บทที่ 6 ทางออก

“ทำตามที่ตกลงไว้ด้วย ไม่งั้นแม่แกคงเหลือแต่ชื่อ ถึงแกจะเอาแม่หนีไปไหนฉันก็จะให้ลูกน้องไปสืบและตามเก็บให้ได้ ฉันใจบุญแค่ไหนที่ไม่ขังแม่แกเพื่อรอแกกลับมานังพาย!”

“ค่ะ” ไม่ใช่พระคุณอะไร จะไปขอบคุณมันทำไม “อีกสองวันพายจะเริ่มเข้าไปสอดแนม ไม่ต้องห่วงไม่หนีแน่นอนค่ะ ไม่เอาชีวิตของแม่มาแลกกับการหนีวางใจได้ อ้อ...พายมีอีกอย่างที่จะบอก คือว่าเจ้าของคาสิโนคู่แข่งของคุณป้าและสามีเห็นคนอื่นพูดกันว่าไม่ใช่อายุมากเลยนะ อายุแค่ยี่สิบสามปี ไม่แก่หรอกค่ะยังหนุ่มยังแน่นกว่าสามีคุณป้าเป็นไหน ๆ แล้วที่บอกว่าบริหารงานเก่งด้วย แล้วอีกอย่างที่คุณป้าไม่ขังแม่เพราะว่าไม่มีเงินที่จะซื้อข้าวให้ทานมากกว่าไม่ใช่เพราะคุณป้าใจบุญ พายจะใช้การโทรเพื่อส่งข่าวขอตัวค่ะ”

“อายุยี่สิบสาม มันอายุน้อยนะคุณชาติ...”

ฉันพาแม่ออกมาจากบ้านหลังนั้นทันทีแต่ไม่วายที่จะได้ยินการตะโกนของสามีภรรยาคู่นี้ที่พูดพร้อมกันเรื่องอายุของชายหนุ่มที่เป็นเจ้าของ TEL MISCREANT CASINO

แต่ก็ไม่ได้สนใจมันอีก ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคู่ผัวเมียคู่นั้นเลย จะตะโกนหรือว่ากล่าวอะไรก็ช่างมัน ปล่อยมันไปเสียบ้าง

เมื่อมาถึงบ้านก็ให้แม่นั่งพักที่เก้าอี้หน้าระเบียงบ้านเพื่อรับลมทะเล รับกลิ่นของทะเล บ้านของเราที่อาศัยนั้นปัจจุบันเป็นบ้านเล็ก ๆ แบบชั้นเดียวสีขาวทั่วทั้งหลัง ทางด้านหน้าเป็นระเบียงเยื้องออกมาเล็กน้อยและมีเก้าอี้กับโต๊ะนั่งชุดหนึ่งเพื่อให้นั่งพักผ่อน มีเปลือกหอยที่แม่ทำเป็นโมบายห้อยประดับลงมาส่งเสียงกระทบกับดังกรุ๊งกริ๊ง ๆ ส่วนหน้าระเบียงจะเต็มไปด้วยพันธุ์ดอกไม้ต่าง ๆ ที่แม่ปลูกเอง ส่วนอีกฝากเผยให้เห็นน้ำทะเลสีฟ้าครามสดใสรับกับท้องฟ้า ดูแล้วรู้สึกสดชื่น

วิวหลักล้านกับบ้านที่มีความสุขที่สุด

แก้วน้ำวางลงตรงด้านหน้าของแม่ ฉันเป็นคนนำมาให้ท่านดื่มเองแก้กระหายเพราะใบหน้าอีกฝ่ายนั้นดูอ่อนล้าลงอย่างเห็นได้ชัดเจน ความเหนื่อยล้าทางด้านจิตใจและประกอบกับเหนื่อยทางด้านร่างกาย หากได้อะไรเย็น ๆ สดชื่น ๆ อาจทำให้แก้กระหายแล้วกลางเป็นความชื่นใจแทน

“แม่เป็นอะไรหรือป่าว?”

ที่ฉันถามก็เพราะว่าข้าวของในบ้านครึ่งหนึ่งถูกรื้อค้นก่อนหน้า มันกระจัดกระจายเต็มไปหมด โต๊ะเก้าอี้หักพังหลายชุดแต่ก็ยังดีที่จักรเย็บผ้าของแม่ยังอยู่ดีถึงแม้มันจะตกไปยังมุมห้อง ผลทุกอย่างพังไม่เป็นท่า ผ้าที่แม่รับมาเย็บเป็นอาชีพนั้นถูกรื้อและทำการฉีกขาดอยู่ทั่วทุกมุมบ้านเช่นกัน

“พายลูกจะทำตามที่ป้ามุกดาสั่งจริงๆ หรอลูก แม่ว่ามัน... ”

“อันตราย”

ฉันพูดขึ้นมาก่อนพน้อมกับถอนหายใจยาวทั้งที่ใบหน้ายังเปื้อนรอยยิ้มส่งให้ผู้เป็นแม่

“รู้กันอยู่ว่ามันอันตรายมากแค่ไหน เขาคนนั้นเป็นยังไงก็ไม่มีใครรู้รวมไปถึงนิสัยใจคออีกทั้ง แถมยังมีลูกน้องมากมาย ถ้าลูกถูกจับได้ขึ้นมาล่ะ?”

แม่พูดขึ้นพร้อมกับลูบหัวฉันเบาๆ น้ำตาไหลลงมาอาบทั้งสองแก้มเราสองคนจ้องหน้าและกอดกันเบา ๆ รอยยิ้มในตอนแรกที่มีมันหายไปในทันทีที่ได้เห็นน้ำตาของคนเป็นแม่

การกระทำที่อบอุ่น ฝ่ามือที่เคยปกป้องฉันตลอดคู่นี้

ยอมรับว่ามันน่าใจหายกว่าเดิมยิ่งเป็นร้อย ๆ เท่าด้วยซ้ำ แต่จะให้ทำยังไงได้กัน

“โถ่แม่ ถ้าหนูไม่ทำป้ามุกดาก็มาทำกับแม่อีกนะสิหนูไม่ยอมให้แม่เป็นอะไรหรอกนะ”

ฉันตอบกลับแม่บ้าง ก็มันไม่มีทางเลือกให้กับฉันเลยนิ มีแต่นี้ทางเดียวเท่านั่นและเป็นทางออกสำหรับปัญหานี้ ต้องทำตามที่ฝ่ายนั้นบอกเพื่อแลกกับลมหายใจของแม่

ฉันทำได้ทุกอย่างหากคนที่แลกด้วยคือแม่

แม่คนเดียวที่ทำให้ฉันมีชีวิตอยู่

“คุยอะไรกันหรอจ๊ะ สองแม่ลูกคู่นี้ว่าแต่ทำไมหนูพายกลับมาเร็วจังเลิกงานแล้วหรอ?”

เสียงบุคลที่สามดังขึ้นทำให้ฉันต้องหันหน้าไปมองว่าเป็นเสียงของใคร เป็นเสียงของน้าอรนี่เอง ก่อนจะหันหน้าเผชิญก็เกลี่ยหยดน้ำตาที่ไหลออกมาก่อนหน้าออกอย่างรวดเร็ว ถึงแม้มันจะไปเร็วเท่าสายตาของอีกฝ่ายก็ตาม

น้าอรเป็นเพื่อนกับแม่ น้าเขาเป็นคนดีชอบช่วยเหลือฉันกับแม่บ่อย ๆ ส่วนบ้านน้าเขาอยู่ไกลจากบ้านฉันสักเจ็ดแปดหลังเนี้ยแหละ เวลาฉันทำงานน้าอรก็ช่วยแม่ไปอยู่ด้วยบ่อย ๆ 

เอ๊ะ! อยู่ด้วยบ่อย ๆ งั้นหรอ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป