บทที่ 3 3

หลังจากที่จัดการเรื่องโรงแรมเรียบร้อยแล้วทัดดาวเลยอาสาเป็นเจ้ามือเลี้ยงมื้อเย็นปนัดดาเลย และร้านที่ทั้งสองคนเลือกก็เป็นร้านชาบูบุฟเฟ่ต์ แต่ระหว่างทางที่จะไปร้านชาบูก็ตามประสาผู้หญิงที่พอเดินผ่านร้านเสื้อผ้าสวย ๆ ก็อดจะแวะเข้าไปไม่ได้

“นุ่มชุดนี้สวยไหม” ปนัดดาหยิบชุดเดรสสั้นสีดำเปิดไหล่ให้เพื่อนดู

“ไม่โป๊ไปหน่อยเหรอ” ไม่ผิดจากที่คิดเอาไว้นึกอยู่แล้วว่าถ้าให้ทัดดาวดูอีกฝ่ายจะตอบแบบนี้

“ไม่โป๊หรอกเดี๋ยวฉันขอไปลองหน่อยนะ” ว่าแล้วก็รีบวิ่งไปที่ห้องลองทันที

ทัดดาวส่ายหน้าไปมาอย่างนึกขำ ระหว่างรอเธอก็เดินดูเสื้อผ้าไปพลาง ๆ แล้วตอนนั้นเองก็รู้สึกว่าในร้านเกิดเสียงฮือฮาอะไรบางอย่างขึ้นเลยอดหันไปมองไม่ได้ สิ่งที่เห็นคือชายหญิงคู่หนึ่งดูเหมือนเป็นคนรักกันเพราะหญิงสาวควงแขนแทบยังอ้อนขอให้ฝ่ายชายซื้อเสื้อผ้า ขณะที่กำลังมองอยู่นั้นเธอก็ต้องสะดุ้งเมื่อสายตาเธอไปปะทะกับสายตาของผู้ชายหน้าดุเข้า เธอเลยหันไปมองอย่างอื่นไม่สนใจว่าเขามองเธอเพราะอะไร

“นุ่มมีเป็นอะไรหรือเปล่า” ปนัดดาที่เดินมาหาเพื่อนก็ต้องเอ่ยถามด้วยความแปลกใจเพราะเห็นว่าทัดดาวกำลังมองไปที่ผู้ชายคนหนึ่งอยู่

“ไม่มีอะไรหรอก สรุปใส่ได้ไหม” เธอละสายตาจากชายหนุ่มแล้วหันมาถามเพื่อนที่ถือชุดเดรสสั้นอยู่

“ใส่ได้สิ นี่ฉันเดินมาเอากระเป๋าจะได้ไปจ่ายเงิน”

ขณะที่ยืนรอปนัดดาไปจ่ายเงินเธอก้ได้ยินเสียงโวยวายดังขึ้น และหนึ่งในเสียงที่ดังมาคือเสียงของเพื่อนเธอนั่นเอง ไม่รอช้าเธอรีบเดินเข้าไปหาและก็เห็นว่าเพื่อนกำลังเถียงกับผู้หญิงที่มากับผู้ชายหน้าดุ

“เกิดอะไรขึ้นหญิง”

“ก็ผู้หญิงคนนี้น่ะสิจะมาเอาชุดนี้ให้ได้เลยทั้งที่ฉันจ่ายเงินแล้วแต่พนักงานยังไม่ได้ใส่ถุงให้” ปนัดดาหันมาตอบเพื่อนอย่างหัวเสีย ส่วนมือก็ไม่ยอมปล่อยชุดในมือ

ทัดดาวถอนหายใจแล้วหันไปหาพนักงานที่ยืนหน้าเสียอยู่ไม่ไกล

“ชุดนี้ไม่มีแล้วเหรอคะ”

“มีค่ะ แต่ไซซ์ที่คุณลูกค้าทั้งสองท่านต้องการเหลือแค่ตัวนี้ตัวเดียวค่ะ” พนักงานสาวพูดแล้วยิ้มแหย ๆ เธอไม่รู้จะทำยังไงเพราะรู้จักหญิงสาวอีกคนดีว่าเวลาอยากได้อะไรก็ต้องได้ไปหมดทุกอย่าง และเหตุการณ์แบบนี้ก็เคยเกิดขึ้นแล้ว

ทัดดาวยกมือขึ้นกุมขมับแล้วหันไปพูดกับพนักงานอีกครั้ง

“จะเอายังไงหญิง”

“ไม่เอายังไงหรอก เพราะชุดนี้ฉันจ่ายเงินแล้วชุดนี้ต้องเป็นของฉัน”

“เอ๊ะ! นี่เธอพูดไม่รู้เรื่องหรือไง หรือว่าที่จะรั้งเอาไว้เพราะอยากให้ฉันจ่ายเงินซื้อมากกว่าราคาที่เธอจ่ายไปล่ะ เอาสิบอกมาได้เลย” หญิงสาวพูดอย่างดูถูกพร้อมกับหยิบแบงค์พันจากกระเป๋าหลายใบแล้ววางกระแทกลงที่เคาน์เตอร์อย่างแรง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเหยียด ๆ

“เอาเงินที่ฉันให้ไปซื้อเสื้อผ้าตามตลาดนัดดีกว่านะ...มันดูเหมาะกับพวกเธอดี”

ทัดดาวตากระตุกทันทีเมื่อได้ยินคำพูดและสายตาที่ดูถูกจากผู้หญิงตรงหน้า ตอนแรกตั้งใจจะช่วยพูดเพราะไม่อยากให้มีปัญหา แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว

“ขอบคุณสำหรับเงินที่คุณให้พวกฉันมานะคะ”

“แต่เก็บเงินของคุณไปเถอะ...เพราะยังไงพวกฉันก็จะเอาชุดนี้” พูดจบเธอก็กระชากถุงที่ใส่ชุดเจ้าปัญหาอย่างแรงมาถือเอาไว้พร้อมกับยกยิ้มเยาะเย้ยแล้วหันไปชวนปนัดดาให้ออกจากร้านนี้

หลังจากที่ตั้งสติได้หญิงสาวท่าทางมั่นใจก็ร้องกรี๊ดเสียงดังลั่นห้องเสื้อ พนักงานทุกคนรีบยกมือขึ้นอุดหูอย่างรวดเร็ว ส่วนผู้ชายที่มาด้วยพอเห็นแบบนี้ก็หันไปส่งสายตาให้ลูกน้องคนสนิทให้ออกจากร้านนี้ไปทันที

“นายไม่รอคุณลีน่าก่อนหรือครับ” นพคุณถามเมื่อเดินตามเจ้านายออกจากห้องเสื้อนั้น

“จัดการส่งเช็คให้ลีน่าด้วยแล้วต่อไปไม่ต้องให้เขามาหาฉันอีก”

“ได้ครับ” แม้จะสงสัยแต่ก็พอเดาใจเจ้านายได้ว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงหมดหน้าที่เร็วนัก

ถ้าลีน่ามีสติสักนิดคงไม่ทำตัวแบบนั้นต่อหน้าคนเยอะ ๆ หรอก แค่เจ้าหล่อนเรียกร้องนั่นนี่มากเกินพอดีก็เลื่อนวันหมดอายุเร็วขึ้นอยู่แล้ว เสื้อผ้าที่ขนซื้อมาวันนี้ก็ตั้งเยอะแยะยังไม่แย่งชุดที่คนอื่นซื้อไปแล้วอีกท่าทางแบบนั้นไม่มีผู้ชายคนไหนทนได้หรอก

ด้านวายุนั่งยกยิ้มมุมปากน้อย ๆ เมื่อนึกถึงสายตาและความสู้คนไม่ยอมแพ้ของหญิงสาวคู่กรณีกับลีน่า ท่าทางที่เหมือนอ่อนหวานแต่ซ่อนความเด็ดเดี่ยวเอาไว้ภายในทำให้ดูมีเสน่ห์ไม่น้อย ตอนแรกที่เดินออกจากร้านว่าจะเดินตามดูว่าพวกเธอจะไปที่ไหน แต่เขาช้าเกินไปเพราะออกมาสองสาวก็หายไปแล้ว

เสียงเพลงดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณและมีนักท่องราตรีทั้งหลายกำลังมีความสุขเต้นโยกย้ายกันไปตามจังหวะเสียงเพลง แต่ใช่ว่าทุกคนที่มาเที่ยวที่นี่จะมีความสุขไปซะหมดยังมีบางคนที่มีความทุกข์แต่เลือกที่จะมาดื่มเหล้าเพื่อให้ลืมความทุกข์ชั่วครั้งชั่วคราว

“ตกลงเงินที่ผมให้คุณไปหาได้ไหม” เสียงชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งถามขึ้นพร้อมกับยกแก้วขึ้นแล้วสาดเหล้าสีเข้มเข้าปาก

“แรมยังไม่เจอเขาเลย เห็นว่าช่วงนี้งานเยอะกว่าจะกลับก็มืดค่ำแถมไม่เป็นเวลาอีกต่างหาก” หญิงสาวที่นั่งข้าง ๆ พูดขึ้นมา

“แล้วไม่มีคนอื่นให้ไปเอาแล้วหรือไง ช่วงนี้ผมกำลังมือขึ้นเลยอยากรีบกอบโกยจะได้มีเงินมาใช้หนี้ที่บ่อนสักที”

“นี่ยังจะเอาเงินไปเล่นอีกเหรอ แรมคิดว่าถ้าได้เงินก้อนนี้มาพีจะเอาไปใช้หนี้เสียอีก”

“โธ่ แรมครับผมสัญญาว่าเงินก้อนนี้จะเป็นก้อนสุดท้ายที่จะรบกวนคุณ ผมเอาไปต่อทุนครั้งนี้เราอาจจะได้กำไรมาใช้หนี้ทั้งหมดเลยก็ได้ ถ้าได้กำไรมาผมจะพาคุณไปเที่ยวเมืองนอกดีไหมครับ” พีรพลพูดเสียงอ้อนแล้วกอดเอวหญิงสาวที่อายุมากกว่าเขาสามปี

จันทร์แรมเองตอนแรกก็เสียงแข็งอยู่ แต่พอโดนอ้อนก็ทำตัวอ่อนเหมือนขี้ผึ้งลนไฟเลย สุดท้ายเธอก็แพ้ลูกอ้อนของคนรักเลยพยักหน้ารับไป และต้องยิ้มกว้างเมื่อได้รางวัลเป็นหอมแก้มสองฟอดใหญ่ การแสดงความรักอย่างเปิดเผยทำให้สาว ๆ คนอื่นที่ถูกตาชอบใจในตัวพีรพลเกิดความอิจฉาแกมหมั่นไส้หญิงสาวคนนั้น

“คืนนี้ไปนอนห้องแรมกันนะ” เธอกระซิบบอกแฟนหนุ่มเบา ๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป