บทที่ 1 ครอบครัวแตกแยก

ที่บ้านหลังใหญ่กลางหมู่บ้านซึ่งเป็นบ้านของนายหาญ ขุนเวียง นายก อบต,คนดังของอำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรีที่ใครๆรู้จักเพราะเป็นหัวคะแนนให้นักการเมืองคนดังของจังหวัดที่เป็นผู้หนุนหลังจึงเป็นที่ยำเกรงของชาวบ้าน แต่เขาก็ช่วยเหลือหางบมาช่วยเหลือชาวบ้านสร้างความเจริญให้พอๆกับที่งุบงิบงบประมาณของหลวงที่ช่วยเหลือมาเข้ากระเป๋าของตัวเองจึงทำให้มีฐานะดีและหน้าตาก็จัดว่าใช้ได้จึงมีสาวแก่แม่หม้ายสนใจเพราะนายหาญใจถึงและเปย์ไม่อั้นถ้าถูกใจทั้งที่มีภรรยาและลูกแล้ว

“พี่หาญจะไปไหนอีกล่ะนี่ก็ดึกแล้วนะ” รัศมีถามสามีที่มักจะออกจากบ้านดึกๆดื่นๆและกลับอีกทีก็ช่วงสายของอีกวันแม้จะรู้ว่าเขาไปหาผู้หญิง

“ฉันจะไปไหนมันก็เรื่องของฉันถามอยู่ได้ทุกวันน่ารำคาญ” นายหาญว่าภรรยาด้วยความรำคาญที่ถามทุกวันก็บ้านมันน่าเบื่ออย่างนี้ไงเขาก็ออกไปหาดูของสวยๆงามๆดีกว่า

“ฉันเป็นเมียของพี่นะทำไมจะถามไม่ได้ พี่จะออกไปหาผู้หญิงอีกแล้วใช่มั้ย” รัศมีตอบสามีที่ทำเหมือนกับว่าเธอไม่ใช่ภรรยาของเขาแต่ที่เธออดทนก็เพราะลูกชายคนเดียวที่กำลังโต

“ใช่,ฉันไปหาผู้หญิงแล้วเธอจะทำไม” นายหาญยอมรีบว่าออกไปหาผู้หญิงจริงใครมันจะไปมีอารมณ์กับภรรยากันล่ะ ดูสิหน้างี้มันแผล็บจนแทบจะเจียวไข่ได้จะสู้ผู้หญิงของเขาได้ยังไงน้องช้อยทั้งสวยหุ่นก็เซ็กซี่เร้าใจหอมไปทั้งตัว

“พี่มีเมียน้อยจริงๆใช่มั้ย” รัศมีถามสามีเธอไม่มีเรื่องอะไรจะเสียใจมากไปกว่านี้อีกแล้วหลังจากแต่งงานกับสามีมาสิบปีและมีลูกด้วยกันวัยแปดขวบหนึ่งคนและสามีก็เปลี่ยนไปตั้งแต่รับตำแหน่งนายก อบต.ได้หนึ่งปีตอนนั้นลูกชายอายุสองขวบทุกอย่างก็เปลี่ยนไปทั้งนิสัยใจคอของหาญที่วางอำนาจกับเธอแต่เขาก็เลี้ยงดูเธอกับลูกดีอยู่จึงทำให้เธออดทนเพราะลูกชาย

“ก็บอกว่าจริงไงวะ ทำไมมึงพูดไม่รู้เรื่องห๊านังหมี” นายหาญตะคอกภรรยาเสียงดังก้องห้องนอนด้วยความโมโหที่ทำให้เขาเสียเวลา

“พี่หาญทำไมพี่พูดแบบนี้” รัศมีอึ้งเมื่อสามีตะคอกเธอและยังพูดจาหยาบคายใส่เธอทุกครั้งที่เขาโมโห

“ทำไมกูจะพูดไม่ได้ล่ะปล่อยกูนะนังหมี” นายหาญพูดอย่างไม่สนใจว่าภรรยาจะเสียใจมากแค่ไหนแต่เขาต้องออกไปหาน้องช้อยสาวสวยวัยสิบเก้าที่เนื้อตัวอวบอิ่มนมโตโหนกใหญ่เอาแต่ละทีเขาแทบตายคาอกโตๆของเธอจึงสะบัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุมของภรรยาอย่างแรงจนทำให้รัศมีที่จับแขนสาวมีไว้แน่นหลุดแล้วเซถลาล้มลงไปก้นกระแทกพื้นแล้วศีรษะโขกกับผนังห้องอย่างแรง

"โป้กก.."

“โอ้ยย,พี่หาญถ้าคืนนี้พี่ออกไปเราเลิกกัน” รัศมีพูดขึ้นโดยไม่สนใจว่าศีรษะของตัวเองจะเป็นยังไงทำให้หาญชะงักและโกรธภรรยาที่บอกว่าจะเลิกกับเขา

“มึงแน่ใจนะนังหมีที่จะเลิกกับกู” คนอย่างเขาไม่ง้ออยู่แล้วอยากเลิกก็เอาสิเขามีเงินมีบ้านหลังใหญ่มีรถหลายคันจะหาเมียใหม่ได้ไม่อยากหรอกหาญคิดด้วยความหงุดหงิด

“ถ้าคืนนี้พี่ออกไปจริงฉันจะเลิกกับพี่จริงและจะเอาลูกไปเลี้ยงเอง” รัศมีตัดสินใจทันทีเธอทนมานานแล้วไม่อยากให้ลูกชายอยู่ในสภาพแบบนี้ถึงครอบครัวของเธอไม่ได้ร่ำรวยแต่ถ้าทำมาหากินยังไงก็ไม่อดตายเธอยังมีวุฒิการศึกษาถึงแม้จะแค่อนุปริญญาแต่เธอคิดว่าสามารถเลี้ยงลูกได้และยังมีเงินเก็บจากการทำไร่ทำนาทำสวนและสามีให้ไว้ใช้จ่ายที่เธอเก็บหอมรอมริบไว้ให้ลูกชายมากพอที่จะส่งเสียลูกชายเรียนและเธอจะหางานทำไปด้วย

“มึงคิดว่าเลี้ยงลูกไหวก็เอาไปเลยถ้ามึงไปไม่รอดก็อย่าซมซานกับมาหากูล่ะ” นายหาญพูดจบก็เดินออกไปจากห้องทันทีและไม่คิดว่าภรรยาจะกล้าเลิกกับเขาจริงอาจจะพูดด้วยความโกรธและไม่สนใจว่าภรรยาจะเจ็บหรือเปล่า ตอนนี้ใจเขาอยู่ที่ห้องพักของน้องช้อยแล้ว

“พี่หาญกลับมาก่อน มาคุยกันให้รู้เรื่องนะ” รัศมีเรียกสามีที่เปิดประตูเดินลงบันไดไปอย่างรวดเร็วและขึ้นรถไปพร้อมกับลูกน้องคนสนิททั้งสองที่เป็นมือเป็นเท้าให้เขา

รัศมีมองตามหลังไฟท้ายรถของสามีจนหายออกไปจากประตูบ้านด้วยความเสียใจแต่ไม่มีน้ำตาสักหยดเพราะมันถึงที่สุดแล้วทุกเรื่องเธอทนได้ไม่ว่าจะทำงานบ้านทำสวนทำไร่งานหนักแค่ไหนก็ไม่เคยปริปากบ่นแต่เรื่องเดียวที่เธอทนไม่ได้คือเรื่องผู้หญิงและวันนี้สามียอมรับว่าเขามีเมียน้อยจริง

“ปราบยังไม่นอนอีกเหรอลูก” รัศมีถามลูกชายที่ยังนอนดูทีวีเพราะช่วงนี้ปิดเทอมจึงทำให้ ปราบ หรือเด็กชายกล้าหาญ ศรีเวียง วัยแปดขวบดูทีวีดึกได้

“ยังครับแม่หนังกำลังสนุกครับ” เด็กชายมัวแต่ดูทีวีจึงไม่รู้ว่าพ่อแม่ทะเลาะกัน

“ปราบ”

“ครับแม่”

“ถ้าแม่จะไปทำงานกับป้าเกื้อ ปราบจะไปกับแม่มั้ยลูก” รัศมีถามลูกชายเบาๆ

“แล้วพ่อไปกับเรามั้ยมั้ยครับแม่” กล้าหาญถามแม่และเลิกสนใจทีวี

“พ่อไม่ได้ไปกับเราหรอกลูก มีแค่แม่กับปราบเท่านั้น” รัศมีตอบลูกชายไม่มีใครอยากให้ลูกกำพร้าขาดพ่อขาดแม่แต่เธอทนไม่ไหวแล้วจริงๆ

“ทำไมพ่อไม่ไปกับเราครับแม่” ความเป็นเด็กทำให้กล้าหาญถามแม่ เด็กชายรู้ว่าพ่อกับแม่ทะเลาะกันบ่อยแต่เขาเป็นเด็กจึงไม่รู้ว่าพ่อแม่ทะเลาะกันเรื่องอะไรรู้แต่ว่าบ้านของเขาร่ำรวยพ่อเป็นนายกอบต,มีหน้ามีตาและเขาก็เรียนโรงเรียนชื่อดังในจังหวัด

“คือว่าแม่กับพ่อเราอยู่ด้วยกันไม่ได้จึงแยกกันอยู่แม่จะไปทำงานกับป้าเกื้อและอยากให้ปราบไปด้วย ปราบเข้าใจที่แม่พูดมั้ยลูก” รัศมีพยายามจะอธิบายให้ลูกชายวัยแปดขวบเข้าใจ

“พ่อกับแม่จะเลิกกันใช่มั้ยครับ” เด็กชายก็พอรู้ว่าพ่อแม่แยกกันอยู่ก็คือเลิกกันเพราะพ่อแม่ของเพื่อนในชั้นเรียนก็เลิกกันหลายคน

“จ้ะลูก..”

"ปราบจะไปอยู่กับแม่ครับ” เด็กชายตอบแม่เขาอยู่กับแม่มาตลอดไม่ว่าจะไปโรงเรียนแม่ก็ไปรับไปส่งนอกจากไม่มีเวลาจริงๆถึงจะให้ลูกน้องของพ่อไปรับส่วนพ่อก็เจอกันตอนกินอาหารเย็นหรือวันเสาร์อาทิตย์แต่แค่แป๊บๆเพราะท่านมีธุระและเพื่อนฝูงเยอะ

“ปราบจะไปอยู่กับแม่จริงๆใช่มั้ยลูก”

“ครับแม่ ปราบจะอยู่กับแม่ครับ” เด็กชายกล้าหาญยืนยันว่าจะอยู่กับแม่

“ขอบใจมากลูก แม่รักปราบมากถ้าไม่มีปราบแม่อยู่ไม่ได้จริงๆลูก” รัศมีกอดลูกชายแน่นด้วยความรักสุดหัวใจที่เธอสามารถตายแทนได้

จากนั้นสองแม่ลูกก็คุยกันก่อนเข้านอนเพราะพรุ่งนี้จะเป็นวันที่รัศมีจะตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะเดินหน้าต่อยังไงจะอยู่หรือไปหลังจากคิดถี่ถ้วนแล้วว่าจะปลดปล่อยตัวเองและสามีให้เป็นอิสระต่อกัน

เวลา 07.30น.

นายหาญกลับมาถึงบ้านก็เจอภรรยานั่งอยู่ที่โต้ะหน้าบ้านแต่ไม่เห็นลูกชายเขาจึงเดินผ่านไปเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าไปทำงาน

บทถัดไป