บทที่ 14 แขกไม่ได้รับเชิญ 2
ภาคิน ไม่ต้องการให้พิมพ์ชนก รื้อฟื้นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเขาสองคนขึ้นมาพูดอีก ทั้งยังพูดต่อหน้าคนอื่น
เพราะถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้มันจะเป็นความจริง ที่เขาแสดงออกชัดเจนว่า เขาคลั่งไคร้เธอมากขนาดไหน ถึงขั้นแนะนำเธอให้กับพ่อแม่ได้รับรู้
แม้กระทั่ง เคยขอเธอแต่งงาน โดยพ่อแม่ของเขาก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง
แต่ทันทีที่ เธอทำลายความรักที่เขามีให้ เพราะความทะเยอะทยานของตัวเองเธอ เพียงเพราะในขณะนั้นเขาไม่สามารถตอบสนองในสิ่งที่เธอต้องการได้
เมื่อทุกอย่างต้องจบลง และเป็นเพราะเธอเลือกจุดจบแบบนั้นเอง เขาต้องพยายามทำใจยอมรับมัน ด้วยการเลือกที่จะเกลียดเธอ หลังจากลองหลายวิธีแล้วไม่ได้ผล
จนสุดท้าย การลองเกลียดเธอดู มันกลับทำให้เขาสามารถหลุดพ้นออกมาจากบ่วงความเจ็บปวดตรงนั้นได้
แม้ว่าเวลามันจะผ่านมาสักระยะแล้ว เขาไม่ได้ต้องเกลียดเธอเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว แต่เขาก็ยังไม่ต้องการให้เธอป่าวประกาศเรื่องความสัมพันธ์ที่ล้มเหลวนี้ต่อไปอีก
“แหม คีนก็รู้อยู่แล้วนี่คะ ว่าพิมชอบดื่มอะไร คีนสั่งให้พิมได้เลยค่ะ”
หมอพิม แย้มยิ้มอย่างคนอยู่เหนือกว่า เธอหันมองใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่ม ส่งยิ้มยั่วยวนกลับไปให้เขา
“ไอ้เมธ มึงก็รู้ดีนี่ งั้นมึงสั่งให้พิมแล้วกัน”
ภาคิน หันไปสั่งเพื่อนสนิทที่นั่งขั้นกลางระหว่างเขากับพิมพ์ชนก ก่อนจะยกแก้วทรงสูงในมือของเขา ขึ้นกระดกของเหลวในนั้นเข้าปากจนเกือบหมดแก้วในคราวเดียว
การกระทำทั้งหมดของเขา อยู่ในสายตาของหญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามทั้งหมด โดยที่เธอไม่ได้ตั้งใจ เพียงแต่ถูกดึงดูดสายตาไปตั้งแต่ตอนไหนเธอก็ไม่อาจรู้ได้
“แค่นี้ก็ต้องเขินด้วย คนกันเองทั้งนั้น ไม่เห็นต้องเขินเลยคีน”
หมอพิม ยังคงไม่ยอมแพ้ เธอยังคงพยายามแสดงตัวตน เพื่อข่มหญิงสาวอีกคนที่เธอรู้สึกไม่ค่อยถูกชะตา
ตั้งแต่ที่เห็นว่า สายตาของภาคิน มักจะเหลือบมองหญิงสาวที่นั่งตรงข้ามเป็นระยะ
หมอคีน หัวเราะเสียงต่ำอยู่ในลำคอ เขาหยุดที่จะต่อปากต่อคำกับเธอ เพื่อหวังว่าเธอจะหยุดพูดเสียที
“วาย เราอยากไปห้องน้ำหน่อย”
น้ำฟ้า เริ่มรู้สึกว่าเธอถูกสายตาหนึ่งจ้องมองอย่างมาดร้าย จนอยากจะหลบหนีออกไปจากตรงนี้
“ไปสิ เดี๋ยวเราไปด้วย”
หญิงสาวท้องโตรับคำเพื่อน พร้อมกับเตรียมตัวจะลุกจาดที่กนั่งเพื่อไปเป็นเพื่อน
“พี่ปูลคะ วายไปห้องน้ำกับฟ้า ก่อนนะคะ”
ลีวาย หันบอกสามีที่นั่งอยู่ข้างๆ เพื่อให้เขารับทราบ ก่อนจะช่วยพยุงกันเอง ระหว่างหญิงท้องหกเดือน กับหญิงที่ตั้งครรภ์อ่อนๆ เหมือนคนหัวอกเดียวกันช่วยเหลือกันเอง
“เดี๋ยวผมนำทางไปดีกว่าครับ ทางนี้เลย ผมกำลังจะไปพอดี”
ภาคิน ที่กำลังขยับตัวจะลุกขึ้นจากที่นั่ง เพื่อพาหญิงสาวทั้งสองคนไปที่ห้องน้ำ แต่กลับถูกวรเมธ ที่เริ่มรู้สึกอึดอัดจากการต้องเป็นคนกลางขวางเพื่อนสนิททั้งสองคน
เขาจึงลุกขึ้น เอ่ยเสนอตัวเองตัดหน้า ภาคิน ไปเพียงเสี้ยววินาที จนถูกเพื่อนสนิทมองหน้าแรงกลับมา แต่เขาตั้งใจทำเมิน
“คุณน้ำฟ้า ไม่สนุกเหรอครับ ผมเห็นคุณเงียบๆ”
วรเมธ เอ่ยถามน้ำฟ้า หลังจากทั้งคู่ทำธุระในห้องน้ำเสร็จก่อน และกำลังยืนรอหญิงท้องโตอีกคน ที่ต้องใช้เวลานานกว่า
“ไม่ค่ะ ก็สนุกดีนะคะ นานๆ ได้มาผ่อนคลายบ้างก็ดีค่ะ”
น้ำฟ้า ตอบกลับอ้อมแอ้ม อย่างคนไม่ได้สนิทกับชายหนุ่ม
เธอเพียงจำได้รางๆ ว่าเคยเจอหมอวรเมธ เมื่อสามเดือนก่อน ในคืนที่เกิดเรื่อง เพราะเขามาพร้อมกับอาจารย์ปูล และหมอหนุ่มอีกคน เพื่อมาทำความรู้จักกับลีวายที่เป็นภรรยาหมอปูล
ซึ่งหลังจากการแนะนำตัวกันครั้งนั้น เธอก็ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่า การเป็นแค่คนรู้จักของเพื่อนเธออีกที
ยิ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ทำให้เธอตกใจสุดขีด จนไม่อาจจะใส่ใจเรื่องอื่น จนเธอก็ลืมไปแล้วว่าเคยรู้จักเขา
ต่างกันกับ หมอวรเมธ ตั้งแต่ที่เขาได้รู้จักเธอวันนั้น เขาไม่เคยลืมใบหน้าละเอียดอ่อนของหญิงสาวได้เลย
แม้ว่าจะไม่ได้ถึงกับตั้งใจพยายามค้นหาช่องทางการติดต่อเธอหลังจากนั้น เพียงเพราะเขาคิดว่า เมื่อเป็นคนสนิทของภรรยารุ่นพี่ สักวันก็คงต้องมีโอกาสได้เจอกันอีก
และเมื่อวันนั้นมาถึง เขาจะไม่ยอมปล่อยให้จากกัน โดยไม่มีช่องทางการติดต่อกันอีกแน่นอน
ซึ่งวันนี้ คือ วันนั้นที่เขารอคอยมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
“เอ่อ ปกติคุณน้ำฟ้าออกมาเที่ยวบ่อยมั้ยครับ หรือชอบเที่ยวสไตล์ไหน”
เขาพยายามชวนเธอคุย และพยายามทำความรู้จักเธอให้มากขึ้น เพราะอยากจะมีโอกาสทำให้เธอพึงพอใจ
“หมอเมธเรียกฟ้า เฉยๆ ก็ได้ค่ะ เรียกคุณทุกคำเลย ฟ้าไม่ค่อยชิน”
หญิงสาวเริ่มสังเกตุเห็นแล้วว่า หมอหนุ่มพยายามทำความรู้จักเธอ ซึ่งเธอไม่ได้รังเกียจที่จะรู้จักคนเพิ่ม
“งั้น เรียกน้องฟ้าแล้วกันนะครับ แล้วน้องฟ้า ก็เรียกผมว่า พี่เมธ แล้วกันนะ”
วรเมธ ยิ้มมุมปาก รู้สึกดีใจที่เธอเปิดโอกาสให้เขาได้สนิทกับเธอไปอีกขั้น โดยเริ่มจากการเปลี่ยนคำเรียก
“ได้ค่ะ พี่เมธ”
น้ำฟ้า ไม่คิดมาก และไม่คิดว่าจะเกินเลย เธอยอมเรียกเขาตามที่ฝ่ายตรงข้ามขอ เพื่อตอบแทนที่เขายอมเปลี่ยนคำเรียกชื่อเธอ ตามที่เธอขอไว้เช่นกัน
“ว่ายังไงครับ ปกติเที่ยวบ่อยมั้ย แล้วชอบเที่ยวแบบไหน”
ชายหนุ่มยังคงถามย้ำ ในคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบ ด้วยท่าทีสนิทสนมมากขึ้น
“เมื่อก่อนตอนเรียน ฟ้าไปเที่ยวกับเพื่อนสนิทบ่อยค่ะ แต่พอเรียนจบต้องเริ่มหางานทำ ก็ไม่ค่อยได้ออกมาเที่ยวเลยค่ะ”
