บทที่ 10 อุบัติเหตุ

“ผมจัดการเองคุณไม่ต้องห่วงยังไงผมไม่ยอมถูกจับหรอก” ระสินคิดว่าครั้งนี้พี่ชายคงไม่ปล่อยเขาแน่เพราะมันทำให้บริษัทเสียหายและองค์กรใหญ่ระดับมหาชนจะเกิดเรื่องแบบนี้ไม่ได้และคนผิดต้องชดใช้ค่าเสียหายและถูกดำเนินคดีตามกฏหมาย

“กริ้งๆๆๆ..”

“ว่าไง ดีมาก งั้นแกก็รออยู่ตรงนั้นและเดี๋ยวฉันจะขับรถไปเรื่อยๆมีอะไรก็โทรหาฉัน” ระสินพูดจบก็วางสายเมื่อแผนการของเขากำลังดำเนินไปด้วยดีตอนนี้พี่ชายกับพี่สะใภ้กำลังเดินทางออกจากโรงแรมมีรถของลูกน้องนายส่วยผู้รับงานขับตามหลังมาและคอยประสานงานมาตลอดทางจนกว่าจะถึงจุดหมายที่ได้วางไว้

“เรียบร้อยใช่มั้ยคะสิน” พัชรินถามสามีอย่างตื่นเต้นหากงานครั้งนี้สำเร็จเธอกับสามีก็จะได้ครอบครองบริษัทของพี่ชายทั้งหมดเพราะเป็นญาติคนเดียวของเภตราและเป็นน้องชายของธนินท์คิดแล้วก็มีความสุขยังไงพ่อของเธอก็มีพรรคพวกในบริษัทมากพอที่จะยกมือให้ระสินขึ้นตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดหรือประธานบริษัท

“ยังไม่รู้พวกมันยังไม่ลงมือ” ระสินตอบภรรยาและเลี้ยวรถเข้าปั้มน้ำมันเมื่อขับรถไปไม่ไหวเหงื่อแตกพลั่กเขาทั้งกลัวทั้งลุ้นว่างานจะสำเร็จหรือเปล่า

“ถ้าไม่สำเร็จล่ะคะสิน เราจะทำยังไงกันดี” พัชรินก็เป็นกังวลและกลัวความผิดที่เธอร่วมมือกับสามีและพ่อยักยอกทรัพย์ของบริษัทจนถูกจับได้

“หุบปากไปเลยพัช ฉันกำลังใช้สมาธิ” ระสินตะคอกใส่ภรรยาแล้วจอดรถในปั้มน้ำมันเพื่อรอฟังผลงาน

“ฉันกลัวนี่คะ” พัชรินก็หน้าซีดมองสามีที่มือไม้สั่นเหงื่อแตกพลั่กนี่เป็นครั้งที่สองที่พวกเขาวางแผนทำร้ายพี่ชายเพื่อต้องการครอบครองทรัพย์สินทั้งหมดของศิรานนท์

“จะกลัวทำไมถ้างานนี้สำเร็จเราจะรวยกันไปตลอดชีวิตแล้วคุณทำตัวให้เป็นปกติคนจะไม่ได้สงสัย” ระสินบอกภรรยา เขาให้ลูกสาวอยู่ที่หัวหินเป็นเพื่อนเภตราเพื่อไม่ให้ใครสงสัยเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้และเขาคิดว่าจะสำเร็จแน่นอน “ลงไปซื้อกาแฟก่อนเถอะพัชหากเกิดอะไรขึ้นคนจะได้ไม่สงสัยพวกเรา” สองสามีภรรยาลงจากรถไปเข้าห้องน้ำและแวะซื้อกาแฟก่อนจะกลับขึ้นรถเพื่อเดินทางต่อและขับไปเรื่อยๆจนถึงจุดนัดหมายเขาก็โทรหานายส่วยว่างานไปถึงไหนแล้วและคำตอบที่ได้คืออีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงเขาเขาจะได้รับข่าวดีแน่นอน

รถตู้หรูคันใหญ่แล่นไปตามถนนเพชรเกษมขาเข้ากรุงเทพเกือบชั่วโมงโดยไม่แวะพักเพราะอยากถึงกรุงเทพเร็วๆเพื่อจัดการเรื่องงานให้เสร็จ

“ขับเร็วกว่านี้อีกหน่อนสินำชัย” ธนินท์บอกคนสนิทที่ติดตามเขาเป็นเงาทั้งขับรถและรักษาความปลอดภัยซึ่งนำชัยทำหน้าที่ได้ดีมาตลอด

“เร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วครับคุณนินท์” นำชัยบอกเจ้านายที่เร่งเขาขับรถถ้าเร็วกว่านี้เขาต้องได้ใบสั่งแน่นอน

“ใจเย็นๆสิคะคุณนินท์ อีกสองชั่วโมงเราก็ถึงแล้วค่ะ” จีสุดาปลอบสามีให้ใจเย็นๆ

“ผมใจเย็นที่สุดแล้วนะคุณจี หากข่าวนี้แพร่ออกไปเราจะเสียหายมากแค่ไหน คราวนี้ผมไม่ใจดีอีกแล้วหากหลักฐานชัดเจนผมจะดำเนินคดีกับทุกคนโดยไม่มีข้อยกเว้น” ธนินท์พูด้วยความโกรธน้องชายทำลายความเชื่อใจที่เขามีให้จนหมดเพราะเขาใจดีมานานแล้วจนน้องชายได้ใจ เขาคิดว่าระสินปรับปรุงตัวเองแล้วจึงไว้ใจไม่คิดว่าจะมาแว้งกัดทั้งที่เขาช่วยเหลือมาตลอด

“จีรู้ค่ะ คุณนินท์ต้องใจเย็นอย่าวู่วามเรายังไม่เห็นหลักฐานชัดเจนว่าจริงหรือไม่หากเราพูดไปจะไม่เป็นผลดีเชื่อจีนะคะ” จีสุดาบอกสามีและพี่สาวของเธอก็เคยเตือนแล้วว่าอย่าไว้ใจระสินเพราะเขาเล่นการพนันยังไงก็เลิกไม่ได้แน่และสุดท้ายก็จริง

“นำชัยอย่าลืมให้คนติดตามนายสินนะว่ามันยังไปเล่นอีกหรือเปล่า” ธนินท์บอกคนสนิทอย่างหนักใจเรื่องงานเขายังพอแก้ไขได้แค่นำเงินที่หายไปเข้าไปโปะไว้เหมือนเดิมแต่ความไว้ใจที่มีให้น้องชายมันหมดไปแล้ว เขาเชื่อร้อยเปอร์เซ็นว่าระสินมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องยักยอกจริง

“ครับ เฮ้ยย!..คุณนินท์คุณจีระวังครับบ..”

“เฮ้ยย!..หลบซ้ายยย..”

“เอี้ยดดด...โครมมม..”

นำชัยรับคำสั่งของเจ้านายไม่ทันจบก็เห็นรถสิบล้อเลี้ยวออกมาตัดหน้าอย่างรวดเร็วทำให้เขาหักลบไปทางซ้ายเพราะทางขวามีรถเยอะแต่ทางซ้ายก็มีต้นไม้ใหญ่บนไหล่ทางเยอะทำให้หลบไม่พ้นชนเข้าไปเต็มๆพลิกคว่ำหลายตลบจนรถตู้คันใหญ่พังยับเยินชนิดที่ว่ารอดได้ก็ปาฏิหาริย์แล้วรถสิบล้อก็ขับเลยไปอีกหนึ่งกิโลเมตรก็จอดทิ้งไว้ก่อนที่คนขับจะขึ้นรถเก๋งที่ขับตามหลังมาไปอย่างรวดเร็วและโทรรายงานผู้จ้างวานว่าสำเร็จ

ธนินท์ทันได้บอกคนสนิทให้หลบไปทางซ้ายแต่สิบล้อเหมือนตั้งใจจะขวางทำให้นำชัยหักหลบลงข้างทางเจอต้นไม้สักก็อัดเข้าไปเต็มแรงหลังจากนั้นทุกคนก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย

“ตู้ดดๆๆ..”

เสียงโทรศัพท์ของเภตราดังขึ้นเด็กสาวก็หยิบขึ้นมาดูก็เห็นเป็นเบอร์ของพ่อโชว์อยู่หลังจากท่านออกเดินทางกลับกรุงเทพผ่านไปชั่วโมงกว่า

“ป๊าโทรมาน่ะ ค่ะป๊าถึงไหนแล้วคะ” เสียงหวานใสถามพ่อแล้วยิ้มเธอรู้ว่าท่านเป็นห่วงที่ทิ้งเธอไว้

“สวัสดีครับคุณลูกเฟย์ ผมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจครับตอนนี้คุณธนินท์กับคุณจีสุดาเกิออุบัติเหตุรถชนต้นไม้ที่เขาย้อยและทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังช่วยเหลืออยู่ครับ คุณลูกเฟย์ครับ คุณลูกเฟย์ได้ยินมั้ยครับ” เจ้าหน้าที่ตำรวจพูดยังไม่ทันจบโทรศัพท์ก็ร่วงจากมือของเภตราตกลงไปพื้นรถเขาได้เบอร์โทรมาจากโทรศัพท์ของคนเจ็บในรถจึงโทรหาลูกเฟย์ที่เขาคิดว่าเป็นลูกสาวของผู้ประสบเหตุ

“น้องเฟย์เป็นอะไรครับ”

“แกเป็นอะไรเฟย์” อรนาถามเพื่อนที่หน้าซีดเป็นไก่ต้มตัวเกร็งสั่นเทาเธอจึงก้มเก็บโทรศัพท์ขึ้นมาเพราะอีกฝ่ายยังไม่วางสาย

“สวัสดีค่ะ”

“คุณลูกเฟย์ใช่มั้ยครับ”

“ไม่ใช่ค่ะหนูเป็นเพื่อนเฟย์ค่ะ ไม่ทราบว่ามีอะไรคะ”

“คือคุณธนินท์คุณจีสุดาและคุณนำชัยประสบอุบัติเหตุขับรถชนต้นไม้บนไหล่ทางอาการบาดเจ็บสาหัสตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังช่วยเหลืออยู่ครับ”

“รถชน คะ ค่ะ หนูจะรีบไปค่ะ ที่ไหนคะ”

“ที่เขาย้อยครับ ถ้าหนูมาถึงก็โทรหาผมได้ครับเผื่อเราจะพาคนเจ็บไปโรงพยาบาลก่อน” เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่กล้าบอกญาติคนเจ็บว่าทุกคนไม่น่าจะรอดและคุณหมอก็ยังไม่ฟันธงว่าตายเขาก็พูดไม่ได้

“ขอบคุณค่ะ” อรนาขอบคุณตำรวจปากคอสั่นแต่ยังมีสติก่อนจะวางสาย “พี่โอ้ตไปเขาย้อยด่วนเลยค่ะคุณลุงนินท์กับคุณป้าจีประสบอุบัติเหตุ”

“จริงเหรออุ๋ย น้องเฟย์ทำใจดีๆนะครับคุณลุงนินท์กับคุณป้าจีไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ” อนาวิลหันหัวรถออกถนนใหญ่เพื่อไปเขาย้อยตามที่น้องสาวบอก หลังจากพวกเขากำลังจะไปเที่ยวพระราชวังไกลกังวล

บทก่อนหน้า
บทถัดไป