บทที่ 7 7

“คุณลัดดาโทรมากำชับว่าวันจันทร์หน้านายมีประชุมกับบอร์ดบริหารนะครับ”

“อืม ไม่ลืมหรอกเอกสารการประชุมเรียบร้อยดีแล้วใช่ไหม”

“ทุกอย่างเรียบร้อยครับ มีอีกเรื่องที่คุณลัดดาฝากมาครับ” นพคุณพูด

“เรื่องอะไร”

“คุณลีน่าไปหานายที่บริษัทพอไม่เจอก็อาละวาดคุณลัดดาใหญ่เลยครับ”

“สั่งยามด้านล่างไว้ว่าห้ามไม่ให้ลีน่าเข้าไปวุ่นวายที่บริษัทอีก” วายุพูดสั่ง คำพูดเขาดูเหมือนใจร้ายแต่ทุกคนที่เข้ามาในชีวิตต่างก็มีข้อตกลงกันชัดเจนอยู่แล้ว และเขาก็คิดว่าตัวเองตอบแทนพวกเธอคุ้มค่าถ้าคน ๆ นั้นรู้จักพอ

“เดี๋ยวฉันจะขึ้นไปนั่งดื่มหน่อย ถ้ามีอะไรก็โทรไปตามแล้วกันนะ” เขาหันไปสั่งลูกน้องทั้งสองคน สองคู่หูรับคำแล้วแยกกันไปเตรียมสถานที่ให้เจ้านาย จะเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่วายุเข้ามาตรวจงานที่นี่เขาจะไปนั่งดื่มภายในร้านเพื่อไปคอยสังเกตดูว่ามีนักเที่ยวแบบนั้นมาบ้าง

เมื่อลูกน้องจัดโต๊ะให้แล้วเข้าก็เดินออกมาจากห้องทำงานด้านบน ทันทีที่วายุปรากฏตัวสาว ๆ ที่อยู่รัศมีสายตาต่างก็พากันสะกิดให้คนอื่นดู ผู้ชายหน้าดุที่ใส่สูทสีดำสนิทในมือมีแก้ววิสกี้อยู่ในมือ แม้จะไม่มีรอยยิ้มแต่เขาก็ดูมีเสน่ห์มากขนาดหญิงสาวที่มากับคนรักยังอดที่จะหันมาสนใจไม่ได้เลย เวลาผ่านไปสักพักก็มีหญิงสาวใจกล้าคนหนึ่งเดินเข้ามาหา

“ขอนั่งด้วยคนได้ไหมคะคุณวายุ” คำถามที่พูดเหมือนจะรรมดา แต่สายตาที่หญิงสาวมองไปที่เจ้าของที่นี่ดูจะทอดสะพานให้เหลือเกิน แน่นอนว่าเสือร้ายอย่างคุณวายุไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว

“เชิญครับ” เขาผายมือเชื้อเชิญให้หญิงสาวนั่งก่อนจะให้ไปพยักหน้าให้นพคุณเตรียมเครื่องดื่มมาให้

“แพรวนะคะ” หญิงสาวแนะนำตัวเองพร้อมกับยื่นมือออกไปเพื่อทักทายชายหนุ่มที่ตัวเองพึ่งพอใจ

วายุยกยิ้มมุมปากอย่างมีเสน่ห์แล้วยื่นมือไปสัมผัสมือบางเอาไว้ และต้องก้มมองมือของตัวเองที่กำลังถูกลูบเบา ๆ

“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณแพรว”

“เรื่องแพรวเฉย ๆ ก็ได้ค่ะจะได้ดูสนิทกันดี”

ทั้งสองนั่งคุยกันอย่างถูกคอ หญิงสาวที่ชื่อแพรวคุยเรื่องงานและขอคำปรึกษาบ้างคุยเรื่องส่วนตัวบ้าง ด้านวายุก็ให้คำปรึกษาเรื่องงานส่วนเรื่องส่วนตัวเขาก็ตอบสลับกับยิ้มให้ ยิ่งดึกระยะห่างของสองคนก็ยิ่งแคบลงเรื่อย ๆ จนตอนนี้หญิงสาวแทบจะนั่งเกยตักวายุอยู่แล้ว

“ออกไปเต้นกันไหมคะ” เธอกระซิบที่ข้างหูของชายหนุ่มข้างกาย

“ไม่ดีกว่าครับผมขอเป็นผู้ดูจะดีกว่า เชิญแพรวตามสบาย” วายุพูดแล้วยกยิ้มน้อย ๆ

พอได้ยินและเห็นสายตาของวายุเธอก็เดินออกไปที่หน้าโต๊ะแล้ววาดลวดลายตามที่ตัวเองคิดว่าเซ็กซี่และยั่วยวนเขาที่สุด แต่ก็ไม่เปิดเผยโจ่งแจ้งมากเกินไป หลังจากเต้นอยู่สองเพลงเธอก็เดินกลับมานั่งที่โต๊ะพร้อมกับรับแก้วเครื่องดื่มจากมือของวายุมาดื่มดับกระหาย

“แพรวรีบกลับหรือเปล่าครับ” วายุถามแม้จะเดาคำตอบได้

“ไม่รีบหรอกค่ะ คุณจะชวนแพรวไปไหนหรือเปล่าคะ” เธอแกล้งถามแล้วส่งสายตาพราวระยับให้ชายหนุ่ม

“จะชวนไปดื่มที่ห้องน่ะผมว่าที่นี่มันเสียงดังคุยไม่ถนัด ว่าแต่คุณจะไปกับผมไหมล่ะ”

“ไปสิคะแพรวเองก็มีเรื่องที่จะคุยกับอีกหลายเรื่องเลย” ไม่ต้องพูดอะไรมากความแค่มองตาก็รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร เพราะมันเป็นสิ่งที่เธอเองก็ปรารถนาเช่นกัน

เมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้ววายุก็เดินนำหญิงสาวออกไปทางด้านหลังของผับ โดยที่ไม่ต้องบอกอะไรลูกน้องเพราะพวกเขารู้ดีอยู่แล้วว่าต้องพาเจ้านายกับหญิงสาวไปที่ไหน

เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นเกินกว่าที่จะแบกรับเอาไว้คนเดียวได้ ดังนั้นเช้านี้เธอเลยโทรไปนัดปนัดดาให้มาเจอที่ร้านอาหารของเพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทกัน อย่างน้อยชวนกันคิดหลายคนน่าจะดีกว่าการที่เธอต้องงมคิดอยู่คนเดียวถ้าเป็นเรื่องธรรมดาจะไม่เครียดเลย แต่เพราะรู้ว่าเจ้าหนี้ของจันทร์แรมคนนี้ดูจะไม่ธรรมดาเลยต้องมีตัวช่วย

“มีเรื่องอะไรหรือเปล่านุ่มทำไมเสียงไม่ค่อยดีเลย” ปนัดดาเดินเข้ามาหาแล้วถามขึ้นมาทันที

“เดี๋ยวรอพี่กรก่อนนะค่อยพูดทีเดียว ฉันไม่อยากพูดหลายรอบ” เธอบอกแล้วหันไปสั่งเครื่องดื่มให้เพื่อน ไม่นานเครื่องดื่มก็มาเสิร์ฟพร้อมกับเจ้าของร้านที่เดินถือออกมาเอง

“ตกลงมีเรื่องอะไรถึงได้โทรนัดพี่กะทันหันแบบนี้” ปกรณ์ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง เพราะรุ่นน้องคนนี้ปกติถ้ามีเรื่องอะไรจะโทรมานัดล่วงหน้า แต่นี่โทรมานัดเมื่อคืน

“พี่กรจำจันทร์แรมที่อยู่คอนโดเดียวกับนุ่มได้ใช่ไหมคะ” ที่เธอถามปกรณ์คนเดียวเพราะรู้ว่าปนัดดาจำได้อยู่แล้ว

“จำได้สิ หรือเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนั้น” ใครจะไปลืมผู้หญิงคนนั้น เพราะครั้งแรกที่เจ้าหล่อนเจอเขาก็ส่งสายตาและเปิดเผยให้รู้เลยว่าสนใจเขาอยู่

“ใช่ค่ะ คือเมื่อวานมีผู้ชายคนหนึ่งโทรมาหานุ่มแล้วบอกว่าแรมไปติดหนี้เขาและมีชื่อนุ่มเป็นคนค้ำประกัน เขาต้องการให้ใช้หนี้แทนแรม” เธอเล่าเรื่องคร่าวให้ทั้งสองคนฟัง

“แล้วเขาเอาชื่อนุ่มไปค้ำได้ยังไง นุ่มเคยเซ็นเอกสารให้เขาหรือไง” ปกรณ์ขมวดคิ้วถามอย่างหนักใจและเป็นห่วง

“นุ่มก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ถ้าให้เดาเขาคงปลอมลายเซ็นมากกว่าส่วนเรื่องที่อยู่เขาก็ต้องรู้อยู่แล้ว”

“แล้วยัยแรมเป็นหนี้เท่าไรล่ะ” ปนัดดาถามขึ้นมา

ทัดดาวมองหน้าเพื่อนและรุ่นพี่แล้วถอนหายใจก่อนจะพูดออกมา

“ห้าแสนบาท”

“ห้าแสน!!” ปกรณ์และปนัดดาพูดขึ้นมาพร้อมกันด้วยความตกใจ

“เขาเอาเงินไปทำอะไรถึงได้มีหนี้ขนาดนั้น” ปกรณ์ถาม

“นุ่มก็ไม่แน่ใจค่ะ แต่เท่าที่ถามจากคนแถวคอนโดเขาบอกว่าเหมือนแฟนแรมจะติดการพนันแล้วแรมเองก็ใช้เงินเก่งชอบซื้อของแบรนด์เนมด้วย” ไม่ว่าเจอกันกี่ครั้งจันทร์แรมก็มักจะมีของใช้ชิ้นใหม่ ๆ ทุกที บางครั้งยังถือมาอวดเธอที่ห้องเลย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป