บทที่ 2 ทีมจตุรแพทย์

งานเลี้ยงที่ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย แต่ทุกคนในค่ำคืนนี้ต่างรู้ดี ว่านี่คือศูนย์รวมของมันสมองระดับประเทศ

ชายหญิงที่ยืนคุยกันด้วยรอยยิ้มน้อยๆ เหล่านั้น คือ เหล่าแพทย์เฉพาะทางผู้มีฝีมือระดับพระกาฬ

เพียงแต่จุดสนใจภายในงานกลับหนีไม่พ้น แพทย์สี่จตุรเทพของโรงพยาบาล ที่ได้กลับมารวมตัวกันครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผ่านมา

หมอคีน นายแพทย์ภาคิน หมอหนุ่มดีกรีนักเรียนนอก เขาเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศไม่นาน พร้อมกับการเป็นว่าที่รองศาสตราจารย์ ทั้งที่อายุเพียง 35 ปี

หมอพิม แพทย์หญิงพิมพ์ชนก ที่ทุกคนเข้าใจกันว่า เป็นคู่รักของหมอคีนมาตั้งแต่สมัยยังเรียนด้วยกัน แถมยังเป็นคู่หมายที่ครอบครัวหมอคีน วางตำแหน่งไว้ให้เป็นลูกสะใภ้ในอนาคต

หมอเมธ นายแพทย์วรเมธ แม้พื้นฐานครอบครัวจะเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา แต่ด้วยรูปร่างหน้าตาที่ขัดกับความเป็นชาวบ้านมาก จนพยาบาลหลายคนในโรงพยาบาล มักบอกว่าเขาเป็นลูกเศรษฐีปลอมตัวมา

และสุดท้ายคือ หมอปูล นายแพทย์ปูลวัชร ผู้อำนายการแผนกสูตินรีเวช รุ่นพี่ที่เคารพของทั้งสามคน 

นอกจากทั้งสี่คนจะจบสถาบันในไทยที่เดียวกันแล้ว ในช่วงที่ทั้งสามเป็นอินเทิร์นเคยได้รับความช่วยเหลือจากหมอปูลไม่น้อย

อีกทั้ง รูปร่างหน้าตา หรือแม้แต่ชาติตระกูล ต่างเป็นที่นับหน้าถือตาในวงการไม่น้อย แถมความสามารถยังได้รับการยอมรับว่า มีฝีมือระดับท๊อปของประเทศ

“พี่ปูล ยินดีกับการแต่งงานของพี่ด้วยครับ ขอโทษด้วยที่กลับมาไม่ทันร่วมงานแต่ง”

หมอคีน ชิงเอ่ยทักทายหมอหนุ่มรุ่นพี่ก่อน อย่างสุภาพด้วยความเคารพ แต่กลับแปลกตาคนที่ได้เห็น

“อะไรไอ้คีน แค่เป็นว่าที่ศาสตราจารย์ ต้องวางท่าขนาดนี้เชียว”

ชายหนุ่มรุ่นพี่ ตบไหล่กว้าง หมอรุ่นน้องด้วยความหมั่นไส้ กับทีท่าเป็นการเป็นงานของเขา ทั้งที่แต่ก่อนเขาคือรุ่นน้องที่ชอบกวนโมโหเขามากที่สุด

หมอหนุ่มยกยิ้มมุมปาก หน้าตาท่าทางกวนของเขากลับมาทันที ที่รุ่นพี่คนเก่งของเขา ไม่ยอมแสดงละครไปตามบทที่เขาส่งไปให้

“โห่ พี่ปูลอะ งานเลี้ยงทางการระดับนี้ ก็ช่วยดูผมเป็นคนมีมารยาท มีกาลเทศะนิดนึงสิพี่”

หมอหนุ่มทั้งสองมองหน้ากัน ทั้งคู่หัวเราะร่าออกมาก่อนจะโผเข้าไปกระแทกไหล่ กอดกันเต็มแรง พร้อมใช้ฝ่ามือตบหลังหนาๆ ของอีกฝ่ายดังปึ้ก

“พี่ปูล ไม่พาพี่สะใภ้มาด้วยเหรอครับ”

หมอเมธ ที่ยืนกับ หมอคีน อยู่ตั้งแต่ต้น เอ่ยถามรุ่นพี่ เมื่อเขาไม่ได้เห็นหญิงสาวอีกคน ที่มักจะตัวติดกับรุ่นพี่ของเขาเสมอ แทบทุกงานที่ได้เจอ

“วายเค้ามีกินเลี้ยงกับเพื่อน อยู่ที่โรงแรมนี้แหละ เดี๋ยวทางนี้เสร็จแล้วค่อยไปรับ”

ไม่ได้คิดอะไรมาก หมอปูล ตอบคำถามอย่างธรรมชาติ แต่กลับสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไป ของหมอรุ่นน้อง

“เดี๋ยวเสร็จงานแล้ว จะไปเจอก็ตามไปด้วยกันได้นะ”

เขาพอมองออกว่า หมอหนุ่มรุ่นน้องคนนี้ คาดหวังอะไร จึงเอ่ยชวนไปรับภรรยาสาวของเขาพร้อมกันหลังจบงาน

สายตาเป็นประกายอย่างไม่อาจปกปิด ยิ่งทำให้หมอรุ่นพี่มั่นใจในสิ่งที่เขาคิด ส่วนเพื่อนสนิทอีกคนที่ยืนมองอยู่อย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว กลับต้องมองตามสองคน คิ้วขมวด

“อะไรของมึงวะไอ้เมธ มึงจะถามหาพี่สะใภ้ทำไม ไม่เกรงใจรุ่นพี่ แล้วพี่ปูลก็อีกคน ตามใจมันเพื่อ พี่ไม่หวงเมียเลยไง”

คีน รู้สึกหงุดหงิดในใจ แทนรุ่นพี่ ทั้งยังเคืองเพื่อนสนิท ที่ดันถามถึงแต่ภรรยาของรุ่นพี่ เหมือนกับไม่เกรงใจกัน

“เอาเถอะ ไอ้คีน เดี๋ยวมึงก็ไปด้วยกัน จะได้แนะนำให้รู้จัก”

ปูลวัชร ตบบ่ารุ่นน้องคนสนิทเต็มแรง ปรามให้เขาสงบอารมณ์ร้อนลงหน่อย

“หนุ่มๆ คุยอะไรกันอยู่เหรอคะ น่าสนุกเชียว ขอพิมคุยด้วยคนได้มั้ย สวัสดีค่ะ พี่ปูล ไม่ได้เจอกันนานเลย ยังหล่อเหมือนเดิมเลยนะคะ”

หญิงสาวผู้ซึ่งมาใหม่ เธอมุ่งตรงเข้ามาทั้งทายสามหนุ่ม ที่ยืนคุยกันเงียบๆ แต่กลับเป็นจุดเด่นดึงดูดสายตาของคนแทบทั้งงาน

หมอหนุ่มทั้งสาม หันมองไปทางต้นเสียง เมื่อเห็นผู้มาใหม่ คีน ก้าวเท้า เดินเลี่ยงไปยืนอยู่ตรงกลางระหว่างรุ่นพี่กับเพื่อนสนิท เปิดช่องวางที่อยู่อีกฝั่งให้เธอเข้ามาร่วมวง

“คีน กลับมานานแล้วเหรอ ไม่เห็นบอกพิมเลย”

หญิงสาวแย้มยิ้มก้าวเข้ามาแทนที่ตำแหน่งชายหนุ่ม เมื่อได้ยืนในตำแหน่งเผชิญกัน กลับเหมือนเปิดทางให้เธอได้พูดคุยกับเขาได้สะดวกมากกว่าเดิม

“เปลี่ยนมือถือเครื่องใหม่คอนแทคหายหมดแล้ว”

เขาตั้งใจตอบโดยที่ไม่มองหน้าเธอ บรรยากาศรอบตัวเหมือนออกซิเจนกำลังลดลงอย่างน่าประหลาด ความอึดอันเข้ามาแทนที่

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราให้คอนแทคใหม่นะ”

หมอพิมยังคงส่งยิ้มให้กับคู่สนทนา แม้ว่าจะรู้สึกถึงความปวดตุบๆ อยู่ภายในอก

เกิดความเงียบขึ้ยชั่วขณะ เหมือนกับคนทั้งห้องก็หายตัวไป เหลือเพียงพวกเขาสี่คนที่ยังยืนอยู่ จนหมอปูลผู้เป็นรุ่นพี่ของทั้งสาม ต้องพูดแหวกความเงียบขึ้นมา

“พิม เป็นยังไงบ้าง กำลังจะย้ายกลับมาแล้วใช่มั้ย”

เขาให้เกียรติผู้หญิงและคนที่เพิ่งมาใหม่ เลือกถามหมอหญิงรุ่นน้อง เพราะเป็นอีกคนที่ไม่ได้เจอกันมานานแล้ว

“ค่ะพี่ปูล พิมกำลังจะย้ายกลับมาค่ะ ตอนนี้รอเรื่องสัญญาให้เรียบร้อยค่ะ ยังมีข้อสัญญาบางข้อที่พิมยังเป็นกังวล”

“ก็ดีนะ ดูให้ดีๆ ก่อน แล้วค่อยเซ็นต์ เพราะมันจะผูกมัดเรา”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป