บทที่ 32 อยากหนีก็เชิญ
นี่ขนาดไอ้บ้าเพชรพึ่งเจอครั้งแรกพร้อมกับสภาพเมามายขนาดนี้ยังกลัวนายเทลเลย ก็แน่แหละทำผิดกฎ ไม่รู้ว่าจะเจออะไรบ้าง
“มึงไม่เคยอ่านกฎหรอวะหรือว่ามึงไม่กลัว อ่อมึงไม่เคยกลัว”
ผมถามคนที่นั่งคุกเข่าพร้อมกับไหว้ตัวเองอยู่ตรงหน้าโ ดยที่ตัวผมเองยังไม่เอาปืนที่จ่ออยู่ที่หัวมันออก
“ผมกลัวครับเฮีย ผมขอโทษ”
“กลัว? หึ!”
ผมเหยียดรอยยิ้มที่มุมปาก ถ้าคนอย่างมันนั่นหรอที่จะกลัวสำหรับผมลูกน้องดี ผมยินดีเลี้ยง ยินดีที่จะให้เงินตอบแทนมากมายเพื่อเป็นรางวัลหรับเขา แต่ถ้าใครทำผิดกฎคนอย่างผมก็ไม่เอาไว้เหมือนกันเพราะถือว่าแลกกัน
ปัง!
อ๊าก....
“สำหรับคนอย่างกู กฎก็คือกฎมันเปลี่ยนแปลงไม่ได้วะไอ้เวฟเคลียต่อ!”
ผมพูดขึ้นอย่างเฉียบขาด สำหรับผมความผิดถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น ในเมื่อผมเป็นคนตั้งกฎและทุกคนที่เข้ามาทำงานในคาสิโนแห่งนี้ก็ถือว่าเป็นผู้ยอมรับในกฎนั้นๆ ขึ้นแล้วอย่างไม่มีเงื่อนไข เพราะผมไม่ได้บังคับให้ยอมรับและพวกเขานั่นแหละที่เป็นคนยอมรับเพราะฉะนั้นเมื่อทำผิดแล้วก็ควรได้รับโทษ
“ครับเฮีย”
ฉันตะลึงเป็นครั้งที่สองในรอบของวันนี้ แม้ว่าตอนนี้จะเป็นเวลายามเย็นที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดินเสียเถอะ นายเทลเขายิงไปที่ขาของนายเพชรทันทีเสียงร้องอันดังลั่นด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย ครวญครางพร้อมกับเลือดสดๆ ค่อยๆ ไหลออกมาจากขาจนเปื้อนเต็มหาดทรายที่ไอ้บ้าเพชรนั่งอยู่
“น่าสงสาร”
ฉันพูดกับตัวเองเบาๆ เมื่อเห็นกับภาพนั่นต่อหน้าต่อตาตัวเอง จะทำยังไงได้ล่ะในเมื่อไอ้บ้าเพชรมันทำผิดกฎเอง แถมยังคิดจะทำไม่ดีไม่ร้ายฉันอีก จะให้สงสารจนขอชีวิตมันฉันก็ไม่เอาด้วยหรอก
“สงสารตัวเองก่อนไหมวะมานี่” ผมเดินเข้ามายืนมองพายอยู่สักพักแล้วแต่เธอมัวแต่มองไอ้สวะนั่น มองแบบไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองนั้นก็โดนจับจ้องมองอยู่เช่นกัน
“โอ้ย!”
ฉันไม่รู้สึกตัวจริงๆ นะว่านายเทลเดินมาหาฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ พอรู้สึกอีกทีก็ตอนที่ตัวเองโดนนายเทลกระชากตัวให้ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแต่ทว่ามันยิ่งทำให้ฉันปวดแผลเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว
นายเทลพาฉันเดินตรงมาที่เรืออย่างรวดเร็วถึงฉันจะสะบัดแขนตัวเองแรงมากเท่าไหร่ เพื่อให้มันหลุดแต่ยิ่งไม่หลุดแถมยังโดนแรงบีบแขนเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว
ยิ่งขัดขืนก็ยิ่งเจ็บตัว
“ปล่อยฉันนะ ไอ้บ้าปล่อย” ฉันตะโกนขึ้นมา
“ปล่อยให้โง่หรอวะ!”
ผมหยุดเดินก่อนจะหันหน้ามาพูดกับคนที่พยายามแกะแขนตัวเองออกจากมือของผม เนื่องจากพายเธอเดินช้าขึ้นๆ คงจะเป็นเพราะแผลที่เท้าสินะ เลือดไหลซึมออกจากผ้าสีขาวที่เธอคงจะฉีกเสื้อตัวเองพันแผลไว้
“ว้าย... นายจะทำอะไร ปล่อยฉันลงนะ”
พอนายเทลหยุดลง เขาก็เข้ามาคว้าตัวของฉันอุ้มทันที มันเป็นเหตุการณ์ที่กะทันหันมากๆ จนฉันเองยังไม่ทันตั้งตัวก็เลยต้องใช้มือตัวเองทั้งสองข้างสอดคล้องไปที่ลำคอแกร่งทันทีเพื่อกันตก
“อย่าพูดมากก่อนที่ฉันจะปล่อยเธอตกลงไปจริงๆ”
ผมพูดขึ้นพร้อมกับมองลงคนที่อยู่ในอ้อมแขนของตัวเองพายเธอพยายามดิ้นตัวเองอย่างแรงเพื่อให้ผมวางเธอลง ไม่ให้ผมอุ้ม แต่ต้องขอปฏิเสธกับการร้องขอทางด้านร่างกายนั้น
“ถ้าไม่อยากให้ฉันพูดมาก ออกคำสั่ง นายก็ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้คนอย่างฉันมีปัญญาเดินเองได้ไม่ต้องให้ใครมาอุ้ม”
ฉันดิ้นตัวต่อเรื่อยๆ เพื่อตั้งใจถ่วงน้ำหนักตัวเองให้หนักและเพื่อให้นายเทลจะได้ปล่อยฉันลงเสียที
“งั้นก็คงมีปัญญาหนีต่อสินะ”
ผมถามต่อคนที่กำลังดิ้นอย่างเอาเป็นเอาตายในอ้อมแขนของตัวเอง ผมอยากรู้ว่าคนอย่างเธอที่ปากคมยิ่งกว่ามีดในการพูดเธอจะตอบว่าอย่างไร
“ใช่นะสิ ถามโง่ๆ ไม่ว่าจะมีโอกาสกี่ทีฉันก็จะหนีจากนรกขุมนี้ให้มันจนได้ ไม่ว่าจะทุกข์ยากอย่างไรก็ตาม”
“งั้นหรอ ก็ดีหนีได้ก็หนีไป”
ผมพูดออกมาก่อนที่จะเปลี่ยนจากการเดินไปที่เรือที่จอดไว้เปลี่ยนกลับมาเดินลงไปในทะเลในชุดนั้นทันที อยากจะรู้เหมือนกันว่าคนที่ว่ายน้ำไม่ได้อย่างพายจะเป็นอย่างไรผมรู้ว่าพายว่ายน้ำไม่เป็น
“นะ นะ นายจะพาฉันไปไหน ปล่อยลงนะ ปล่อย”
ฉันเริ่มที่จะกลัวสายตาสีนิลที่มองลงมาที่หน้าของฉันอย่างยิ้มเหยียดอย่างกับคนที่เหนือกว่านายเทลเดินลงทะเลลึกขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้มันถึงที่เอวของเขาแล้ว อีกอย่างก็คือเมื่อแผลของฉันสัมผัสกับน้ำทะเลความแสบที่มาพร้อมกับความปวดก็เริ่มเข้าเล่นงานอีกครั้ง
“อยากหนีไม่ใช่หรอ! ฉันช่วย”
ตุ้ม!
