บทที่ 11 มีลูกไม่ใช่เรื่องง่าย
“ฉันมันโง่จริงๆนะอาร์ท ไม่รู้ผีตัวไหนเข้าสิงถึงทำให้ฉันทำร้ายแพงได้” คืนนั้นเขาเมาและคิดว่านารีกระจ่างเป็นภรรยาจึงมีความสัมพันธ์กันทั้งคืนกว่าจะรู้ก็เช้าแล้วเขาให้นารีกระจ่างกินยาคุมฉุกเฉินและเธอบอกว่ากินแล้วแต่สุดท้ายก็มีลูกโผล่มาและหลังจากนั้นเขาไม่เคยมีความสัมพันธ์กับนารีกระจ่างอีกเลยจนมาถึงทุกวันนี้
“เรื่องมันผ่านไปนานแล้วนะเข้ม ตอนนี้แพงก็ไม่อยู่และแกก็ทำเพื่อนหนูพั้นซ์กับตาพลับมาตลอดขนาดลุงหนั่นกับป้าชวนชมท่านยังไม่โทษแกเลย”
“ก็เพราะพวกท่านไม่โทษฉันนี่แหละมันทำให้ฉันรู้สึกผิดตลอดเวลา”
“แกควรปล่อยวางบ้างนะเข้ม”
“ฉันว่าฉันจะปล่อยมือให้เจ้าของที่แท้จริงแล้วละ ตอนนี้น้องพั้นซ์กับตาพลับก็สามารถบริหารดูแลร่วมกับตาเทมส์กับน้องแทมมี่ได้”
“แกพูดจริงเหรอเข้ม”
“อื่อ..”
“แล้วแกจะไปทำอะไรล่ะ”
“ฉันอาจจะย้ายไปอยู่นครปฐมแล้วทำสวนเล็กหรือไม่ก็บวชสักพักน่ะ” เขาคิดมานานแล้วว่าจะบวชส่วนเรื่องย้ายไปอยู่บ้านเกิดที่นครปฐมเขาเพิ่งคิดไว้ไม่นานและตอนนี้ก็ซื้อที่ดินเพิ่มอาจจะปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษขายก็ได้
“แล้วลูกเมียแกล่ะ” คนอย่างนารีกระจ่างทะเยอทะยายเพื่อถีบตัวเองให้มาอยู่ในสังคมไฮโซถึงกล้าเอาตัวเองเข้าแลกจะยอมไปอยู่ชนบทได้อย่างนั้นเหรอ
"ไม่รู้สิ ถ้าพวกเขาไปอยู่กับฉันได้ก็ไม่มีปัญหาแต่ถ้าเขาอยู่ไม่ได้และเลือกอยู่กรุงเทพฉันก็ไม่ว่า" เขาก้จะดูแลตามหน้าที่สามีและพ่อต่อไปเท่านั้น
"เอาเถอะ ถึงเวลาเมื่อไหร่ก็ค่อยคุยกันเถอะ" เขาเคารพกันตัดสินใจของเพื่อน
"ก๊อกกๆๆ.."
"มาแล้วเหรอลูก" คุณกนกขวัญนั่งฟังสามีคุยกับเพื่อนเงียบๆทักทายลูกชายลูกสะใภ้และลูกสาวกับหลานชายที่เดินตามกันมา
"สวัสดีครับ/ค่ะ"
"นั่งก่อนสิลูก"
"คุณลุงชิตเป็นยังไงบ้างครับพ่อ" กฤติธีถามพ่อที่ไปเยี่ยมเพื่อนมา
"ก็คงจะเครียดมากจนเส้นเลือดฝอยในสมองแตกหมอบอกว่าเป็นอัมพฤกษ์มีโอกาสหายแต่ต้องใช้เวลาน่ะลูก" นายอติพลตอบลูกชาย
"แล้วเรื่องงานล่ะคะคุณพ่อ"
"ก็ให้นายเทมส์เข้าไปบริหารน่ะ จะให้นายกรทำก็ไม่น่าจะไปรอดเพราะผู้บริหารไม่เชื่อมือ" เขมรินให้คนไปสืบข่าววงในมาว่าพงศกรไม่มีอำนาจหรือความเชื่อถือในบริษัทเพราะทำงานไม่เป็น
“ผมไม่อยากมีปัญหากับนายกรอีกนะครับลุงเข้ม” ชายหนุ่มพูดกับพ่อตาและยังเรียกเขาว่าลุงเข้มเหมือนเดิมแต่สายตามองดูภรรยาสาวเพราะเขากับพงศกรมีปัญหากันตั้งแต่แต่งงานกับวธู
“ถ้านายกรไม่รู้จักแยกแยะก็คงต้องปล่อยไปนะ เราก็ทำงานของเราไปจะให้คนๆเดียวมาทำให้คนนะพันตกงานไม่ได้” เขารู้ว่าพงศกรชอบลูกสาวแต่วธูไม่ได้ชอบพงศกรและไม่ได้ชอบกฤติธีฉันท์ชู้สาวแต่รักกันเหมือนพี่น้อง
“ครับลุงเข้ม” งานคืองานและเขาแยกแยะได้ส่วนพงศกรจะทำได้หรือไม่ก็ไม่เกี่ยวกับเขา
“พลับจะไปช่วยพี่เขาอีกแรงได้มั้ยลูก งานบริษัทของเรามันไม่ได้มีปัญหาอะไรเดี๋ยวลุงกับพ่อของพลับจะเข้าไปช่วยดูแลให้ก่อน ถ้าบริษัทของลุงชิตเข้าที่แล้วก็ค่อยปล่อยให้พวกเขาจัดการกันเอง” ยกเว้นจะไม่มีใครทำต่อเพราะบริหารไม่เป็นและพิมพ์ผกาก็ทำคนเดียวไม่ไหว
“ได้ครับลุงอาร์ท ผมอยากลองทำอะไรใหม่ๆที่ท้าทายดูบ้างครับ” อนินทร์รับปากทันทีเขาอยากทำงานที่มันท้าทายความสามารถและเป็นงานที่ไม่เคยทำมาก่อน
“แหมๆรีบรับปากเลยนะนายพลับ ตกลงอยากไปทำงานหรือไปป้อสาวล่ะ”
“โธ่พี่แทมมี่คร้าบ ก็ต้องทำงานสิครับ ส่วนสาวๆก็เป็นผลพลอยได้จริงมั้ยครับพี่เทมส์” อนินทร์หันไปหาพี่เขยเพื่อหาพวก
“เกี่ยวอะไรกับพี่ล่ะ พี่แค่จะไปทำงานเท่านั้น” ตอนนี้เขาคิดอะไรได้เยอะเพราะการที่เราทำอะไรเพื่อใครสักคนแล้วคนๆนั้นไม่ได้ซื่อสัตย์ต่อเขาก็ไม่จำเป็นต้องรักษาสัญญาเพราะวันหนึ่งคนนั้นก็จะทนไม่ได้และเรียกร้องหาอิสระเองและเขาก็จะรอให้มันออกจากปากของทิชาภรณ์เอง
“ขอให้เหมือนที่พูดเถอะ” คนเป็นพ่อมองลูกชายอย่างไม่อยากเชื่อแต่กฤติธีไม่ใช่เด็กๆที่เขาต้องมานั่งจ้ำจี้จ้ำไชอยู่ตลอดเวลา
“อ้อ แล้วงานที่เยอรมันตกลงใครจะไปดูล่ะ” เขมรินถามทุกคนเพราะยังไม่ได้เข้าที่ประชุม
“ผมไปเองครับลุงเข้ม พอดีผมนัดกับเพื่อนไว้ที่อิตาลีจะร่วมทุนทำโรงแรมครับ” เขาคุยกับเพื่อนชาวสเปนไว้นานแล้วว่าอยากทำธุรกิจโรงแรมและให้เพื่อนหาที่ดินในกรุงโรมให้และเพื่อนแจ้งมาให้เขาไปดูว่าสนใจหรือไม่
“แน่ใจนะว่าจะไปอิตาลีกับเยอรมัน” กาญธิดาค้อนพี่ชายด้วยความหมั่นไส้เพราะเยอรมันกับอิตาลีใกล้กับฝรั่งเศส
“พี่ไปทำงานนะแทมมี่”
“ค่า ขอให้ไปทำงานจริงๆเถอะ”
“เอาล่ะๆ ก่อนจะไปเทมส์ก็เข้าไปที่บริษัทของลุงชิตก่อนเพื่อวางแผนงานให้เรียบร้อยแล้วให้ตาพลับสานต่อละกัน”
“ครับพ่อ”
“งั้นไปทำงานกันเถอะ”
หนุ่มสาวแยกย้ายกันกลับไปทำงานของตัวเองและกฤติธีก็ต้องรีบเคลียร์งานและวางแผนงานในบริษัทสื่อยักษ์ใหญ่ที่ได้เอกสารข้อมูลของบริษัทมาจากคุณพิมพ์ผกา
“พั้นซ์จะไปหากาแฟดื่มสักหน่อยแกจะไปด้วยมั้ยแทมมี่” วธูถามเพื่อนเบาๆเธออยากได้กาแฟสักแก้วเพราะเมื่อคืนคิดแผนการตลาดจัดโปรโทชั่นเทศกาลต่างๆของทั่วโลกที่เป็นลูกค้าของโรงแรมว่ามาจากไหนมากที่สุด
“ไปด้วยสิ วันนี้งานไม่เยอะ แต่อีกสองวันจะต้องไปเชียงใหม่อีกแล้วอ่ะ” กาญธิดาบ่นเบาๆมันก็ชอบอยู่หรอกที่ได้เดินทางไปหลายจังหวัดเกือบทั่วประเทศแต่ได้เที่ยวน้อยมากเพราะต้องไปทำงาน
“พรุ่งนี้ฉันต้องไปหัวหินน่ะ”
“ชีวิตพวกเรานี่จะมีบ้างมั้ยที่ได้อยู่ติดบ้านกันอ่ะแก แล้วถ้ามีลูกแล้วจะมีเวลาดูแลพวกเขามั้ยล่ะแก”
“ไม่รู้สิ พั้นซ์ว่าถ้าถึงเวลานั้นมาเราคงจัดสรรเรื่องเวลาได้แหละ”
“ตกลงแกเอาจริงใช่มั้ยพั้นซ์”
“จริงสิ ถ้าพั้นซ์ไม่ทำแล้วใครจะทำล่ะ พั้นซ์ไม่อยากให้สิ่งที่ปู่ย่าตายายสร้างมาต้องไปตกอยู่ในมือคนอื่น อย่างน้อยถ้าพี่เทมส์เขาแต่งงานกับแฟนของเขา ลูกของพั้นซ์ก็ยังเป็นทายาทตามกฎหมายและจะสานต่อธุรกิจของปู่ย่าตายายของเราต่อไปไง”
“”แล้วแกคุยกับพี่เทมส์หรือยังล่ะ”
