บทที่ 9 หล่อเป็นเหตุ

“สวัสดีเทมส์ หนูพั้นซ์ เฮ้อ เห็นแบบนี้แล้วอิจฉาพวกนายจริงๆแล้วเมื่อไหร่จะมีหลานมาให้พ่อแม่และลุงป้าได้ชื่นชมล่ะ” ครรชิตรับไหว้สองหนุ่มสาวและอิจฉาเพื่อนและไม่แน่ถ้าไม่ติดสัญญาของผู้ใหญ่เขาอาจจะได้วธูมาเป็นลูกสะใภ้ก็ได้

“ก็อยู่ที่น้องพั้นซ์ครับ ส่วนผมพร้อมเสมอครับลุงชิต” กฤติธีพูดแล้วมองคนตัวเล็กที่หน้าแดงด้วยความเขินเพราะทุกสายตามองวธูคนเดียว

“ไม่ใช่ว่าแกยังหัวหกก้นขวิดในคลับผับบาร์หรือไง” คนเป็นพ่อว่าลูกชายอย่างไม่ไว้หน้าและเพิ่งมีข่าวกับไฮโซสาว ส่วนเรื่องหลานเขาไม่หวังหากถึงวันนั้นเขาก็จะปล่อยให้ลูกชายกับลูกสะใภ้ตัดสินใจกันเองแม้อยากให้ทั้งสองอยู่ด้วยกันและรักกันจริงๆมันคงจะยากและถ้าลูกชายของเขายังโง่แต่งงานกับแฟนสาวก็จะคิดว่าเป็นเวรเป็นกรรมของมันละกัน

“พ่อครับ ผมก็ไปดื่มกับเพื่อนเท่านั้นอีกอย่างผมก็บอกพั้นซ์ตลอดไม่เชื่อก็ถามพั้นซ์ได้เลยครับ”

“เอาละๆ เรามาคุยเรื่องบริษัทของนายกันดีกว่านะชิต” เขมรินมองลูกสาวด้วยความรักแม้จะสงสารแต่เขาขัดพ่อตาแม่ยายไม่ได้และลูกสาวของเขาก็เห็นดีเห็นงามด้วยและเขาก็ได้แต่ให้กำลังลูกสาวเท่านั้นและความสัมพันธ์ของเขากับลูกสาวก็ไม่ดีเท่าไหร่ยังดีที่วธูยังเรียกเขาว่าพ่อ

“เมื่อกี้ผมสวนกับนายกร มันบอกว่าพ่อกับลุงเข้มจะฮุบบริษัทของลุงชิตหมายความว่ายังไงครับ” กฤติธีถามตรงๆเขาไม่เชื่อว่าพ่อกับลุงเข้มจะทำแบบนี้กับเพื่อนได้

“ก็อย่างที่เทมส์รู้นั่นแหละว่าตากรมันไม่เอาถ่านถ้าลุงให้บริหารบริษัทก็คงไปไม่รอดแต่ถ้าเทมส์ช่วยลุงเชื่อว่าจะทำให้บริษัทของลุงไปต่อได้แต่ตากรคิดว่าพ่อของเทมส์กับหนูพั้นซ์จะฮุบบริษัท และลุงกับป้าพิมไว้ใจพ่อของเทมส์กับหนูพั้นซ์ว่าไม่มีทางที่จะทำแบบนั้น” เขาเชื่อใจเพื่อนที่คบกันมานานกว่าสี่สิบปี

“ขอบใจนะชิตที่ไว้ใจฉัน” เขามีมากพอและไม่อยากได้ของใครยิ่งคนเป็นเพื่อนกันหากช่วยได้เขาก็จะช่วยให้ถึงที่สุด

“ฉันจะไม่ทำให้นายผิดหวังเพื่อน เทมส์กับหนูพั้นซ์ก็ศึกษางานกับลุงชิตดูนะลูกว่าควรทำยังไงและจะปรับปรุงตรงไหนเพื่อให้ทีวีช่องหนึ่งเติบโตเป็นอันดับหนึ่งในเมืองไทย” เขมรินบอกลูกเขยกับลูกสาวเพราะมันท้าทายและเขากับอติพลก็จะเป็นแค่ที่ปรึกษาเท่านั้น

“ครับ/ค่ะ” สองหนุ่มสาวรับปากพร้อมกันแต่บุศราคัมได้บอกสามีไว้แต่แรกแล้วว่าเธอจะไม่ยุ่งกับบริษัทของครรชิตเพราะงานของเธอล้นมืออยู่แล้ว

“งั้นแกก็ไปทำความเข้าใจกับนายกรก่อนแล้วค่อยนัดเด็กๆไปคุยกันอีกทีฉันไม่อยากให้หลานมันเข้าใจผิดแบบนี้” อติพลบอกเพื่อนเพราะเขากับเขมรินต้องการช่วยเพื่อนไม่มีความคิดจะฮุบกิจการของเพื่อนและเท่าที่มีและขยายไปต่างประเทศเขากับลูกก็ดูแลบริหารแทบจะไม่ทั่วถึงอยู่แล้วไม่คิดจะสร้างธุรกิจใหม่เพิ่ม

“ขอบใจทุกคนมากนะที่เข้าใจ เดี๋ยวฉันจะคุยกับตากรเอง”

จากนั้นก็คุยเรื่องธุรกิจและตกลงให้กฤติธีรับตำแหน่งรองประธานฝ่ายบริหาร ส่วนพงศกรรับตำแหน่งรองประธานกรรมการบริหารเหมือนเดิมและเป็นตำแหน่งที่ทำมาตั้งแต่เรียนจบและไม่มีบทบาทอะไรเพราะทำงานไม่เป็นก็แค่มานั่งตำแหน่งมีหน้ามีตาในสังคมและป้อดารานักแสดงสาวสวยของช่องหนึ่งไปเท่านั้น

“เอ่อ พิลาขอช่วยงานพี่เทมส์ได้มั้ยคะ” พิลาสินีนั่งเงียบอยู่นานพูดขึ้นเพราะเธอชอบกฤติธีแล้ววธูแย่งไปทำให้เธอไม่ชอบวธูทั้งที่รู้จักสนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็กและเธอไม่มีหัวเรื่องบริหารแล้วเรียนแฟชั่นมาเธอจึงทำหน้าที่พิธีกรของรายการสังคมบันเทิงและดูแลเรื่องเสื้อผ้าให้ทีมงานแต่ไม่ได้มีบทบาทบริหารบริษัท

“พิลามีงานของตัวเองอยู่แล้วนี่ลูก แม่ว่าอย่าไปกวนพี่เทมส์ปล่อยให้พี่เขาทำงานให้เต็มที่ดีกว่านะลูก” พิมพ์ผกาพูดกับลูกสาวเธอกลัวว่าพิลาสินีจะไปกวนกฤติธีเพราะรู้ว่าลูกสาวชอบชายหนุ่ม

“แต่พิลาอยากเรียนรู้งานของบริษัทนี่คะคุณแม่ ถ้าวันหนึ่งพี่เทมส์ปล่อยมือแล้วพิลาจะได้ช่วยงานพี่กรได้ไงคะ” พิลาสินีตอบแม่ราวกับซ้อมเอาไว้

“เรื่องของพิลาเอาไว้ก่อนนะลูก ให้พี่เทมส์เขาจัดการระบบบริหารได้ก่อนค่อยว่ากันอีกทีและถ้าลูกจะทำงานจริงต้องเรียนรู้และต้องทดสองความสามารถก่อนเหมือนพนักงานทุกคนไม่ใช่ว่าเป็นลูกของพ่อแล้วอยากทำตำแหน่งอะไรก็ได้” เขาอบากให้ลูกยากทำงานจริงๆไม่ใช่ว่าทำงานเพื่อใกล้ชิดกฤติธี

“แล้วทำไมพี่กรถึงเลือกได้ล่ะคะ คุณพ่อลำเอียง” พิลาสินีว่าพ่อที่ลำเอียงทีพี่ชายก็มอบตำแหน่งสำคัญให้ทั้งที่ทำงานไม่เป็น

“อย่าว่าคุณพ่อสิลูก”

“ก็จริงนี่คะคุณแม่ ทีพี่กรอยากทำอะไรก็ได้แต่พิลากลับห้ามแล้วแบบนี้พิลาจะช่วยงานคุณพ่อได้ยังไงคะ” พิลาสินีพูดอย่างน้อยใจพ่อแม่ที่ไม่เคยสนับสนุนเธอทั้งที่รู้ว่าพี่ชายชอบวธูและเธอชอบกฤติธีและหากจับเธอคู่กฤติธีและพี่ชายคู่วธูมันก็ลงตัว

“พ่อบอกแล้วไงว่าเอาไว้ค่อยคุยกันทีหลัง ถ้าลูกสนจะทำงานจริงก็ต้องมีความสามารถตามตำแหน่งนั้นแต่ถ้าความสามารถไม่ถึงก็ต้องให้เทมส์พิจารณาอีกทีละกัน” ครรชิตโยนไปให้ลูกชายเพื่อนเพราะรู้ดีว่ากฤติธีจริงจังกับงานมากแค่ไหนและเลือกคนได้เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ทำให้ธุรกิจโรงแรมของสองตระกูลก้าวหน้าทันสมัยเป็นโรงแรมหกดาวและมีมากกว่ายี่สิบแห่งทั่วประเทศและยังขยายไปต่างประเทศและมีโรงแรมรีสอร์ทสี่ดาวในเครืออีกหลายแห่ง

“ก็ได้ค่ะ พิลาหวังว่าจะได้ช่วยงานพี่เทมส์นะคะ” พิลาสินีหันไปยิ้มหวานให้กฤติธีหนุ่มในดวงใจของเธอและภาวนาให้ทั้งสองเลิกกันเร็วๆและคนที่ปล่อยข่าวเต้าข่าวของกฤติธีเที่ยวคลับผับบาร์ก็เธอนี่แหละและบางครั้งก็ทำเป็นเหมือนบังเอิญเจอกันเพื่อจะได้เป็นข่าวกับเขา

“ครับ” กฤติธีตอบสั้นๆเขารู้ว่าลูกทั้งสองของครรชิตกับพิมพ์ผกานั้นไม่เอาถ่านแต่ยังดีที่วิลาสินียังทำงาน

เมื่อตกลงกันได้แล้วครรชิตกับภรรยาก็ขอตัวกลับไปเตรียมประชุมผู้บริหารของบริษัทเพื่อแจ้งเปลี่ยนตัวผู้บริหารจากตัวเองเป็นกฤติธี ส่วนวธูก็จะช่วยงานของกฤติธีเท่าที่จะช่วยได้เธอไม่อยากเข้าไปยุ่งและไม่อยากใกล้ชิดสามีไปมากกว่านี้เพราะอีกไม่นานก็จะหย่ากันแล้ว

เมื่อคุยธุระและทำสัญญากันเสร็จแล้วครรชิตกับภรรยาและลูกสาวก็ขอตัวกลับบ้านเพื่อจะได้คุยกับลูกชายให้เข้าใจแต่พงศกรไม่กลับบ้านเพราะโกรธพ่อที่ไม่ถ่ายโอนอำนาจให้เขาบริหารบริษัทจึงไปดื่มกับเพื่อนอีกกลุ่มที่เขาที่คลับหรูของนรุมต์ที่มาสนิทกันมากขึ้นหลังจากกฤติธีแต่งงานกับวธูและนัดดาราสาวคู่ควงไปดื่มด้วยกัน

“เป็นไรวะไอ้กร” นรุมต์ถามเพื่อนที่อารมณ์ไม่ดีมาถึงก็เอาแต่ดื่มและนัวเนียดาราสาวดีที่ดื่มกันในห้องส่วนตัวของเขาเพื่อหลีกเลี่ยงข่าว

“เบื่อว่ะ..”

“เบื่อไรวะ เกิดเป็นมึงโคตรสบายไม่ต้องทำงานก็มีกินไปทั้งชาติแล้วเพื่อน” นฤมิตรมองเพื่อนที่เกิดมาบนกองเงินกองทองใช้ชีวิตหรูหรามาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมจนเขาอิจฉาเพราะบ้านไม่ได้รวยเหมือนมันแต่ตอนนี้ครองครัวของเขาก็มีฐานะร่ำรวยหลังจากพ่อจับธุรกิจนำเข้ารถยนต์กับเพื่อนชาวเยอรมันและเป็นตัวแทนจำหน่ายรถหรูหลายยี่ห้อมีทั้งใหม่ป้ายแดงและมือสอง

“หึ ดื่มดีกว่าว่ะ” พงศกรไม่พูดอะไรนอกจากชวนเพื่อนดื่มและคลอเคลียร์ดาราสาว

“โอเค ดื่มก็ดื่ม ชนแก้วเพื่อน” ธงชัยยกแก้วไวน์ชูขึ้นชนกับเพื่อนทั้งสาม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป