บทที่ 5 สัญชาตญาณดิบ

ประตูเหล็กกล้าปิดตัวลงอย่างเงียบกริบ ตัดขาดเสียงภายนอกให้เหลือเพียงความนิ่งสงบ ก่อนที่กลไลความเร็วสูงจะทำงาน พาทั้งเขาและเธอเคลื่อนทะยานขึ้นสู่ชั้นที่ 20 อย่างนุ่มนวล

เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่กลับเหมือนยาวนานนับชั่วโมงสำหรับเขา และเธอ

ชายหนุ่มปวดหัวตึบ ยิ่งได้ยินเสียงร้องไห้ของหญิงสาวตรงมุมลิฟท์ เขายิ่งอยากจะบีบคอหญิงสาวให้หยุดเสียงร้องนั้นเสีย ก่อนที่สติสัมปชัญญะเขาจะขาดสิ้น

“ร้อนจัง ทำไมมันร้อนขนาดนี้”

หญิงสาวหยุดสะอื้นไห้ แต่เธอกลับเริ่มปลดกระดุมที่คอเสื้อของตนเองออก เผยให้เห็นลำคอระหง ไหปลาร้าโค้งมนได้รูป

ปลายเส้นผมยาวที่เคยถูกรวบไว้ แต่กำลังหลุดรุ่ยบนศีรษะก่อนหน้านี้ หลุดสยายลงละใบหน้าและแผ่นหลังของหญิงสาว

“เห้ย คุณจะทำอะไร หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ”

ชายหนุ่มเห็นภาพของเธอนั่งชันเข่าอยู่ตรงนั้น กระโปรงทรงเอร่นขึ้นเผยให้เห็นต้นขาขาวเนียน เขาแอบลอบกลืนน้ำลายที่เหนียวติดอยู่ในลำคอ

เสียงตะโกนดังจากฝั่งตรงข้าม ดึงสายตาพร่าเลือนของหญิงสาว ให้หันมองไปตามเสียง จนปะทะเข้ากับสายตาดุดันของชายหนุ่ม

“คุณ…ช่วยชั้นที ชั้นอยากออกไปจากที่นี่”

สติหญิงสาวกำลังเลื่อนลอย น้ำตาเคลือบอยู่บนดวงตาสองข้างของเธอ จนมองใบหน้าชายหนุ่มได้ไม่ชัดเจน

“นี่คุณเป็นอะไร อย่าบอกนะว่า…ซวยแล้วกู”

จากอาการของหญิงสาวที่เขาเห็นอยู่เบื้องหน้า เขารู้ได้ทันทีว่าเธอคงจะดื่มเครื่องดื่มที่ไม่ควรเข้าไปแล้วแน่ๆ

เพียงแต่หากในช่วงเวลาปกติ เขาคงสามารถช่วยพาเธอไปโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการช่วยเหลือทางการแพทย์ได้

แต่ตอนนี้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ต้องพยายามควบคุมสติของตนเองให้คงอยู่ จนกว่าจะหมดฤทธิ์ยาที่เขาถูกหลอกให้ดื่มเข้าไปเหมือนกัน

น้ำฟ้า ยังรู้สึกร้อนรุ่มจากข้างใน แม้กระดุมเสื้อของตัวเองถูกปลดออกไปแล้วกว่าครึ่ง ใบหน้าแดงจัด เริ่มพูดจาไม่รู้เรื่อง

ทันที่ที่ประตูลิฟท์เปิดออกที่ชั้น 20

หมอหนุ่มใช้สติสัมปชัญญะเฮือกสุดท้าย พยุงร่างอันสั่นเทิ้มของหญิงสาว พร้อมกับร่างกายของตน มุ่งตรงไปที่ห้องพัก ตรงไปยังห้องน้ำด้านใน

เขาเปิดก๊อกปล่อยให้น้ำเย็นจัดจากฝักบัวรดชะโลมลงบนศีรษะของทั้งคู่ ความเย็นยะเยือกของสายน้ำที่ปะทะเข้ากับผิวเนื้ออันร้อนผ่าว ส่งเสียงซ่าแผ่วเบาในความเงียบ

“อร้าย…ไม่เอา เย็น มันหนาว”

หญิงสาวกรีดร้องเมื่อถูกความเย็นปะทะผิวบางที่กำลังร้อนผ่าว เธอผลักชายหนุ่มจนกระเด็นออกไปอีกฝั่ง ก่อนจะวิ่งหนีออกจากห้องน้ำที่ไม่ได้ล็อกประตู

หมอคีน รีบตามออกมาจับตัวหญิงสาว กลัวว่าเธอจะวิ่งออกจากห้องพักไปในสภาพที่เสื้อผ้าหลุดรุ่ย ทั้งยังเปียกตั้งแต่หัวจรดเท้า

“คุณจะไปไหนเนี่ย คนจะช่วยก็ให้ความร่วมมือกันหน่อยสิ”

ชายหนุ่มที่พอเรียกสติกลับมาได้ หลังจากเพิ่งผ่านม่านน้ำเย็นจัด คว้าข้อมือบาง บังคับให้หญิงสาวนั่งลงบนเตียงกว้าง

ร่างบางที่ไม่ได้สติ พยายามจะขัดขืน เพราะคิดว่าตัวเองกำลังจะถูกทำร้ายจากตาแก่ตัณหากลับที่เพิ่งเจอก่อนหน้านี้ ทำให้ทั้งสองคนพลาดล้มลงบนเตียงกว้างทั้งคู่

หญิงสาวพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากวงแขนของคนด้านบน แต่ยิ่งดิ้น กลับยิ่งเหมือนเป็นการกระตุ้นให้สัญชาตญาณดิบของเขาถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

“คุณจะดิ้นอีกนานมั้ยเนี่ย”

ข้อมือบางทั้งสองข้างของเธอ ถูกเขากดลงไว้บนที่นอนเหนือศีรษะ ทำให้ระยะห่างของตัวเขาและเธอลดลง จนเกือบจะแนบชิดกัน

กลิ่นหอมอ่อนจางจากร่างบางโชยเข้าจมูก กลายเป็นเสมือนเชื้อไฟชั้นดีที่โหมกระพือให้พิษยาในกายพุ่งสูงจนแทบคลั่ง

“ร้อนจะตายอยู่แล้ว ปล่อยนะ ร้อน!

เสียงโวยวายของเธอเริ่มดังขึ้น ร่างบางใต้ร่างกำลังดิ้นรนสุดชีวิต ใบหน้าหวานนั้น ขมวดคิ้ว ดวงตาทั้งสองข้างแทบลืมไม่ขึ้น มองดูแล้วช่างรู้สึกทรมาน

“คุณถ้าไม่รีบมีสติ ผมก็ไม่รับประกันแล้วนะว่าอะไรจะเกิดขึ้น”

ยิ่งเขาหัวเสียกับท่าทีของหญิงสาว ยิ่งทำให้เลือดในร่างสูบฉีด อวัยวะกลางกายกำลังปวดหนึบ จนแทบจะทนไม่ไหว

เขาก้มกระซิบใกล้ริมฝีปากบางเพื่อเป็นการขู่ แต่ในที่สุด ความอดทนของเขาขาดลง เมื่อจู่ๆ หญิงสาวใต้ร่างกลับประทับริมฝีปากของตัวเอง ปิดปากเขาแทนมือสองข้างของเธอที่ถูกกักขังไว้ด้วยมือหนา

6 โมงเช้าในวันรุ่งขึ้น

ร่างบางสะดุ้งตื่น เพราะความเจ็บแปลบที่แล่นขึ้นมาจากภายใน  เพียงเพราะเธอต้องการจะขยับตัวเพื่อเปลี่ยนท่านอน

เปลือกตากระพริบถี่ เพื่อรอให้สายตาสามารถปรับให้เผชิญกับแสงจากไฟที่หัวเตียงได้

เธอปวดหัวเหมือนกับมันกำลังจะระเบิด ได้ยินเสียงตุบ ตุบ ก้องอยู่ข้างใน เปรียบดั่งนาฬิกานับถอยหลัง

ดวงตากลมลืมขึ้นมองเพดาน ก่อนจะกลอกกลิ้งมองออกไปรอบด้าน ความรู้สึกแปลกที่เกิดขึ้น ทำเอาหัวใจเธอเต้นผิดจังหวะ

มีอะไรบางอย่างพาดอยู่ที่หน้าท้องของเธอ สายตาเลื่อนมอง ทันทีที่เห็น เธอรีบยกมือสองข้างปิดปากตัวเอง ไม่ให้ส่งเสียงร้องดังออกมา

ความคิดแรกที่แว่บเข้ามาในหัวคือ เธอกลัวว่า หากเขาตื่นขึ้นมา แล้วทำร้ายเธออีกครั้ง ในขณะที่สติเธอเริ่มกลับมาแล้วนั้น เธอคงอยากตายมากกว่ามีชีวิตอยู่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป