บทที่ 1 พันธะสัญญา
บ้านทรงไทยหลังใหญ่ตั้งอยู่ริมคลองย่านเมืองนนท์มีบริเวณกว้างขวางกว่ายี่สิบไร่มีผลไม้ทุกฤดูกาลวางขายริมคลองและมีนายสนั่นกับนางชวนชมสองตายายอาศัยอยู่และปกติจะมีตายายและหลานสาวหลานชายอาศัยอยู่ด้วยหลังเรียนจบก็เข้าไปช่วยงานที่โรงแรมหรูหกดาวที่นายสนั่นลงทุนร่วมหุ้นกับเพื่อนรักมานานกว่าสามสิบปีจนติดอันดับหนึ่งในสิบโรงแรมหรูในเมืองไทยที่มีกว่ายี่สิบแห่งทั่วประเทศที่ขยายเพิ่มตอนลูกเขยและลูกสาวมาสานต่อแล้วทั้งสองเลิกกันตอนหลานสาวหลานชายอายุแปดขวบกับหกขวบและลูกสาวของนายสนั่นเสียชีวิตในอีกสองปีถัดมาและนายสนั่นกับภรรยาก็ไว้ใจให้ลูกเขยช่วยดูแลบริหารต่อพร้อมกับลูกชายของเพื่อน และยังมีโรงแรมรีสอร์ทระดับกลางอีกหลายแห่งทำให้ต้องใช้ชีวิตอยู่ที่คอนโดหรูกลางเมืองกับน้องชายและเสาร์อาทิตย์หลานสาวก็จะมานอนด้วย แต่จากหลังหลานสาวแต่งงานก็ย้ายไปอยู่บ้านใหม่กับสามีก็มาทานอาหารกับตายายทุกวันเสาร์ยกเว้นมีธุระจึงไม่ได้มา ส่วนลูกสาวของนายสนั่นกับนางชวนชมเสียชีวิตเพราะโรคร้ายหลังจากเลิกกับสามีได้สองปี
“ใครมาอีกล่ะนั่นตา” ยายชวนชมได้ยินเสียงรถจอดหน้าบ้านก็ถามสามีที่นั่งตรงชานเรือนถึงเธอกับสามีจะเป็นชาวสวนแต่มีฐานะร่ำรวยหรือรียกว่าผ้าขี้ริ้วห่อทองแค่ที่ดินยี่สิบไร่ทำเลทองก็หลักร้อยล้านและที่ขายไปกว่าร้อยไร่ให้กับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่คอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่และหมู่บ้านจัดสรรคอนโดก็หลายร้อยล้านและบ้านสวนของพวกเขาถูกล้อมด้วยความเจริญทั้งห้างสรรพสินค้าและหมู่บ้านเศรษฐี
“ยังไม่ลงจากรถแท็กซี่เลย อ้อ ยัยพั้นซ์มาน่ะยาย” ตาสนั่นตอบภรรยาเมื่อเห็นหลานสาวลงจากรถแท็กซี่เพราะปกติจะมีคนขับรถมาส่งหรือไม่ก็หลานเขยมาส่งหรือขับรถมาเอง
“จริงเหรอตาแต่นี่มันวันพุธนี่นา ทำไมยัยพั้นซ์ถึงมาได้ล่ะ” ยายชวนชมถามสามีด้วยความแปลกใจปกติหลานสาวจะมาหาอาทิตย์ละครั้งเพราะต้องทำงาน
“หลานมาแล้วก็ถามเอาเองสิยาย” ตาสนั่นพูดกับภรรยาเพราะนั่งอยู่ด้วยกันจะรู้ได้ยังไงพอเห็นท่าทางของหลานสาวก็อดเป็นห่วงไม่ได้
“สวัสดีค่ะตายาย” วธูเดินขึ้นมาบนเรือยกมือไหว้ตายายแล้วนั่งลงข้างยาย
“พั้นซ์มาได้ยังไงลูก ทำไมนั่งแท็กซี่มาล่ะแล้วพ่อเทมส์ไม่มาด้วยเหรอลูก” ยายชวนชมถามหลานสาวที่มีสีหน้าไม่สู้ดีจึงลูบศีรษะเบาๆด้วยความรักใคร่
“ยายจะให้พั้นซ์ตอบคำถามไหนก่อนดีคะ” เสียงหวานแหบพร่าถามยายแล้วยิ้มให้ท่าน
“ก็แล้วแต่พั้นซ์จะตอบยายสิลูก เสียงแหบแบบนี้ไม่สบายหรือเปล่าลูก” ยายชวนชมยกมือขึ้นอังหน้าผากของหลานสาว "ตัวร้อนด้วยนี่ลูก"
“พันซ์รู้สึกไม่สบายก็เลยหยุดงานไปหาหมอแล้วเลยมาหาตายายนี่แหละค่ะ” เมื่อวานเธอไปตรวจงานโรงแรมที่กระบี่พร้อมกับกาญธิดาเพื่อนสนิทและเป็นน้องสาวของสามีและเธอปวดหัวตั้งแต่เมื่อคืนจึงกินยาแล้วนอนแล้วเช้ามาไม่ดีขึ้นจึงไปหาหมอและหมอบอกว่าเธอเป็นไมเกรนเพราะพักผ่านไม่เพียงพอจึงให้ยามากินแล้วเดินทางกลับกรุงเทพพร้อมกับกาญธิดาแล้วแยกมาพักผ่อนที่บ้านสวนเพราะที่นี่ทำให้เธอเป็นตัวของตัวเองมีอิสระ แม้ว่าเธอกับกฤติธีจะไม่ได้รักกันแต่พวกเธอก็เต็มใจแต่งงานกับเขาเพื่อรักษาสิทธิ์ของตัวเองและไม่ให้ทรัพย์สินของตระกูลตกไปเป็นของคนนอกตามที่ปู่ย่าและตายายของเขากับเธอได้สัญญากันไว้ตอนร่วมหุ้นทำธุรกิจด้วยกันจนตอนนี้มีทั้งโรงแรมรีสอร์ทและคอนโดทั้งขายและเช่าในเมืองท่องเที่ยวทั่วเมืองไทยและยังขยายไปต่างประเทศและทำเงินให้มหาศาลและยังมีอสัหาริมทรัพย์อีกมากมายและปู่ย่าตายายของเขากับเธอได้ทำสัญญากันไว้จึงตกมาที่รุ่นเธอกับสามี
“งั้นก็พักผ่อนนะลูก ว่าแต่พันซ์ทานข้าวเช้ามาหรือยังลูก ดูสิมัวทำแต่งานพั้นซ์ทำงานหลานยายผอมลงไปเยอะเลยเดี๋ยวยายให้นอมมันทำอาหารให้นะลูก” ยายชวนชมพูดกับหลานสาวอย่างอ่อนโยนเพราะวธูกับอนินทร์เป็นตัวแทนของลูกสาวท่านที่จากไปก่อนะทันเห็นความสำเร็จของลูก
“ไม่เป็นไรค่ะยาย พั้นซ์ยังไม่หิว เอาไว้ทานมื้อเที่ยงทีเดียวเลยละกันค่ะ พั้นซ์ขอไปนอนพักก่อนนะคะ” วธูไม่ได้ตอบยายว่าทำไมสามีไม่มาด้วยก็เพราะเขาไปต่างประเทศเป็นอาทิตย์และกลับบมาตอนเธอไปตรวจงานพอดีจึงไม่ได้เจอกันและรู้ว่าเขาแวะหาแฟนสาวของเขาที่อังกฤษเพราะแฟนของเขาส่งรูปมาให้ดูและเหตุนี้ทำให้เธอนอนไม่หลับเพราะถูกแฟนขอเขาก่อกวนแต่ไม่คิดจะบอกเขาและถ้าเธอหมดความอดทนเมื่อไหร่จะจัดการเอง
“งั้นตาเข้าสวนไปดูผลไม้มาให้หลานดีกว่านะ” ตาสนั่นบอกหลานสาวก่อนจะลงจากเรือนเพื่อเข้าไปดูผลไม้ในสวนมาให้หลานสาว หากมีเรื่องอะไรเดี๋ยววธูก็คุยให้เขาฟังเอง แม้เขาจะปล่อยมือจากธุรกิจอยู่แต่ในไร่ในสวนแต่เขาก็ติดตามข่าวสารเศรฐกิจอยู่ตลอดเวลาและเขายังเป็นที่ปรึกษาให้ลูกเขยและหลานสาวหลานชาย
วธูก็เข้าห้องนอนส่วนตัวของเธอเพื่อพักผ่อนและเธอได้บอกเพื่อนและพ่อแม่ของสามีไว้แล้วว่าจะค้างบ้านสวนแล้วพรุ่งนี้จะไปทำงาน แต่พ่อแม่ของสามีบอกให้เธอหยุดพักผ่อนให้หายดีก่อนแล้วค่อยมาทำงานเพราะเป็นห่วงลูกสะใภ้ที่เห็นมาตั้งแต่อ้อนแต่ออกจึงรักและเอ็นดูวธูดุจลูกในไส้ของตัวเอง
ส่วนคนที่ยังไม่รู้ว่าภรรยาไม่สบายก็ทำงานของเขาที่ยุ่งทั้งวันเพราะช่วงนี้ใกล้เทศกาลวาเลนไทน์ทางโรงแรมจึงจัดโปรโมชั่นสำหรับคู่รักที่มาดินเนอร์และพักที่โรงแรมทุกสาขาเครือโรงแรมมันตราคีรี แกรนด์ ไฮเอนด์ กรุงเทพที่มีกว่ายี่สิบแห่งในแหล่งท่องเที่ยวของเมืองไทยตามเกาะใหญ่อย่างภูเก็ต สมุย พะงันและยังมีโรงแรมรีสอร์ทแอนด์สปาอีกหลายแห่งนับไม่ถ้วนและยังมีขยายไปต่างประเททั้งแถบเอเชียและยุโรปและกฤติธีเป็นหลานชายคนโตจึงรับตำแหน่งประธานบริษัทถึงจะเป็นการสืบทอดแต่เขาก็ได้ตำแหน่งมาด้วยความสามารถ ส่วนน้องสาวและญาติพี่น้องก็เป็นกรรมการบริหารและภรรยาของเขาก็เป็นรองประธานบริหารซึ่งแบ่งหน้าที่ตามความสามารถแม้จะมีปัญหาภายในเรื่องความคิดเห็นไม่ตรงกันบ้างมันก็ไม่ได้รุนแรง
“พี่เทมส์อยู่หรือเปล่าคะคุณบู้” กาญธิดาหรือ แทมมี่ วัยยี่สิบแปดปีสวยเซ็กซี่เปรี้ยวจนเข็ดฟันถามเลขาหน้าห้องของพี่ชายเพราะเธอเพิ่งกลับมาจากไปตรวจงานที่กระบี่กับพี่สะใภ้เพราะมีปัญหาเรื่องอาหารและฝ่ายจัดซื้อวัสถุดิบทุจริตรายการอาหารสดที่ลดคุณภาพไม่ได้มาตรฐานสมกับราคาอาหารที่แพงทำให้ลูกค้าร้องเรียนจึงต้องไปจัดการพร้อมกับพี่สะใภ้วัยเดียวกันและยังเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่เด็กและกลับมาถึงกรุงเทพเมื่อตอนสายของวันนี้และไล่เพื่อนรักไปพักผ่อน
“อยู่ครับ แต่จะมีประชุมเวลาสิบเอ็ดนาฬิกาครับ” บุพกรเลขาคนสนิทที่คอยดูแลจัดการเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวของเจ้านายมาตั้งแต่กฤติธีเข้ามารับตำแหน่งประธานบริษัทตอบน้องสาวของเจ้านาย
“ผลั้วะ..”
“แทมมี่เข้าห้องทำงานพี่ทำไมไม่เคาะประตู” กฤติธีหรือเทมส์ หนุ่มหล่อวัยสามสิบสองปีเขาเพียบพร้อมด้วยรูปร่างหน้าตาการศึกษาและชาติตระกูลมีฐานะร่ำรวยและยังเป็นนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่สามารถพาธุรกิจเติบโตได้ภายในไม่ถึงห้าปี พอเสียงประตูเปิดก็เงยหน้าขึ้นแล้วเอ็ดน้องสาวที่เปิดประตูเข้ามาขณะที่เขากำลังทำงานเพลินๆ
“ขวัญอ่อนจริงนะพี่เทมส์ แล้วมาทำงานอยู่นี่รู้หรือเปล่าว่าพั้นซ์มันไม่สบาย” กาญธิดามาถึงก็ใส่พี่ชายที่นั่งทำงานหน้าตาเฉยทั้งที่เมียไม่สบาย
“แล้วพี่จะรู้ได้ยังไงว่าพั้นซ์ไม่สบาย ไม่ได้เจอกันเป็นอาทิตย์แล้วนะ” ชายหนุ่มนิ่วหน้าแล้วคิดถึงคนตัวเล็กที่ไม่ได้เจอหน้ากันเป็นอาทิตย์และมันก็เป็นเรื่องปกติของเขากับเธอหากไม่มีธุระร่วมกันก็ไม่ค่อยได้เจอวธูและเขาเองเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศเมื่อวานและเพิ่งจะรู้ว่าภรรยากับน้องสาวไปตรวจงานที่กระบี่
