บทที่ 15 อยากทำความรู้จัก
วรเมธ มองใบหน้าหญิงสาวที่อ่อนวัยกว่าอย่างไม่ปิดปัง รอยยิ้มบนใบหน้าของเขา ตั้งใจแสดงออกมาให้เธอเห็นอย่างชัดเจน
ลูกค้าภายในร้านอาหารเริ่มคึกคักมากขึ้นทุกขณะ และการใช้งานห้องสุขา ก็เป็นที่สถานที่หนึ่งที่เริ่มได้รับความนิยม
ทางเดินแคบๆ ที่เพียงพอให้สามารถเดินสวนกันได้เท่านั้น แต่เมื่อมีชายหนุ่มและหญิงสาว ต้องยืนรอสมาชิกอีกคนที่ยังอยู่ด้านใน ทำให้เส้นทางการเดินเหลือเพียงทางที่ไม่อาจเดินสวนกันได้อีกแล้ว
เมื่อช่องทางเดินถูกบีบรัดมากขึ้น จากการที่มีลูกค้าเริ่มเดินผ่านไปผ่านมา ทั้งสองคนต้องขยับยืนชิดกัน
จนกระทั่ง ชายคนหนึ่งที่กำลังเดินเข้าไปใช้บริการห้องน้ำชาย ไม่อาจทรงตัวได้อยู่จากความมึนเมา จนเกือบจะพุ่งเข้ามาชนหญิงสาว
วรเมธ เห็นท่าไม่ดี จึงรีบเข้าไปกางแขนสองข้างของเขา ค้ำยันที่กำแพงเหนือศีรษะหญิงสาว เพื่อเอาตัวเองเป็นโล่ป้องกันร่างกายเธอจากคนเมา
แรงกระแทกที่เกิดขึ้น จากคนเมาที่เซมาชนแผ่นหลังชายหนุ่มเข้าอย่างจัง ทำให้ตัวเขาเองถูกดันเข้าไปชิดกับหญิงสาว จนเกือบจะสัมผัสกัน
“เอ่อ ขอโทษครับ”
หมอหนุ่มเอ่ยขอโทษเธอทันที เพราะเกรงว่าเธอจะเข้าใจผิด คิดว่าเขาฉวยโอกาศ
“ขอบคุณนะคะ พี่เมธ ที่ช่วยกันไว้ให้ไม่อย่างนั้นคงแย่”
หญิงสาวไม่ได้ถือโทษโกรธเขาแม้แต่น้อย ทั้งยังรู้สึกขอบคุณที่เขาช่วยเอาตัวเองเข้ามารับแรงกระแทกจากคนเมาแทนเธอ
ร่างบางเผลอยกมือขึ้นมากุมไว้ที่หน้าท้องโดยไม่รู้ตัว หัวใจเธอเต้นรัวด้วยความตระหนก
เธอคิดว่าหากเขาไม่ช่วยกันผู้ชายเมาคนนั้นให้ เธอคงถูกกระแทกเข้าที่ท้องอย่างจัง หลังจากนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้น เป็นเรื่องที่เธอไม่อยากคิดต่อ
เมื่อเริ่มรู้สึกถึงความปลอดภัย น้ำฟ้า เงยหน้าขึ้นเพื่อจะบอกชายหนุ่มให้หมดกังวล
ในจังหวะนั้นเอง คนเมาคนเดิม เดินกลับออกมาจากห้องน้ำชาย เซกระแทกเข้าที่แผ่นหลังของวรเมธ ในตำแหน่งเดิมก่อนหน้านี้
เขากำลังก้มหน้า เพื่อจะพูดกับหญิงสาวใต้วงแขนเขาเช่นกัน จังหวะนั้นทำให้ใบหน้าของทั้งคู่ เข้าไปใกล้ชิดกัน จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของฝ่ายตรงข้าม
หากแต่ว่า เมื่อมองจากคนที่อยู่ไกลๆ จะเห็นเป็นภาพของชายหนุ่มหญิงสาว สองคนกำลังพลอดรักจูบกันอยู่อย่างโจ่งแจ้ง
“อุ้ย!”
เสียงอุทานด้วยความตกใจ ดังขึ้นมาจากหน้าห้องน้ำหญิง ไม่ไกลจากจุดที่ทั้งสองคนยืนอยู่นัก
ลีวาย ที่เพิ่งทำธุระเสร็จ เดินออกมาจากห้อง เห็นเข้าพอดี เพียงแต่เธอไม่รู้ว่าเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่
ทั้งสองคนตกใจจนสะดุ้ง วรเมธรีบถอยห่างจากหญิงสาวทัน เพราะกลัวเธอจะถูกมองไปในทางเสียหาย
“ไม่ได้มีอะไรนะน้องวาย พี่แค่ช่วยกันคนเมาไม่ให้มาชนน้องฟ้าเฉยๆ”
คำอธิบายความจริงออกจากปากชายหนุ่ม แต่เมื่อน้ำเสียงที่ใช้นั้นสั่นเล็กน้อยเพราะความตื่นตกใจ ยิ่งทำให้เหมือนเป็นการแก้ตัวมากกว่าจะเป็นการเล่าความจริง
“อ๋อ…ค่ะ”
ลีวาย ไม่ได้ปักใจเชื่อในสิ่งที่ได้ยินหมอหนุ่มพูด แต่เธอก็ไม่ได้คิดว่าจะยึดสิ่งที่เธอเห็นว่าเป็นความจริงทั้งหมดเช่นกัน
‘พี่เมธ ชอบยัยฟ้าแน่ๆ หรือจะเชี่ยให้คู่นี้สมหวังดีนะ’
ลีวายเริ่มคิดแผนการในหัว เพราะเธออยากให้เพื่อนรักมีความสุข และเห็นอยู่ว่า หมอเมธก็เป็นคนดี หากเขาชอบและจริงจังกับเพื่อนเธอจริงๆ เธอก็คิดว่าอยากจะสนับสนุนให้ทั้งคู่ได้คบกัน
“อ๋อ อะไรยัยวาย เป็นอย่างที่พี่เมธบอกนั่นแหละ เมื่อกี้มีคนเมาเดินผ่านมาจะชนชั้น พี่เมธเลยช่วยเอาตัวมาขวางไว้ให้ ไม่งั้นคง..”
น้ำฟ้า อธิบายย้ำกับเพื่อนอีกเสียงหนึ่ง เพราะกลัวว่าเพื่อนเธอจะเริ่มคิดไปไกล แล้วอาจจะวางแผนการอะไรแปลกๆ ไว้อีก
มือบางลูบหน้าท้องโชว์เพื่อนสนิท เพื่อเป็นหลักฐานและขอความเห็นใจ ไม่ให้ลีวาย เผลอคิดอะไรไม่เข้าท่า
น้ำฟ้า พอจะดูออกนิดหน่อยว่า หมอวรเมธ คงจะอยากทำความรู้จักเธอ แต่ตัวเธอเองไม่กล้ามีความคิดที่จะมีใครในใจตอนนี้
หากเป็นเมื่อไม่กี่เดือนก่อน เธออาจจะลองเปิดใจทำความรู้จักกับเขาดู แต่เมื่อตอนนี้ เธอมีเด็กอีกคนที่ยังไม่รู้ว่าใครเป็นพ่ออยู่ในท้อง
การที่จะยอมให้ความสัมพันธ์พัฒนาการมากกว่าแค่คนรู้จักกัน เธอคิดว่าคงเป็นการเห็นแก่ตัวที่สุด ซึ่งเธอไม่สามารถทำได้ มันไม่ยุติธรรมกับเขาเลย
ลีวาย มองมือที่ลูบท้องอยู่ของเพื่อนสนิท เธอเข้าใจดีว่า น้ำฟ้าอยากจะสื่อถึงอะไร ทำให้เธอต้องเก็บความคิดวางแผนในหัวออกไปทันที
ลีวาย มองมือที่ลูบท้องอยู่ของเพื่อนสนิท เธอเข้าใจดีว่า น้ำฟ้าอยากจะสื่อถึงอะไร ทำให้เธอต้องเก็บความคิดวางแผนในหัวออกไปทันที
ทั้งสามคน พากันเดินกลับไปที่โต๊ะ โดยไม่ได้พูดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้อีก
ชายหนุ่มเจ้าของงานวันนี้ คอยชะเง้อจ้องมองหาทั้งสามคน ไม่ยอมวางตา
“ไม่ได้เกิดปัญหาขึ้นใช่มั้ย นี่กำลังจะไปตามพอดี”
ทันทีที่เห็นทั้งสามคนเดินกลับมาที่โต๊ะ ภาคิน ลุกขึ้นถามออกไปทันที โดยไม่สนใจหญิงสาวอีกคนที่นั่งอยู่ข้างเขา ที่กำลังพยายามจะเอนตัวพิงซบลงที่ไหล่ชายหนุ่ม
“ไม่มีอะไรค่ะ วายเข้าห้องน้ำนานไปหน่อย ขอโทษนะคะ”
หญิงตังครรภ์ที่ใช้ห้องน้ำนานทำให้กลับมาช้า เป็นคนกล่างขอโทษออกมา เมื่อรู้ว่าทำให้คนอื่นต้องคอยห่วง
“ไม่เป็นไรครับ ผู้หญิงตั้งครรภ์ก็เป็นปกติ ไม่มีเรื่องอะไรก็ดีแล้วครับ”
หมอหนุ่ม น้ำเสียงอ่อนลง เพราะไม่อยากให้คนท้องตกใจ ที่เผลอลืมตัว ก่อนจะมองเลยไปที่คนด้านหลัง มองหาความผิดปกติ
