บทที่ 2 เป็นห่วงเป็นใย
“ก็ปวดหัวตั้งแต่เมื่อคืน และเมื่อเช้าก่อนขึ้นเครื่องแทมมี่ก็พาไปหาหมอมาแล้วแต่ยัยพั้นซ์มันดื้อพอลงจากเครื่องก็จะมาทำงาน แทมมี่ก็เลยไล่กลับบ้านไปหาคุณตาคุณยายที่บ้านสวนโน่นค่ะถึงยอมไป” กาญธิดาบอกพี่ชายและรู้สถานการณ์ของพี่สะใภ้กับพี่ชายดี
“เดี๋ยวพี่จะโทรถามคุณยายละกัน” พอน้องสาวพูดเขาก็อดเป็นห่วงภรรยาสาวไม่ได้
“งั้นก็โทรเลยสิ”
“เออๆ สั่งจริงๆน้องหรือแม่วะเนี่ย” ชายหนุ่มว่าน้องสาวหากเป็นเรื่องของวธูละก็น้องสาวของเขาจะออกหน้าให้ตลอดแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาภรรยาสาว
“ตู้ดดๆๆ..” เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจนมันตัดไปแล้วชายหนุ่มก็โทรอีกครั้งก็เป็นเหมือนเดิมจึงโทรหาคุณตา
“ฮัลโหล”
“ผมเองครับคุณตา”
“ผมน่ะใคร ไม่บอกชื่อแล้วฉันจะรู้ได้ยังไง” นายสนั่นรู้อยู่แล้วแต่เขาไม่พอใจหลานเขยที่ทำอะไรไม่คิดทั้งที่แต่งงานแล้วก็ยังติดต่อแฟนเก่าอีก แม้เขาจะผิดที่ทำเรื่องยุ่งให้ลูกหลานลำบากใจก็เพราะอยากใหมีความสุขเพราะเขาเห็นหลานชายเพื่อนมาตั้งแต่เด็กและทั้งสองก็รักใครกันดีเขาก็คิดว่าจะไปกันได้ดีแต่เขาคิดผิดและกฤติธีเต็มใจแต่งงานกับหลานสาวของเขาและยังไม่เลิกกับแฟนนี่แหละที่เขาไม่พอใจ
“ผมเทมส์ครับคุณตา” เขารู้ว่าคุณตาสนั่นรู้ว่าเป็นเขาและท่านพูดรวนเขา
“อ้อ เทมส์เองเหรอ มีอะไรล่ะ”
“พั้นซ์อยู่บ้านสวนใช่มั้ยครับ”
“เพิ่งมาถึงเมื่อกี้นี่เอง” เขาไม่บอกว่าหลานสาวไม่สบายอยากรู้นักว่าหลานเขยจะใส่ใจมั้ย
“ผมเพิ่งรู้จากแทมมี่ว่าพั้นซ์ไม่สบายแล้วน้องเป็นยังไงบ้างครับ”
“ยายเขาดูอยู่น่ะ” ตาสนั่นตอบอย่างไม่เคลียร์แต่น้ำเสียงของกฤติธีเป็นห่วงหลานสาวของเขาอาจเป็นเพราะความผูกพันของทั้งสองมากกว่า
“ผมขอคุยกับพั้นซ์หน่อยได้มั้ยครับ”
“ตาอยู่ในสวน แล้วทำไมไม่โทรหายัยพั้นซ์เองล่ะ”
“โทรศัพท์ของพั้นซ์น่าจะแบตหมดครับ”
“งั้นก็โทรเข้าบ้านละกัน แค่นี้นะพอดีตากำลังคุยกับพ่อค้าเขารอนานแล้ว” ตาสนั่นพูดจบก็วางสายทันทีเพราะเห็นกฤติธีมาตั้งแต่เด็กจะโกรธจะเกลียดใจมันก็ทำไม่ลง
“คุณตาครับ..” ชายหนุ่มถอนหายใจแล้วมองน้องสาว
“คุณตาหนั่นว่าไงคะพี่เทมส์”
“ก็ไม่ได้ว่าไง ท่านอยู่ในสวนน่ะ เดี๋ยวพี่จะไปดูพั้นซ์หน่อยนะ” ชายหนุ่มตัดสินใจไปดูภรรยาที่บ้านสวนไม่งั้นทัวร์ลงที่เขาแน่นอนและลงไปแล้วหนึ่งทัวร์จากคุณตาสนั่น
“งั้นรีบไปเลยค่ะ” กาญธิดาสนับสนุนพี่ชาย
“คุณบู้เลื่อนการประชุมไปบ่ายสามโมงพรุ่งนี้นะ พอดีพั้นซ์ไม่สบายผมจะพาไปหาหมอก่อน”
“ครับคุณเทมส์”
“พี่ครเตรียมรถไปบ้านสวนด้วยครับ” กฤติธีโทรบอกคนขับรถแล้วเดินไปที่ลิฟต์ลงไปที่จอดรถ
“เฮ้อ..” กาญธิดามองตามหลังพี่ชายแล้วถอนหายใจ
“เป็นอะไรครับคุณแทมมี่” บุพกรถามเจ้านายสาวยิ้มๆ
“ก็หมั่นไส้เจ้านายคุณบู้น่ะสิคะ เมียไม่สบายยังไม่รู้เลยอยู่บ้านเดียวกันแท้ๆ..”
“เรื่องของเจ้านายและเรื่องผัวๆเมียๆผมไม่มีความเห็นครับ” เขาไม่มีความเห็นเรื่องผัวๆเมียๆของเจ้านาย
“แล้วเรื่องแม่นั่นละคะคุณบู้ ตอนนี้พี่เทมส์ยังโอนเงินให้อยู่หรือเปล่าคะ”
“เอ่อ.."บุพกรอ้ำอึ้งเพราะเป็นเรื่องของเจ้านายเขาจะเอาไปพูดพล่อยๆไม่ได้แต่น้องสาวของเจ้านายน่ะเจ้าเล่หและมักจะเอาปู่มาอ้างและเขาก็กลัวท่านด้วยสิ
"หรือจะให้คุณปู่มาถามเองคะ”
“โอนครับ แต่ลดไปกว่าครึ่งครับ”
“ขอบคุณค่ะ” กาญธิดาขอบคุณเลขาของพี่ชายแล้วเดินไปที่ลิฟต์กลับห้องทำงานของตัวเองเพราะที่นี่แยกมาจากโรงแรมเป็นออฟฟิศสำนักงานใหญ่ที่ดูแลโรงแรมรีสอร์ทในเครือทั้งหมดและเธอกับพี่ชายพี่สะใภ้ก็จะแบ่งกันออกไปดูแลตรวจตราโรงแรมทุกสาขาในต่างจังหวัด
กฤติธีก็รู้สึกผิดเหมือนกันที่เขาไม่ได้เอาใจใส่วธูทั้งที่เมื่อก่อนเขาจะดูแลน้องสาวทั้งสองเป็นอย่างดีแต่หลังจากแต่งงานความสัมพันธ์ของเขากับวธูก็เปลี่ยนไปมันอึดอัดเพราะพันธะที่ผูกมัดไว้แม้จะเต็มใจแต่งงานแต่มันมีเมฆหมอกบางๆขวางกั้นเขากับวธูทำให้ไม่สนิทใจกันเหมือนเมื่อก่อน ชายหนุ่มขับรถไปก็คิดไปจนกระทั่งถึงบ้านสวน
“ถึงแล้วครับนาย” สาครบอกเจ้านายเบาๆแล้วลงจากรถไปเปิดประตูให้เจ้านาย
“อ่อ ขอบคุณครับพี่คร” ชายหนุ่มขอบคุณสาครแล้วลงจากรถมองบ้านทรงไทยหลังใหญ่ที่เขาคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก แต่พอโตขึ้นก็ไม่ค่อยได้มาและไปเรียนต่อต่างประเทศก็นานทีปีหนึ่งจะมาไหว้คุณตาคุณยายสักครั้งหนึ่ง
“สวัสดีครับพี่นอม พั้นซ์ล่ะครับ” กฤติธีถามแม่บ้านที่เดินมาต้อนรับเขาถึงรถ
“น้องพันซ์นอนพักที่ห้องค่ะ”
“แล้วอาการเป็นยังไงบ้างครับ” ชายหนุ่มถามพี่เลี้ยงของภรรยาสาว
“ก็ตัวร้อนค่ะ คุณยายให้กินข้าวกินยาและพี่เช็ดตัวให้แล้วก็รอดูอาการอยู่ค่ะ คุณเทมส์ก็รู้ว่าน้องพั้นซ์ดื้อหากอาการไม่หนักจริงก็ไม่ไปหาหมอหรอกค่ะ” นอมพูดอย่างรู้ดีเพราะเธอดูแลวธูกับอนินทร์มาตั้งแต่เด็กจึงรักใคร่สองพี่น้องมาก
“งั้นผมไปดูพั้นซ์ก่อนนะครับ ถ้าไม่ดีขึ้นผมจะพาไปโรงบาลครับ” ร่างสูงเดินขึ้นบันไดไปบนบ้านผ่านชานเรือนที่มีซุ้มอยู่กลางชานเรือนและฝั่งซ้ายขวาเป็นห้องฝั่งละสองห้องและตรงกลางเป็นห้องนั่งเล่นของครอบครัวแต่เขาเลี้ยวไปทางซ้ายมือ ส่วนห้องของตายายอยู่ฝั่งขวา
“ก๊อกกๆๆ..”
“เข้ามาเลยค่ะพี่นอม” วธูบอกนอมที่เป็นทั้งพี่เลี้ยงและแม่บ้านดูแลบ้านของตายายด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
“แอ๊ดด..”
“พี่นอมไม่ต้องมาดูพั้นซ์บ่อยหรอกค่ะ พั้นซ์ดีขึ้นแล้วค่ะ” วธูบอกแม่บ้านทั้งที่หลับตาอยู่และเธอกำลังจะเคลิ้มหลับ
“ดีขึ้นจริงเหรอ”
“ค่ะ..”เสียงหวานตอบเบาๆก่อนจะเอะใจว่าไม่ใช่เสียงของนอมแต่เป็นเสียงของสามีแล้วลืมตาขึ้นมองดูเขา “มาได้ยังไงคะ”
“นั่งรถมา แล้วเป็นยังไงบ้าง”
“ดีขึ้นคะ แล้วพี่เทมส์รู้ได้ยังไงว่าพั้นซ์ไม่สบายหรือว่าแทมมี่บอกคะ” วธูถามเขาเบาๆเพราะปกติเขาไม่ได้สนใจเธอก็มีแค่กาญธิดาที่รู้ว่าเธอไม่สบาย
