บทที่ 10 ส่วนเกินของครอบครัว

เสียงเครื่องปรับอากาศดัง หึ่ง หึ่ง สี่ชีวิตที่นั่งอยู่ภายในห้องไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก

หลงเหลือเพียงเสียงสะอื้นจากหญิงสาวเจ้าของปัญหา ผสมผสานไปกับเสียงลมเบาๆ จากเครื่องปรับอากาศ ที่เปิดอุณหภูมิต่ำเอาไว้

อึก อึก

สายตาสามคู่ ของคนสามคน จ้องมองมาทางน้ำฟ้า ด้วยแววตาเห็นใจเธอไม่น้อย ไม่มีใครกล้าแสดงความคิดเห็นออกมา มีเพียงแต่การรอคอย

มือบางของลีวาย เลื่อนมาจับมือเพื่อนสนิทเอาไว้ บีบเบาๆ และช่วยถูกไปมาเพื่อสร้างความอบอุ่น เมื่อรู้สึกว่ามือเพื่อนเย็นเฉียบจากที่ได้สัมผัสครั้งแรก

แม้เวลาจะผ่านไปนานกว่าสิบนาที แต่ทุกคนต่างเฝ้าคอยอย่างเงียบสงบ และใจเย็น

“อึก…ขอโทษ..ทุกคน..นะคะ..ฟ้า…”

น้ำฟ้าพยายามบังคับตัวเองอย่างที่สุด ให้ตัวเองหยุดร้องไห้สะอื้น เธอรู้สึกผิดที่ทำให้คนอื่นต้องมานั่งดูเธอปลดปล่อยความอัดอั้นแบบนี้

คำพูดที่หญิงสาวพยายามขอโทษทุกคน กล่าวออกมาอยากตะกุกตะกัก เพราะจังหวะการหายใจยังไม่สามารถกลับมาเป็นปกติได้

“ไม่เป็นไรฟ้า ไม่เป็นไรเลย ถ้ายังคิดไม่ออกก็ยังไม่ต้องคิด พักผ่อนก่อนดีมั้ย”

ลีวาย เป็นห่วงเพื่อนสนิทจับใจ จนหลายครั้งที่เธอก็ต้องแอบซับน้ำตาของตัวเอง

ยิ่งเธอกำลังตั้งท้องเหมือนกัน เธอรู้ความรู้สึกของคนเป็นแม่ดีว่า เมื่อรับรู้ถึงอีกชีวิตหนึ่งอยู่ในร่างกายแล้ว ความผูกพันจะเกิดขึ้นมาทันทีโดยอัตโนมัติ

แต่จากสถานการณ์ของเพื่อนรักอย่างน้ำฟ้า การที่ต้องมีลูก ทั้งที่ตัวเธอเองไม่มีคนรัก มันก็ยากเหลือเกินที่จะเลี้ยงเด็กคนนี้เพียงลำพัง

ด้วยสถานการณ์ทางบ้านของหญิงสาวเอง ก็ไม่เหมือนกับเมื่อก่อนตอนที่แม่เธอยังมีชีวิตอยู่

น้ำฟ้า เคยใช้ชีวิตดุจเจ้าหญิงตัวน้อยๆ ของแม่มาก่อน ก่อนที่แม่ของเธอจะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ และหลังจากนั้นไม่นาน พ่อของเธอก็แต่งงานใหม่

เด็กสาวที่เคยได้รับการเอาใจใส่ดูแลอย่างดีมาโดยตลอด กลับกลายเป็นส่วนเกินของครอบครัวของตัวเอง 

คนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อที่ควรจะรักลูกของตัวเองที่สุด กลับเปลี่ยนไปเพราะผู้หญิงอีกคนที่เข้ามาในชีวิตเขา พร้อมกับลูกติดของเธอ

พ่อเธอหลงเมียใหม่กับลูกสาวที่เป็นลูกติดที่อายุอ่อนกว่าเธอไม่มาก แต่ด้วยความใกล้ชิดและคำยุแยงจากผู้หญิงสองคนนั้น ทำให้สายตาของพ่อที่มองดูเธอเปลี่ยนไป

เธอกลายเป็นเด็กใจแตกในสายตาของเขา เพียงเพราะเธอชอบเที่ยวสังสรรค์กับเพื่อน แต่ไม่เคยมีเรื่องเสียหาย

เธอเคยถูกสวมรอยเพื่อใส่ร้ายเธอ จากน้องสาวลูกติดแม่เลี้ยง เอาชื่อเธอไปคบกับผู้ชายมีเงินเพื่อปอกลอกพวกเขา 

กลายเป็นว่าชื่อเสียงของเธอถูกเก็บเข้าไปอยู่ในบัญชีรายชื่อหญิงสาวไม่ดีพวกนั้นแทนน้องสาวต่างสายเลือด

จนเมื่อเพื่อนนักเที่ยวของพ่อเธอเห็นรายชื่อพวกนั้น แล้วเอาความสงสัยมาถามกับพ่อเธอ กลายเป็นว่าเธอต้องถูกไล่ออกจากบ้าน เพราะเรื่องที่เธอไม่ได้เป็นคนก่อ

น้ำฟ้า ออกมาอยู่คอนโดซึ่งเป็นสมบัติชิ้นหนึ่งที่แม่ทิ้งเอาไว้ให้เธอ ตั้งแต่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีสอง เรื่องพวกนี้เพื่อนสนิทของเธออย่างลีวายและมิววี่ ต่างรู้ดี

“จริงครับ คุณน้ำฟ้า ถ้ายังไม่อยากคิดตัดสินใจอะไรตอนนี้ ผมว่าคุณพักผ่อนให้ดีก่อนดีกว่าครับ ปัญหาทั้งหมดยังไงต้องมีทางแก้อยู่แล้ว”

หมอหนุ่มย้ำคำพูดให้กำลังใจหญิงสาว เพราะเขาเองก็ไม่อยากเห็นเธอร้องไห้สะอื้นแบบนี้อีก

แปลกที่คนร้องไห้คือเธอ คนที่ต้องเผชิญกับปัญหาก็คือเธอ แต่ภายในอกของเขากลับรู้สึกหน่วงอย่างอธิบายไม่ถูก

หญิงสาวคนที่เขาเคยมีความสุขกับเธอในค่ำคืนนั้น คนที่เขามั่นใจอย่างมากว่า เป็นคนพรากความบริสุทธิ์มาจากเธอด้วยตัวเอง

ห่างหายกันไปเพียงไม่กี่เดิน แต่กลับมาเจอกันอีกครั้ง กับปัญหาที่เธอมีคือ การท้องโดยไม่มีคนรับผิดชอบ

‘ถ้าพ่อของเด็กในท้องคุณเป็นผม ผมไม่มีทางปล่อยให้คุณเผชิญกับเรื่องนี้เพียงลำพังแน่นอน’

ความคิดในหัวของเขา ไม่อาจเปร่งออกมาเป็นคำพูดได้ ในเมื่อตัวของน้ำฟ้าเอง ไม่แม้แต่จะจำได้ว่าเขาคือผู้ชายในคืนนั้นของเธอ

“ฟ้า อยากเก็บเด็กคนนี้เอาไว้ค่ะ”

หญิงสาวพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะพูดประโยคที่พูดยากที่สุดในชีวิตเธอออกมาภายในลมหายใจเดียว เพราะกลัวจะเผลอสะอื้นไห้ออกมาอีก

แม้หัวใจของเธอจะกำลังรู้สึกเจ็บปวด แต่ความสำนึกในการมีอีกชีวิตหนึ่งเกิดขึ้นมาในร่างกายของเธอ กลายเป็นความรับผิดชอบที่เธอจะต้องรับเอาไว้

“แบบนั้นก็ดีเลยฟ้า เจ้าหนูของเราจะได้เป็นเพื่อนกันนะ”

ลีวาย ดีใจและยินดีมากที่เพื่อนของเธออยากเก็บเด็กในท้องเอาไว้ แม้ว่าอาจจะต้องเจอกับปัญหามากมายตามมาหลังจากที่ตัดสินใจแบบนี้ก็ตาม

เพื่อนสาวคนสนิทสองคน มองหน้าและส่งยิ้มให้กัน เป็นครั้งแรกหลังจากที่ได้เจอหน้ากันในวันนี้

ภาคิน ลอบถอนหายใจยาวเยียด เมื่อได้ยินการตัดสินใจของหญิงสาว แม้ว่าเขาจะไม่ใช่พ่อของเด็กในท้องเธอ แต่เขาก็ไม่เคยมีความคิดอยากให้เธอเอาเด็กคนนั้นออกแม้แต่น้อย

“ถ้าอย่างนั้น ผมก็ต้องขอแสดงความยินดีกับว่าที่คุณแม่ด้วยนะครับ หวังว่าให้เด็กออกมาสมบูรณ์แข็งแรงนะครับ”

น้ำฟ้า ได้ยินคำอวยพรจากหมอหนุ่ม เธอจึงหันไปยิ้มให้เขาตามมารยาท ทั้งคราบน้ำตา

“ถ้าจะเอาเด็กไว้ ก็ควรจะนัดฝากครรภ์แต่เนิ่นๆ นะ แต่อาจจะต้องหาคนมาเป็นเพื่อนเวลามาหาหมอด้วยนะครับ”

อาจารย์หมอที่นั่งเงียบดูเหตุการณ์มาตลอด เตือนขึ้นมาเพราะคิดว่าคงไม่มีใครคิดถึงเรื่องนี้เอาไว้เป็นแน่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป