บทที่ 6 6

“สองคนเลยเหรอ” เขาถามขึ้นเมื่อเปิดแฟ้มแล้วเห็นมีรายชื่อที่เซ็นชื่อไว้สามคน

“ใช่ครับ เราสอบถามจากชาวบ้านก็ได้เบาะแสว่าทั้งคู่อยู่ที่คอนโดนั้นจริง ๆ แต่ไม่ได้กลับมาหลายวัน ได้ข่าวว่ามีเจ้าหนี้หลายคนกำลังตามตัวให้ขวักเหมือนกัน

“งั้นก็ตามต่อไป ถ้าถึงวันครบกำหนดแล้วสองคนนั้นยังไม่ติดต่อมาก็บุกไปถามหากับที่คนค้ำประกันได้เลย”

คุณธรรมค้อมตัวลงเล็กน้อยแล้วเดินออกไปจัดการตามที่เจ้านายสั่ง สองคนสนิทมีหน้าที่แบ่งกันอย่างชัดเจน  นพคุณมีหน้าคอยดูแลส่วนอสังหาริมทรัพย์และงานต่าง ๆ ส่วนคุณธรรมจะดูแลเรื่องผับและบ่อนชั้นใต้ดินรวมไปถึงความปลอดภัยของเจ้านายด้วย

...

ทัดดาวขับรถเข้ามาจอดที่หน้าคอนโดหลังจากที่ออกไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้ามา แต่ตอนที่เธอกำลังจะลงจากรถสายตาก็หันไปเห็นจันทร์แรมที่รีบเดินออกจากคอนโดพร้อมกับหันซ้ายหันขวาเหมือนกลัวว่าใครจะมาเจอ เห็นแบบนั้นเธอรีบเปิดประตูรถแล้วรีบเดินตามไป แต่ก็ไม่ทันเพราะจันทร์แรมกระโดดขึ้นรถแท็กซี่ไปแล้ว

“ไม่ทันจนได้” เธอพูดพร้อมกับมองตามรถแท็กซี่ที่แล่นห่างไปเรื่อย ๆ ตอนนี้แน่ใจแล้วว่าเงินที่ถูกยืมไปคงไม่ได้คืน เพราะดูจากกระเป๋าใบใหญ่ที่จันทร์แรมถือติดมือไปด้วย

เธอถอนหายใจออกมาแล้วเดินกลับมาที่รถแล้วหยิบของใช้รวมไปถึงอาหารแห้งและอาหารสดที่ซื้อมาตุนไว้เป็นประจำ ทุกอาทิตย์เธอจะไปซื้อของพวกนี้มาใส่ตู้เย็นเก็บไว้เพราะไม่มีเวลาที่จะไปซื้อของที่ห้างได้บ่อย ๆ ระหว่างที่กำลังหาคีย์การ์ดเพื่อจะเปิดห้องก็รู้สึกว่าถูกมองเลยหันไปดูก็ไม่เห็นมีใครสักคนเธอเลยรีบเปิดประตูแล้วล็อคอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้คิดและรู้สึกไปเองเพราะช่วงที่ผ่านมาเธอเหมือนถูกใครบางคนมองอยู่

“หรือจะแจ้งตำรวจดีนะ” ตอนที่กำลังจะตัดสินใจว่าจะโทรหาตำรวจอยู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเสียก่อน พอดูเบอร์ก็เห็นว่าเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นแต่ก็เลือกที่จะรับสาย

“สวัสดีค่ะ”

“ใช่คุณทัดดาวหรือเปล่าครับ” เสียงปลายสายที่ไม่คุ้นหูเรียกชื่อเธอออกมา

“ใช่ค่ะ ไม่ทราบว่าคุณเป็นใครคะแล้วเอาเบอร์โทรของฉันมาจากไหน” เธอรีบถามด้วยความอยากรู้

“ผมชื่ออาวุธ แล้วเบอร์นี้คุณก็เป็นคนให้ผมไว้เองนะ”

ทัดดาวพยายามคิดว่าเธอรู้จักกับคนชื่อนี้ตั้งแต่เมื่อไร แต่คิดอยู่นานก็นึกไม่ออกเลยต้องถามต่อด้วยความอยากรู้

“ขอโทษนะคะเท่าที่จำได้ฉันว่าตัวเองไม่เคยรู้จักคุณมาก่อนเลย คุณโทรมาหาผิดคนหรือเปล่าคะ”

“ถ้าคุณชื่อทัดดาว ทำงานที่บริษัท...อยู่คอนโคแถว...ก็ผิดหรอกครับ นี่คุณจำผมไม่ได้จริง ๆ น่ะเหรอ” ชายหนุ่มคนดังกล่าวถามย้ำอีกครั้ง

“ฉันมั่นใจว่าไม่เคยรู้จักคุณมาก่อน แล้วการที่คุณรู้เรื่องของฉันดีขนาดนี้ต้องการอะไรไม่ทราบ” เสียงที่ราบเรียบกลับแข็งขึ้นเมื่อรับรู้ได้ถึงความไม่ชอบมาพากล แต่ที่ไม่วางสายเพราะอยากรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรจากเธอกันแน่

“โอเค ถ้าคุณมั่นใจว่าไม่เคยรู้จักผม ผมก็จะเตือนความจำให้ตอนนี้เพื่อนของคุณที่จันทร์แรมกับคนรักที่ชื่อนาย พีรพลติดหนี้ผมอยู่ห้าแสนบาทนี่เลยกำหนดวันชำระเงินมาแล้ว และในสัญญาการกู้เงินคุณก็เป็นค้ำประกันเงินก้อนนี้ให้พวกเขาเอง” ข้อมูลที่ได้รู้ทำให้เธอทั้งตกใจและงงไปพร้อม ๆ กัน

“ฉันยอมรับว่ารู้จักกับจันทร์แรมจริง ๆ แต่ฉันไม่เคยเซ็นเอกสารค้ำประกันให้ใครทั้งนั้น”

“ถึงคุณจะบอกไม่รู้เรื่อง แต่การที่ชื่อคุณปรากฏอยู่ในสัญญาหมายความว่าคุณต้องรับผิดชอบ ผมขอเตือนด้วยความหวังดีว่าเจ้านายผมเอาจริงไม่ได้ล้อเล่น ถ้าไม่อยากเดือดร้อนไปมากกว่านี้ก็ตามตัวสองคนนั้นให้เจอ หรือไม่คุณก็จ่ายเงินคืนผมมาซะ” ชายหนุ่มพูดข่มขู่

ทัดดาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อตั้งสติและพยายามรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าแล้วพูดกับชายแปลกหน้าออกมา

“ฉันต้องการเจอเจ้านายคุณ”

“ทำไมต้องไปเจอเจ้านายผมด้วย หรือคุณคิดจะเบี้ยวไม่ยอมจ่ายเงินคืน”

“เรื่องเงินฉันไม่มีปัญหาหรอกนะ แต่ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเจ้านาย แต่ถ้าคุณไม่ยอมให้ฉันเจอก็อย่าหวังว่าจะได้เงินคืน” แม้จะกลัวแต่เธอก็ไม่ยอมเป็นถูกข่มขู่ฝ่ายเดียวแน่

พอได้ยินที่หญิงสาวร่างบางพูดกลายเป็นเขาเองที่พูดไม่ออก ตั้งแต่ทวงหนี้มาไม่เคยเจอใครที่ขู่กลับแบบนี้ทั้งที่ตัวเองกำลังเดือดร้อน

“เรื่องนี้ผมคงต้องไปคุยกับเจ้านายก่อนแล้วจะส่งข่าวมาอีกที ระหว่างนี้อย่าคิดหนีเด็ดขาดเพราะไม่ว่าคุณจะอยู่ตรงไหนผมก็หาคุณเจอแน่นอน” พูดจบก็วางสายทันที

“ถ้าหาคนเจอง่ายขนาดนั้นแล้วทำไมไม่ไปตามตัวสองคนนั้นเองล่ะมายุ่งกับฉันทำไม” ทัดดาวพูดอย่างหัวเสีย และตลอดทั้งวันเธอก็พยายามโทรหาจันทร์แรม แต่โทรเท่าไรก็ไม่ติดทุกอย่างเงียบสนิท

วายุเลิกคิ้วเข้มสูงขึ้นเมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกน้องรายงานให้ฟังอย่าไม่เชื่อหูตัวเอง ที่ผ่านมามีแต่คนเกรงกลัวและไม่อยากเจอหน้าเขาทั้งนั้น แต่ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้อยากคุยอยากเจอเขาถึงขนาดข่มขู่ลูกน้องเขากลับมาแบบนี้

“แน่ใจนะว่าผู้หญิงคนนั้นบอกมาอย่างนี้” เขาถามย้ำอีกครั้ง

“แน่ใจครับ เจ้านายจะให้ผมตอบเธอว่ายังไงดีครับ” ชายหนุ่มที่รับหน้าที่เป็นคนส่งสารถาม

“ในเมื่อเขาอยากเจอฉันก็จะให้เจอ เดี๋ยวนายโทรไปบอกเขาว่าพรุ่งนี้ฉันจะส่งคนไปรับมาที่นี่ ถ้าไม่มาก็ไม่มีอะไรต้องพูดกันอีก” เขาบอกลูกน้องไปแล้วนั่งคิดว่าผู้หญิงคนนี้หน้าตาเป็นยังไงดูจะปากดีไม่น้อยเลย

“ทำไมนายถึงยอมให้ผู้หญิงคนนั้นเข้าพบล่ะครับ ที่จริงเรื่องนี้ให้อาวุธจัดการไปก็ได้นี่ครับ” นพคุณถามด้วยความอยากรู้เช่นเดียวกับคู่หู

“ก็ไม่ทำไมเห็นว่าอยากเจอฉันเลยให้เจอ อีกอย่างฉันก็อยากรู้ด้วยว่าผู้หญิงคนนั้นจะมาไม้ไหน”

ขณะที่กำลังคิดอะไรสนุก ๆ อยู่เสียงโทรศัพท์ของนพคุณก็ดังขึ้นเขาคุยอยู่ไม่นานก็วางสายแล้วเดินเข้ามารายงานเจ้านายที่กำลังรอคำตอบอยู่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป