บทที่ 4 4

“ได้สิครับ เดี๋ยวคืนนี้ผมจะดูแลแรมเป็นอย่างดี” พีรพลพูดเสียงแหบพร่าแต่สายตากลับมองไปที่หญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ไม่ไกลพร้อมกับส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความหมายที่ทั้งสองคนรู้ดี เดิมทีเขาก็มีอาชีพดูแลสาว ๆ อยู่แล้วเพราะฉะนั้นเรื่องแบบนี้เลยเป็นของถนัด

...

เช้าวันหยุดเป็นวันที่พนักงานเงินเดือนทุกคนใฝ่ฝันถึง หนึ่งในนั้นก็คือทัดดาวที่วันนี้ตื่นสายกว่าทุกวันหลังจากที่ตื่นนอนแล้วเธอก็เริ่มงานทำความสะอาดห้องของตัวเองอย่างมีความสุข ห้องนี้มีขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไปอยู่คนสองคนก็ถือว่าไม่อึดอัด ห้องนี้ในตอนกลางวันไม่ต้องเปิดแอร์เลยเพราะเป็นห้องที่ลมพัดผ่านทั้งวัน ภายในตกแต่งด้วยสีฟ้าอมเขียวสลับกับสีขาว ของตกแต่งมีไม่กี่ชิ้นเพราะเธออยากให้ห้องดูโล่ง ๆ เพื่อจะได้ทำความสะอาดง่าย ห้องครัวเป็นแบบเปิดมีขนาดกลาง แต่เธอก็ใช้ประโยชน์จากห้องครัวไม่น้อยกว่าห้องอื่นเลย ระหว่างที่กำลังทำงานบ้านในช่วงบ่ายออดหน้าห้องก็ส่งเสียงบ่งบอกให้รู้ว่ามีคนมาหาทำให้ต้องวางมือจากงานแล้วเดินไปส่องดูก็เห็นว่าเป็นเพื่อนบ้านที่รู้จักกันในระดับหนึ่ง

“อ้าวแรมมีอะไรหรือเปล่า”

“นุ่มทำงานบ้านอยู่เหรอ” จันทร์แรมเอ่ยถามเพื่อนบ้านที่อยู่ในชุดอยู่บ้านสบาย ๆ

“อืม มีอะไรหรือเปล่า” เธอถามอย่างแปลกใจ เพราะช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอหน้าหญิงสาวคนนี้เลย

“ขอเข้าไปหน่อยได้ไหมฉันมีเรื่องอยากคุยด้วยหน่อยน่ะ” จันทร์แรมเอ่ยปากขอ พอเห็นว่าทัดดาวมีสีหน้าลังเลก็พูดต่อมาอีก

“ฉันมีเรื่องทุกข์ใจจริง ๆ นะ ไม่รู้จะหันหน้าไปปรึกษาใครแล้ว” ปากพูดไปน้ำตาก็เออคลอเบ้าทำให้คนที่เห็นอดจะใจอ่อนไม่ได้ สุดท้ายเลยเปิดประตูให้กว้างขึ้น

จันทร์แรมแอบยิ้มแล้วเดินเข้ามาในห้องพักซึ่งเป็นห้องที่ใหญ่กว่าของเธอมากนัก ห้องของเธอเป็นห้องเช่ารายเดือน แต่ของทัดดาวเป็นห้องที่ซื้อขาดไปแล้วตอนแรกก็ว่าจะซื้อแต่พอเห็นราคาแล้วไม่กล้าเลย

“แรมมีอะไรก็พูดมาเถอะ” ทัดดาวถามแล้วนั่งลงที่โซฟาอีกตัว แต่ถ้าให้ทายก็คงไม่พ้นเรื่องเดิม ๆ ที่เคยเจอมา

“ฉันรู้นะว่าไม่สมควรมารบกวนเวลาพักผ่อนวันหยุดแบบนี้ แต่ฉันไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปหาใครแล้ว” จันทร์แรมพูดแล้วร้องไห้ออกมา

“มีอะไรค่อย ๆ พูดก็ได้” เธอพูดแล้วส่งกระดาษทิชชู่ให้เพื่อนบ้านสาว

“แม่ฉันเข้าโรงพยาบาลน่ะอาการไม่ค่อยดีต้องผ่าตัดพรุ่งนี้ แต่ฉันไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่าผ่าตัด ไปยืมใครก็ไม่มีใครให้ยืมเลย...นุ่มพอจะช่วยฉันได้ไหม ฉันสัญญาว่าจะหามาคืนให้และจะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะขอความช่วยเหลือแบบนี้อีก” จันทร์แรมยกอ้างเหตุผลเพราะรู้ว่าทัดดาวขี้สงสาร ที่ผ่านมาเธอก็ใช้บิดามารดามาอ้างเพื่อขอยืมเงินอยู่บ่อย ๆ

ทัดดาวนั่งนิ่งมองหน้าเพื่อนบ้านที่มาขอยืมเงินเป็นประจำ ถ้าจำไม่ผิดเมื่อเดือนที่แล้วจันทร์แรมก็เพิ่งมายืมเงินบอกว่าจะเอาไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลบิดาที่ป่วยหนักก้อนนั้นยังไม่ได้คืนเธอเลยด้วยซ้ำ มาวันนี้มาบอกว่ามารดาป่วยหนักอีกแล้ว ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงจะให้ยืมแต่เมื่อสองอาทิตย์ก่อนเธอบังเอิญไปรู้มาว่าบิดามารดาของของจันทร์แรมเสียชีวิตไปเมื่อสองปีก่อนแล้ว ซึ่งมันก่อนที่เธอจะรู้จักหญิงสาว

“เรื่องนี้ฉันเองก็อยากช่วยอยู่หรอกนะ แต่ฉันไปรู้มาว่าพ่อแม่เธอเสียชีวิตไปหมดแล้ว หรือว่าเธอมีพ่อแม่หลายคน” เธอพูดเสียงเรียบนิ่ง และแน่นอนว่าคำพูดของเธอทำให้คนที่กำลังเล่นละครร้องไห้อยู่ต้องหยุดชะงักไปทันที

“เธอไปเอาเรื่องนี้มาจากไหน ฉันไม่ได้โกหกนะใครจะกล้าเอาเรื่องพ่อแม่ป่วยมาเป็นข้ออ้างล่ะ” จันทร์แรมพูดแล้วคิดว่าไอ้อีตัวไหนมันเอาเรื่องนี้มาบอกทัดดาว โดยที่เจ้าตัวคงลืมคิดไปว่าตัวเองเคยเอาเรื่องพ่อแม่ไปพูดกับคนอื่นมาแล้ว

“ฉันไปเอาเรื่องนี้มาจากไหนไม่สำคัญหรอก ที่สำคัญคือฉันคงให้เธอยืมเงินไม่ได้เพราะก้อนเก่าเธอยังไม่คืนฉันเลย”

“เงินแค่ห้าหมื่นเดี๋ยวฉันคืนให้เธอพร้อมดอกเบี้ยก็ได้ ไม่เห็นต้องพูดอ้างนู้นอ้างนี่ไม่อยากให้ยืมก็พูดมาเถอะ ฉันไม่คิดเลยนะว่าเธอจะแล้งน้ำใจแบบนี้” จันทร์แรมพูดอย่างไม่พอใจที่อีกฝ่ายไม่ยอมให้เธอยืมเงินแถมยังพูดทวงเงินที่ยืมไปก่อนหน้านี้อีก

“น้ำใจมีให้สำหรับคนที่เห็นค่านะ ความจริงถ้าเธอบอกฉันตรง ๆ ว่าจะเอาเงินไปทำอะไรฉันอาจจะให้ก็ได้ไม่เห็นต้องเอาพ่อแม่ที่เสียไปแล้วมาอ้างเลย” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่ผิดจากหน้าตาเท่าไร

“ไม่ให้ยืมก็ไม่ต้องมาพูดมาก ฉันไม่เอาก็ได้เก็บเงินของเธอไว้เถอะ เพราะใจแคบแบบนี้ไงถึงได้ขึ้นคานไม่มีผู้ชายคนไหนมาเอาน่ะ” จันทร์แรมพ่นวาจาที่ส่อให้รู้ว่าเป็นคนยังไงออกมา

ทัดดาวลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ประตูห้องพร้อมกับเปิดประตูให้กว้างแล้วพูดออกมา

“ถ้าคิดว่าฉันใจแคบก็เชิญออกจากห้องฉันไปเลย แล้วเงินที่ยืมไปก็ช่วยกรุณาเอามาคืนด้วย ถ้าเบี้ยวฉันจะประจานให้ทั่วคอนโดเลยว่าเธอเป็นคนยังไง” เธอแกล้งพูดขู่จันทร์แรมไปอย่างนั้นแหละ พอรู้เรื่องที่หญิงสาวพูดตอนมายืมเงินเป็นเรื่องโกหกก็ทำใจแล้วว่าคงไม่มีทางได้คืนแน่ เรื่องเงินห้าหมื่นถามว่าเสียดายไหมก็เสียดายอยู่ แต่ก็ถือซะว่าจ่ายค่าโง่ของตัวเองไปเป็นบทเรียนว่าอย่าใจดีกับคนที่เพิ่งรู้จักกัน

“จำเอาไว้ว่าทำอะไรกับฉันไว้บ้าง ถ้าฉันลืมตาอ้าปากได้เมื่อไรอย่าง้อก็แล้วกัน” จันทร์แรมพูดแล้วเดินเชิดหน้าพร้อมกับกระแทกเท้าออกจากห้องนี้ทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป