บทที่ 9 เขาจำเธอได้

บรรยากาศในห้องทำงานของผู้อำนวยการ เหมือนกับอยู่ในสภาวะสูญญากาศ ทุกคนปิดปากเงียบสนิท ไม่มีใครเริ่มพูดอะไรขึ้นมาทำลายความเงียบ

แม้แต่อดีตพยาบาลสาวที่รับหน้าที่ช่วยทำแผลให้หญิงสาวเพื่อนสนิทของภรรยาผู้อำนวยการ ยังพยายามทำแผลอย่างเบามือ และเบาเสียงที่สุด

จนกระทั่ง เสียงกรรไกรตัดเทปปิดแผลชิ้นสุดท้ายดังขึ้น ฉับ เหมือนกลับเป็นเสียงที่ส่งสัญญาณให้ทุกคนภายในห้อง กลับมาพยายามหายใจอีกครั้ง

“เสร็จแล้วค่ะ พยายามอย่าให้แผลโดนน้ำนะคะ แล้วก็อันนี้ยา หลังอาบน้ำแล้วทำความสะอาดแผล ใส่ยานี้แล้วค่อยปิดแผลใหม่นะคะ”

น้ำเสียงกังวาลอย่างคนชำนาญการ อธิบายการดูแลกับหญิงสาวเจ้าของแผลที่นิ้ว ก่อนจัดยาและสิ่งจำเป็นที่ต้องใช้ทั้งหมด ใส่ถุงใบเล็กๆ ยื่นให้เธอ

“งั้น ดิฉันออกไปทำงานก่อนนะคะ”

เมื่องานที่ได้รับมอบหมายในห้องนี้เสร็จสิ้น หญิงสาวไม่จำเป็นต้องอยู่ต่อ เธอจึงขอตัวออกไปทำงานของตัวเองตามหน้าที่

ทันทีที่เวลาสาวดันประตูห้องทำงานให้ปิดกันสนิท แทนที่ทั้งห้องจะกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง แต่ไม่เป็นเช่นนั้น

“วันนี้ไปตรวจหมอว่ายังไงบ้าง”

ชายหนุ่มเจ้าของห้อง เอ่ยคำถามที่ยังค้างคาอยู่ในใจขึ้นมาเป็นคนแรก ด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม มือหนาเลื่อนมากอบกุมมือบางของภรรยาสาวเอาไว้ จนคนโสดที่อยู่ในห้องอีกสองคนต้องตาร้อน

“ไม่มีอะไรพิเศษค่ะ เดี๋ยวคุณหมอก็ส่งรายงานขึ้นมาให้พี่ปูลนี่คะ เรื่องของเราเอาไว้ก่อนเถอะ วายอยากคุยเรื่องน้ำฟ้าก่อน”

แม้ลีวายจะตื่นเต้นกับการตั้งครรภ์ของเธอมาก และเฝ้าคอยการได้อัปเดทพัฒนาการของเด็กในห้องอยู่เสมอ แต่วันนี้ เธอขอให้ความสำคัญกับเรื่องของเพื่อนสนิทเธอ เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วนมากกว่า

“วาย อย่ารบกวนอาจารย์เลย”

น้ำฟ้า พอได้ยินเพื่อนสาวของเธอพูดกับสามี ก็รีบขยับเข้าไปบีบที่ต้นแขนของเพื่อนเบาๆ ก่อนจะพยายามห้ามไม่ให้เพื่อนพูดเรื่องน่าอายของเธอ

“ไม่ได้หรอกฟ้า เชื่อชั้น ปรึกษาหมอผู้เชี่ยวชาญ ก่อนดีกว่า ดีกว่าจะตัดสินใจเอาเอง จริงสิ พี่คีน ก็เป็นหมอสูติฯ นี่คะ งั้นให้พี่คีนช่วยด้วยอีกคน เผื่อพี่ปูลอิดออดไม่ยอมช่วย”

ลีวาย ยังคงไม่ยอมหยุดพูดตามที่น้ำฟ้าขอร้องไว้ เพียงเพราะคิดว่าเป็นเรื่องน่าอาย แต่เธอมีทางแก้ต่างไว้ให้เพื่อนก่อนแล้ว เพียงแต่ไม่ทันได้บอก

น้ำฟ้า กลับไปนั่งนิ่งสีหน้าตึงเครียดอีกครั้ง นิ้วมือที่เผลอแกะจนเป็นแผลก่อนหน้านี้ ถูกพันไว้ด้วยผ้าเทปอย่างแน่นหน้า ทำให้เธอไม่สามารถแกะมันซ้ำได้อีก

หญิงสาวจึงทำได้เพียงเลื่อนนิ้วที่แกะปลายเล็บ มาเป็นใช้เทปที่พันปลายนิ้วอยู่นั้น เขี่ยข้อนิ้วมืออีกข้าง พอให้ได้รับรู้ความรู้สึกถึงการมีตัวตนอยู่ตรงนี้

“คุณน้ำฟ้า เป็นอะไรเหรอครับ ไม่สบายตรงไหน ได้ตรวจหรือยัง บอกพี่ได้เลย เผื่อจะได้แนะนำการรักษาให้ได้ครับ”

หมอหนุ่ม มีท่าทีกระตือรือร้นขึ้นมาทันที เมื่อลีวายพูดเปิดโอกาสขอให้เขาช่วยหญิงสาว คนที่เขาจำเธอได้เป็นอย่างดี ไม่เคยลืม

หญิงสาวได้แต่นั่งก้มหน้า นิ่งเงียบไม่มีคำตอบ มือบางยังคงเขี่ยนิ้วของตัวเองอยู่เช่นเดิม จนเพื่อนสนิทของเธอเริ่มทนไม่ไหวต้องพูดแทน

“น้ำฟ้ากำลังท้องค่ะ แต่เลิกกับพ่อของเด็กไปแล้ว เลิกกันไม่ดีด้วยค่ะ เลยยังไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี”

ลีวาย ทั้งพูดความจริง ทั้งแต่งเรื่องเสริมขึ้นมา เพื่อไม่ให้เพื่อนของเธอดูไม่ดีในสายตาชายหนุ่มทั้งสองคน

เมื่อได้ยินสิ่งที่เพื่อนสนิทของเธอพูด น้ำฟ้าที่ก่อนหน้านี้เอาแต่ก้มหน้า ยังต้องเงยหน้าขึ้นมามองไปหน้าเพื่อนสนิทด้วยความสับสน เธอไม่คิดเลยว่าเพื่อนเธอจะคิดเหตุผลแก้ต่างของการท้องที่ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อเด็กของเธอได้แบบนี้

หมอหนุ่มรุ่นน้อง คืออีกคนที่ตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน เมื่อเขาจำเธอได้ และมักจะคอยคิดถึงเรื่องคืนนั้นของเขอกับเธออยู่บ่อยๆ ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

แต่ไม่คิดเลยว่า เมื่อได้มีโอกาสกลับมาเจอกันอีกครั้ง เธอจะกำลังตั้งครรภ์ และที่แย่ไปกว่านั้นคือ เธอกับพ่อเด็ก เลิกลากัน ทั้งๆ ที่ผู้ชายคนนั้นไม่ได้รับรู้การมีอยู่ของอีกชีวิต

“คุณน้ำฟ้า คิดเอาไว้หรือยังครับว่าจะทำยังไง จะบอกพ่อของเด็กมั้ย”

ชายหนุ่มเริ่มถามเข้าประเด็นก่อน เพื่อจะช่วยเหลือเธอให้ผ่านปัญหาไปทีละขั้นตอน

น้ำเสียงที่เคยสดใส ตอนนี้เขาปรับโทนเสียงของตัวเองให้ทุ้มลงเล็กน้อย ให้คนฟังได้ฟังแล้วรู้สึกถึงความสุขุมและอบอุ่นมากขึ้น

“ไม่หรอกค่ะ ไม่บอกดีกว่า ผู้ชายนิสัยแย่แบบนั้น ไม่ต้องให้เขารับรู้หรอกค่ะ”

คนที่ตอบคำถามด้วยอารมณ์เจือความไม่พอใจ กลับกลายเป็นลีวาย แทนที่จะเป็นเจ้าตัวเอง สะกิดต่อมความสงสัยให้กับสามีของเธอ เพียงแต่เขาไม่ได้ถามออกมาตรงๆ

“ถ้างั้น ผมคงต้องขอถามนะครับ ว่าคุณน้ำฟ้า อยากจะเก็บเด็กคนนี้เอาไว้มั้ย”

น้ำเสียงที่อบอุ่น แต่เอ่ยประโยคคำถามที่คนฟังได้ยินแล้ว รู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว

น้ำตาเริ่มออกมาบดบังดวงตาทั้งสองข้างของเธออีกครั้ง ความรู้สึกจุกในอก

และอาการเหมือนกับมีก้อนแข็งๆ ปิดกั้นทางเดินหายใจ กลับเข้ามาทำร้ายหญิงสาวอีกครั้ง

มือบางทั้งสองข้างบีบกันแน่น ลมหายใจหอบถี่ขึ้นเรื่อยๆ เธอไม่กล้าแม้แต่จะคิดหาคำตอบของคำถามนี้เลยแม้แต่วินาทีเดียว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป