บทที่ 3 รักแรกพบ
โถงห้องจัดงานเลี้ยง ที่เคยส่องแสงสว่างสีขาวเจิดจ้า ไฟถูกหรี่ให้ลดแสงลง เหลือเป็นเพียงแสงไฟสลัวสีวอร์ม เมื่องานกำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของค่ำคืน และเป็นช่วงที่หลายคนตั้งตารอคอย
ช่วงเวลาที่ทุกคนจะได้ผ่อนคลายอิริยาบถ ได้สนุกสนานกัน ละทิ้งภาระหน้าที่ที่ต้องแบกไว้บนบ่า เพียงชั่วเวลาไม่กี่ชั่วโมงนี้เท่านั้น
บริกรเริ่มเปลี่ยนเครื่องดื่มที่นำมาเสิร์ฟให้กับผู้เข้าร่วมงาน จากการหน้าที่เป็นเพียงอินฟิวส์วอเตอร์ ที่ลอยไปด้วยสตรอว์เบอร์รีและใบสะนะแหน่สด
แปลเปลี่ยนเป็นค็อกเทลสีสวย ที่สะท้อนกับแสงไฟสีฟ้า จนได้สีสันที่แปลกตา โดดเด่นขึ้นมามือถืออยู่ในมือ
แต่บางคนก็เลือกเครื่องดื่มที่หนักขึ้น อย่างไวน์สีแดงทับทิม ที่ดูสุขุมมากกว่า
“งั้น เดี๋ยวกูขอตัวกลับก่อน ทางนั้นน่าจะเสร็จแล้วเหมือนกัน”
หมอปูลวัชร เป็นคนแรกที่ขอออกจากงาน เพราะตนเองไม่ได้เป็นคนชอบดื่ม และกำลังเริ่มเป็นห่วงภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ
“อ่าว พี่ทำไมรีบกลับ เป็นห่วงเมีย?”
เพราะความสนิทสนม หมอคีน จึงกล้าที่จะเอ่ยแซวรุ่นพี่ของตน คนที่ทุกคนต่างมองว่าเขาเป็นคนสุขุม เยือกเย็น จนไม่ค่อยมีใครกล้าล้อเล่นด้วย
“งานก็จบแล้ว เรื่องฉลองก็ให้พวกนายฉลองไปเถอะ”
“ว่าไงไอ้เมธ จะไปเจอพี่สะใภ้มั้ย”
ปูลวัชร บอกรุ่นน้องอย่างไม่ปิดบัง และยังไม่ลืมหันไปตาม หมอเมธ อย่างที่เขารับปากไว้ตั้งแต่ตอนแรก
“งั้นพี่ก็ต้องชวนผมด้วยสิ ผมยังไม่เคยเจอพี่สะใภ้เลยนะ เกิดไปเจอข้างนอกแล้วไม่รู้เป็นพี่สะใภ้ เผลอล่วงเกินไปจะยุ่งเอา”
หมอคีม แทรกตัวเข้ามาระหว่างทั้งสองคน แก้วไวน์ยังถืออยู่ในมือทั้งสองข้าง เพราะเขาตั้งใจหยิบอีกแก้วเผื่อให้รุ่นพี่ แต่กลับถูกปฏิเสธ
“เออ งั้นก็ไป วางแก้วก่อนด้วย”
แก้วไวน์ทั้งสองใบ ถูกวางกลับลงไปที่ถาดในมือบริกร ที่กำลังพยายามเดินตามบริการแขกในงานให้ทั่วถึง
“พวกแก ชั้นต้องกลับแล้ว พี่ปูลจะมารับ”
หญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงกลางระหว่างเพื่อนสองคน เอื้อมมือจับมือเพื่อนทั้งสองที่กำลังจะหยิบแก้วทรงสูง ที่ภายในบรรจุของเหลวสีชมพูกุหลาบ มีฟองละเอียดระยิบระยับอยู่ทั่วผิวแก้ว
“จะกลับแล้วเหรอ ไวจัง งั้นเดี๋ยวพวกชั้นเดินไปส่ง”
เพื่อนสาวทั้งสาม ลุกขึ้นจากที่นั่ง พากันเดินไปส่งเพื่อนที่จุดที่เธอนัดกับสามีหมอ และเป็นอาจารย์ของพวกเธอด้วย
“นั่นไง มาแล้ว หูย อาจารย์พาเพื่อนมาด้วยแหละแก งานดีๆ ทั้งนั้นเลย ยัยฟ้า แกเอาคนไหน ชั้นให้สิทธิแกเลือกก่อน”
มิววี่ ที่เริ่มได้รับผลจากฤทธิ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ดื่มไป เริ่มยืนโอนเอนแต่ยังคงมีสติหลงเหลืออยู่
เธอเห็นสามีของเพื่อนเดินมาพร้อมกับ ผู้ชายอีกสองคนขนาบข้าง รีบจัดสรรให้เพื่อนอีกคนที่ยังโสดอยู่เลือกคนที่ถูกตาต้องใจ ด้วยความขี้เล่น
“ยัยมิววี่ แกเมาแล้วเนี่ย เงียบปากเลยนะ อย่าให้อาจารย์ได้ยินเชียว”
น้ำฟ้า ใบหน้าแดงเรื่อ จากฤทธิ์แอลกอฮอล์เช่นกัน เธอตีแขนเพื่อนเบาๆ แก้เขิน เมื่อเพื่อนชี้ให้เธอสำรวจ และเลือกชายหนุ่มที่กำลังเดินมาพร้อมอาจารย์ของเธอ
คนหนึ่งในนั้น เธอจำได้ว่าเคยเจอหน้าเขามาก่อน ในวันงานแต่งงานของเพื่อนสาวคนสนิทกับอาจารย์ แต่อีกคนที่เดินมาพร้อมกัน เธอกลับจำไม่ได้ แต่ก็ยังไม่กล้าถาม
“ยัยฟ้า นั่นหมอคนนั้นไง คนที่เราเจอวันงานแต่งยังวายอะ หูย หล่อไม่เปลี่ยนเลย นี่ แล้วเค้ามองมาทางแกด้วย”
มิววี่ ก็จำเขาได้เช่นกัน เพราะวันงานวันนั้น เป็นหมอหนุ่มรุ่นน้องอาจารย์ของพวกเธอคนนี้ ที่มาคอยดูแลเธอกับเพื่อนสาวคนสนิทตลอดทั้งงาน
“สวัสดีค่ะอาจารย์ ยินดีด้วยนะคะ เป็นว่าที่คุณพ่อแล้ว”
น้ำฟ้า และ มิววี่ ยกมือขึ้นไหว้ทักทาย ปูลวัชร ด้วยความเคารพ แต่ก็ไม่อาจบังคับสายตา ไม่ให้มองไปที่บุคคลอีกสองคนที่เดินตามมาทีหลังได้
“นภาวดี…”
“เอ่อ น้ำฟ้า มิววี่ สบายดีกันนะ ขอบคุณมากที่ช่วยดูแลวาย”
ปูลวัชร ทักทายเพื่อนของภรรยากลับ แต่เขาติดที่จะเรียกทั้งสองด้วยชื่อจริง เพียงแต่ต้องชะงัก เมื่อถูกสายตามองแรงกลับมาก่อน จึงต้องเปลี่ยนเรียกชื่อเล่นแทน
นั่นเป็นเพราะว่า ชื่อจริงของมิววี่นั้น ยังไม่ได้รับอนุญาตจากครอบครัวให้เปลี่ยน แม้ว่าสภาพร่างกายของเธอนั้น จะเปลี่ยนไปตรงข้ามกับชื่อที่ใช้ตามบัตรแล้วก็ตาม
“อ้อ วาย นี่รุ่นน้องพี่อีกคน หมอคีน เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ส่วนคนนั้นก็เคยเจอกันแล้วในงานแต่ง”
ชายหนุ่มพายมือแนะนำเพื่อนรุ่นน้องที่เพิ่งมาใหม่ให้ภรรยากับเพื่อนของเธอได้รู้จัก
หญิงสาวทั้งสามคน ยกมือขึ้นไหว้ เพราะอย่างไรพวกตนก็น่าจะอายุน้อยกว่ารุ่นน้องของอาจารย์เป็นแน่
“เอ่อ สวัสดีครับ น้องวาย น้องมิววี่ น้องน้ำฟ้า”
วรเมธ รับไหว้ เอ่ยทักทายทั้งสามคนกลับ โดยเขาตั้งใจจะพูดชื่อของน้ำฟ้าเป็นคนสุดท้าย เพราะหลังจากนั้น สายตาของเขาจะได้จับจ้องอยู่ที่เธอ ไม่ต้องมองไปที่อื่นอีก
หมอคีน เห็นสายตาของเพื่อนสนิทตนเอง จึงเริ่มจะเข้าใจเหตุการณ์ก่อนหน้า ที่เพื่อนตนเอ่ยถามถึงพี่สะใภ้ เพียงเพราะอยากจะได้เจอหญิงสาวอีกคนมากกว่า
ชายหนุ่มมองตามสายตาของเพื่อน ที่จับจ้องไปที่ใบหน้าหวานละมุนนั้นอย่างไม่วางตา เขาแอบชื่นชมอยู่ในใจ ว่าเพื่อนเขาก็สายตาดีไม่น้อย
