นเธอแล้ว”

ที่นี่จะไม่ใช่คุกสำหรับจันทร์เจ้าอีกต่อไป เพราะมันคืออาณาจักรที่เธอและเขาจะเป็นเจ้าของร่วมกัน ภายใต้พันธนาการแสนหวาน ที่จะผูกมัดทั้งสองไว้จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต

บทก่อนหน้า
บทถัดไป