บทที่ 6 คือเธอ

ปัจจุบัน แผนกสูตินรีเวช

หลังจากน้ำฟ้า กลับบ้านนอนพักผ่อนตลอดช่วงบ่าย เธอตัดสินใจมาที่โรงพยาบาล เพื่อตรวจให้แน่ใจว่าเธอตั้งครรภ์จริงๆ ผลตรวจไม่ได้ผิดพลาด

แม้หญิงสาวจะรู้ดีว่า มีความหวังเพียงริบหรี่ ที่ผลการตรวจด้วยที่ตรวจการตั้งครรภ์ด้วยตัวเองนั้นจะผิดพลาด เพราะประจำเดือนเธอก็ยังขาดอยู่ แต่ในใจเธอยังคงภาวนาให้เป็นอย่างนั้น

“คุณนภาวดี เชิญที่ห้องตรวจค่ะ”

เสียงพยาบาลเรียกชื่อหญิงสาว จากหน้าห้องตรวจที่ 4

น้ำฟ้า ลุกขึ้นพรวดพราด จนหญิงสาวท้องโตที่นั่งอยู่ใกล้ๆ สะดุ้งตกใจ กริยาท่าทางเธอไม่เหมือนกับผู้หญิงที่รู้ตัว ว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ แม้แต่น้อย

“คุณนภาวดี มาคนเดียวเหรอคะ”

แพทย์หญิงที่นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เบี่ยงหน้ามองมาทางหญิงสาวที่กำลังนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เธอถามคำถามที่หญิงสาวต้องหัวใจกระตุก

“ค่ะ ดิฉันมาคนเดียว”

น้ำฟ้าก้มหน้าตอบเสียงแผ่วเบาดั่งเสียงกระซิบ

“คิดจะเซอร์ไพรส์คนที่บ้านสินะคะ ผลตรวจออกแล้วนะคะ ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ คุณตั้งครรภ์ได้ 12 สัปดาห์ค่ะ”

“ถ้ายังไง คราวหน้าควรพาสามีมาฝากครรภ์เป็นเพื่อนนะคะ”

หญิงสาวทำได้เพียงก้มหน้ารับฟังคำแนะนำจากคุณหมอ เมื่อเธอยังไม่มีสามี เด็กในท้องคนนี้ คือความผิดพลาดที่เธอไม่ได้ตั้งใจ

แต่หากจะต้องพยายามอธิบายให้คนอื่นฟัง คงไม่ใช่เรื่องที่เธอสมควรทำ ในเมื่อคนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ เธอจะแน่ใจได้อย่างไรว่า คนที่รับฟังเรื่องราวของเธอ จะเข้าใจและอยู่ข้างเดียวกับเธอ

ร่างบางเดินเหม่อลอยออกจากห้องตรวจ มือทั้งสองข้างกำซองเอกสารสีน้ำตาลเอาไว้แน่นจนซองยับยู่เข้าหากัน

สายตาที่มองทางข้างหน้าไร้แวว สติล่องลอยเหมือนกับกำลังอยู่ในความฝัน เธอไม่รับรู้ถึงหัวใจที่กำลังเต้นอยู่ในอก เหมือนกับว่ามันหยุดทำงานไปตั้งแต่ที่ฟังผลตรวจแล้ว

“อ๊ะ!…ขอโทษค่ะ”

น้ำฟ้าเดินเหม่อลอยไม่ได้มองทาง จนทำให้เธอชนเข้ากับคนที่กำลังยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์พยาบาลด้านหน้าแผนกสูตินรีเวช

ต้นแขนที่รู้สึกเจ็บ ทำให้เธอเริ่มรู้สึกตัว รีบเอ่ยขอโทษ โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองคนที่ถูกชน

“เห้ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?”

ชายหนุ่มกำลังยืนเช็คเอกสารคนไข้ของเขาเป็นรอบสุดท้ายก่อนจะเซ็นต์ชื่อลงนาม แต่กลับถูกชนเข้าอย่างจัง จงปากกาที่กำลังจรดลายเซ็นต์ลากเป็นเส้นยาวไปบนกระดาษ

เขาหันมามองตัวการ แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจจากที่จะเอาเรื่อง เป็นการเอ่ยถามออกไปด้วยความเป็นห่วง ตามสัญชาติญาณของคนเป็นหมอ

ใบหน้าด้านข้างของหญิงสาวที่เขาเห็นซีดมากจนเหมือนกระดาษเอสี่ เธอก้มหน้าก้มตามองเพียงปลายเท้าตนเอง จนผมยาวตกลงปมาปรกใบหน้าไปกว่าครึ่ง

“คุณหมอคะ คนไข้รออยู่ในห้องแล้วนะคะ”

ก่อนที่หมอหนุ่ม จะเอื้อมมือไปคว้าต้นแขนของหญิงสาวที่เดินมาชนเขาเอาไว้ เสียงเรียกจากพยาบาลผู้ช่วยของเขากลับดังมาจากด้านหลัง

“ครับ รอสักครู่นะครับ ผมกำลังไป”

เพียงเสี้ยวนาที ที่เขาหันไปตอบรับพยาบาลหน้าห้อง เมื่อหันกลับมา ก็พบว่าหญิงสาวคนนั้น เธอหายไปจากสายตาเขาแล้ว

หมอหนุ่มจึงจำใจต้องเดินกล้บไปที่ห้องตรวจของตนเอง แต่ในความรู้สึกยังคงเหมือนมีบางสิ่งบางอย่างติดค้างอยู่ในใจตลอดเวลา

น้ำฟ้า พยายามพาร่างที่เหมือนคนไร้วิญญาณของเธอกลับมาถึงคอนโดได้อย่างปลอดภัย หญิงสาวทิ้งตัวลงนั่งคุดคู้อยู่ที่พื้นหน้าโซฟา

ความอึดอัดที่เก็บกดมาตลอดทาง กำลังถูกปลดปล่อย เมื่อน้ำตาที่กลั้นไว้ ต่างพากันไหลพรั่งพรูออกมาจากทั้งสองตา เหมือนเขื่อนแตก

ฮือ…ทีนี้จะทำยังไงดี”

คำถามที่เธอเอ่ยถามออกจากปาก เหมือนเป็นการถามตัวเองซ้ำๆ ย้ำๆ กับคำถามที่ยังไม่สามารถหาคำตอบได้

ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือ เธอเก็บเด็กคนนี้เอาไว้ไม่ได้ เมื่อเธอยังไม่ได้แต่งงาน แม้แต่แฟนเป็นตัวเป็นตนก็ยังไม่มี

อีกทั้ง งานของเธอที่เพิ่งได้เซ็นต์สัญญาเข้าบริษัทอันดับต้นๆ ของประเทศ ที่ใครก็รู้ว่ากว่าจะเข้าบริษัทนี้ได้ ต้องใช้ความสามารถและความทุ่มเทมากขนาดไหน

หากเธอเริ่มท้องโตเมื่อเริ่มทำงานไปไม่กี่เดือน คนทั้งบริษัทต้องรู้แน่ว่า เธอท้องก่อนเริ่มงาน HR ของบริษัทไม่มีทางเก็บเธอเอาไว้แน่

มือบางยังคงกำซองกระดาษสีน้ำตาลเอาไว้แน่นจนมือสั่น น้ำตาที่หยดลงไป ค่อยๆ ซึมแผ่ขยายเป็นวงกว้าง

เมื่อความคิดแรกที่เธอคิดได้ เหมือนจะเป็นทางออกเดียวที่เธอมี หญิงสาวกดเข้าแอปในมือถือ เพื่อค้นหายาบางอย่างที่เธอคิดว่าจะใช้มัน ขับให้เด็กในท้องออกมาก่อนเวลาอันควร

ครืด.. ครืด..

มือถือในมือเธอสั่นรัว ก่อนที่เธอจะได้กดสั่งซื้อของที่ต้องการ

บนหน้าจอปรากฎชื่อของเพื่อนสาวคนสนิท ที่ไม่ได้เจอกันมาหลายเดือนแล้ว เพราะหญิงสาวถูกสามีสั่งให้เก็บตัว เพื่อเตรียมตัวเป็นแม่

มือบางสั่นเทา เธอพยายามสูดเอาลมหายใจเข้าปอดอย่างแรง ก่อนนิ้วเรียวจะเลื่อนแทบสัมผัสที่หน้าจอ เพื่อรับสาย

ยัยวาย ว่ายังไง”

เสียงเธออู้อี้ จนคนที่ได้ยินยังเดาว่า คนพูดต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่นอน

(“น้ำฟ้า แกเป็นอะไร นี่แกร้องไห้เหรอ แกอยู่ที่ไหน”)

ลีวาย รีบถามเพื่อนรักน้ำเสียงเป็นกังวล

“ไม่ ไม่ใช่ ชั้นแค่เป็นหวัด เสียงเลยอู้อี้แค่นั้นเอง”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป