บทที่ 2 2

“ใจเย็นไว้คุณธรรม ไม่แปลกหรอกที่คุณพิพิธจะต้อนรับฉันแบบนี้ เขาคงกลัวไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริงถึงได้หลบอยู่หลังลูกน้องตัวเอง” เพราะรู้นิสัยอีกฝ่ายดีว่าไม่ชอบให้ใครดูถูก และคิดว่าอีกไม่นานพิพิธต้องออกมาหาเขาแน่นอน และก็เป็นอย่างที่คิดเพราะตอนนี้เจ้าของที่นี่ได้เดินหน้าบึ้งออกมาจากในร้านแล้ว

“ไม่ทราบว่าลมอะไรพัดคุณวายุมาหาผมถึงที่นี่ได้” พิพิธถามพร้อมกับมองหน้าชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่หาเรื่องต่างจากน้ำเสียงที่ใช้

“ผมนึกว่าคุณจะปล่อยให้ผมยืนรอนานกว่านี้ซะอีก แล้วนี่จะไม่เชิญผมเข้าไปข้างในหน่อยหรือครับ” ชายหนุ่มที่ชื่อวายุเลิกคิ้วเข้มสูงขึ้น

“คุยตรงนี้แหละดีแล้วครับ ตอนนี้ข้างในผมมีลูกค้าเยอะคงไม่สะดวกให้คุณเข้าไปหรอก คุณมีธุระอะไรก็พูดมาเถอะ”

“ก็ได้ผมตามใจคุณอยู่แล้ว ที่ผมมาวันนี้เพราะอยากรู้ว่าคุณต้องการอะไรถึงได้ให้คนเข้าไปป่วนที่ผับของผม อะ ๆๆ อย่าบอกนะว่าไม่รู้เรื่องเพราะไอ้คนที่คุณส่งไปผมจัดการเรียบร้อยแล้ว” วายุพูดดักทางเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะอ้าปากแก้ตัว

พิพิธกัดฟันระงับอารมณ์ที่ถูกคนที่อายุน้อยกว่าลูบคมแบบนี้ แค่มันยกขบวนมาที่นี่ก็หยามหน้าเขามากพอแล้ว ในใจก็นึกถึงชายหนุ่มที่เขาให้ไปป่วนที่ผับของวายุ ไม่น่าละคนของเขาถึงติดต่อมันไม่ได้ป่านนี้คงถูกเก็บไปแล้ว แต่เรื่องอะไรที่จะยอมรับ

“ผมว่าคุณคงเข้าใจผิดแล้ว ผมจะส่งคนไปทำอย่างนั้นทำไม”                                    

“ผมคิดไว้อยู่แล้วว่าต้องได้ยินคำตอบแบบนี้ เอาเถอะถ้าคุณยืนยันตามนั้นผมก็จะเชื่อ แต่ผมอยากเตือนเป็นครั้งสุดท้ายถ้าคุณยังทำแบบนี้อีกผมจะไม่ยืนคุยตรงนี้แล้วนะครับ” วายุพูดเตือนน้ำเสียงดูจะไม่จริงจัง แต่สายตาคมดุที่มองมาสื่อให้รู้ว่าเขาเอาจริงแน่ถ้าอีกฝ่ายล้ำเส้นอีก พูดจบเขาก็เดินขึ้นรถไปทันทีบรรดาลูกน้องก็สลายตัวตามเจ้านายแล้วขับรถออกจากหน้าผับนี้ไปทิ้งให้เจ้าถิ่นอย่างพิพิธยืนโมโหหน้าดำหน้าแดงอยู่

“พอผับปิดส่งคนไปป่วนผับนายพิพิธสักหน่อยนะ เขาจะได้ไม่ลืมคำพูดของฉันง่าย ๆ อีก” วายุพูดสั่งลูกน้องคนสนิทหลังจากที่รถของของเคลื่อนออกจากผับแล้ว

“ครับนาย” คุณธรรมรับคำสั่งแล้วยกหูโทรศัพท์สั่งความลูกน้องทันที

“นายจะไปไหนต่อครับ” นพคุณเอ่ยปากถามเจ้านาย เพราะเห็นว่ายังไม่ดึกมากนัก

วายุนั่งนิ่งคิดสักพักแล้วตอบลูกน้องออกมา

“กลับเพนท์เฮ้าส์แล้วโทรเรียกลีน่าให้มาหาฉันด้วย”

เช้าวันใหม่มีฝนตกตกลงมาปรอย ๆ ทำให้การจราจรยามเช้าในเมืองหลวงติดขัดอย่างหนักบรรดาพนักงานและนักเรียนต้องลงจากรถแล้วเร่งฝีเท้าเพื่อไปให้ทันเวลาเข้างานและเข้าเรียน ส่วนทัดดาวโชคดีที่ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางนานนัก เพราะคอนโดที่พักอยู่ไม่ไกลจากที่ทำงานมากนักขับรถสิบนาทีก็ถึง

“นุ่มกินอะไรมาหรือยัง” เสียงร้องถามดังขึ้นพร้อมกับหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งเดินมาหยุดที่หน้าโต๊ะทำงาน

“ยังเลย แต่แวะซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งมาแล้วหญิงล่ะมีอะไรมากินไหม” เธอถามเพื่อนร่วมงานที่สนิทที่สุด

“ฉันซื้อขนมปังมา ซื้อมาเผื่อนุ่มด้วยนะ” ไม่พูดเปล่าแต่ชูถุงขึ้นมาให้ดูด้วย

“งั้นไปนั่งกินมื้อเช้ากันเถอะ เดี๋ยวฉันจะได้มาเตรียมประชุมช่วงเช้าอีก” ไม่รู้เจ้านายนึกขยันอะไรถึงได้นัดประชุมตั้งแต่เช้าแบบนี้

ทัดดาวเป็นสาวสวยวัยยี่สิบแปดปี ทั้งที่หน้าตาสวยดวงตากลมโตมีริมฝีปากอวบอิ่ม แต่น่าแปลกที่ยังเป็นโสดมาได้ถึงตอนนี้ ไม่ใช่ว่าไม่มีผู้ชายมาจีบเพียงแต่ว่าเจ้าตัวเหมือนเจ้าสาวกลัวฝนไม่อยากมีคนรักหรือคู่ครอง เพราะเห็นตัวอย่างคนรอบข้างที่มีความรักแล้วมักจะมีความทุกข์ ที่คิดแบบนี้เพราะบ่อยครั้งที่มีเพื่อนหรือคนรู้จักชอบมาปรับทุกข์ด้วย และเกินกว่าครึ่งคือเรื่องความรัก เช่น คนรักนอกใจ เงินทองไม่พอใช้ ความหึงหวง แค่ฟังก็นึกขยาดแล้วเลยบอกตัวเองว่าเธอจะไม่ยอมทุกข์เพราะความรักเด็ดขาด

“อรุณสวัสดิ์จ้ะนุ่ม หญิงวันนี้นึกยังไงถึงมานั่งที่แคนทีนได้ล่ะ” หญิงสาวที่แต่งตัวเปรี้ยวและคิดแฟชั่นจ๋าเอ่ยทักทายเพื่อนร่วมงานที่มีหน้าที่การงานดีกว่าตน

“แปลกเหรอที่ฉันกับหญิงจะลงมาทานอาหารที่ห้องนี้” ทัดดาวเลิกคิ้วเล็กน้อยแล้วถามออกมา

“ก็ไม่แปลกหรอก แต่ไม่คิดว่าระดับเลขาฯ ผู้จัดการใหญ่จะลงมานั่งทานที่แคนทีนแบบนี้” น้ำเสียงที่ไม่ปกปิดเลยว่ารู้สึกยังไงทำให้คนรอบข้างต่างก็หันมามองด้วยความสนใจ เพราะใคร ๆ ในบริษัทก็รู้ว่าหญิงสาวสามคนนี้ไม่กินเส้นกันเท่าไร

“แล้วเลขาฯ ไม่ใช่คนเหรอ ถ้าไม่มีอะไรพวกฉันขอตัวก่อนนะอยากรีบทานเพราะต้องเข้าประชุมเช้านี้”

ดารินทร์มองตามผู้หญิงที่แย่งตำแหน่งของเธอไปอย่างหน้าด้าน ๆ ทั้งที่เธอเหมาะสมกว่าทุกอย่างแต่ผู้บริหารกลับเลือกทัดดาวแทน

“ยัยดานี่กัดไม่ปล่อยจริง ๆ ทั้งที่เธอรับตำแหน่งนี้มานานเป็นปีแล้ว” ปนัดดาพูดกับเพื่อนเบา ๆ

“ปล่อยให้กัดไปเถอะ เดี๋ยวเหนื่อยก็คงหยุดเองนั่นแหละ” คนใจเย็นพูดอย่างไม่คิดอะไร ที่ไม่พูดเพราะเบื่อหน่ายเต็มที่ เธอไม่ได้รู้สึกยินดีหรือปลื้มใจที่ผู้บริหารเลือกให้นั่งตำแหน่งนี้คนอื่นอาจจะคิดว่าดูโก้หรู แต่สำหรับเธอมันเป็นความรับผิดชอบที่มากและเหนื่อยขึ้น

เวลาทำงานของเธอวันนี้หมดไปกับการสรุปการประชุมที่ลากยาว ช่วงครึ่งปีหลังมีงานสำคัญ ๆ สามเรื่องคือ การอบรมพนักงาน งานเลี้ยงเกษียณอายุของพนักงานอาวุโสท่านหนึ่ง และสุดท้ายคือการประเมินผลงานของพนักงานประจำปี แม้จะเป็นแค่เลขาฯ แต่งานก็หนักไม่น้อยเลย

“เป็นไงบ้างนุ่มเจองานใหญ่สามงานเลยนะ” ปนัดดาถามเธอเองก็เป็นเลขาฯ เหมือนกันแต่อยู่คนละแผนก

“ก็หนักเอาเรื่องเลยแหละ ดีที่ว่าฉันพอจะเตรียมแผนงานคร่าว ๆ ไว้บ้างแล้ว เออว่าแต่วันนี้หญิงว่างไหมไปดูโรงแรมเป็นเพื่อนหน่อยสิ” เพราะได้กำหนดการที่แน่นอนมาแล้วสำหรับงานเลี้ยงเกษียณอายุเลยคิดว่าวันนี้จะไปติดต่อเรื่องโรงแรมให้เรียบร้อยก่อน

ปนัดดาพยักหน้ารับ เพราะเธอเองก็เป็นสาวโสดไม่มีภาระอะไรดีเสียอีกจะได้มีเพื่อนทานข้าวมื้อเย็นด้วย คอนโดของเธออยู่ไม่ห่างจากคอนโดทัดดาวมากนักเลยสรุปว่าเอารถไปคันเดียวพอ

...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป