บทที่ 11 สูญเสีย

เภตรานั่งหลับตาและภาวนาให้พ่อแม่ของเธอปลอดภัยจนเกือบจะถึงสถานที่เกิดเหตุเสียงโทรศัพท์ของทิพพาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบทำให้ทุกคนมองไปที่เธอเป็นตาเดียว

“คุณพ่อโทรมาน่ะ ค่ะคุณพ่อ.”

“ปิ๋มถึงไหนแล้วลูก”

“ใกล้จะถึงแล้วค่ะ แล้วคุณพ่อล่ะคะ”

“พ่อมาถึงที่เกิดเหตุแล้วกำลังจะไปโรงพยาบาล ปิ๋มลุงนินท์กับป้าจีของลูกตายแล้ว” ระสินโทรหาลูกสาวหลังจากเข้ามานั่งในรถและไม่มีใครได้ยิน

“อะไรนะคะคุณพ่อ คุณลุงนินท์กับคุณป้าจีตายแล้วเหรอคะ” ทิพพาพูดเสียงดังด้วยความตกใจและไม่อยากเชื่อว่าลุงป้าจะตาย

“มะ ไม่จริงป๊ากับคุณแม่ต้องไม่เป็นอะไร ไม่เป็นอะไร ไม่เป็นอะไร” เภตราพูดซ้ำๆเธอไม่เชื่อว่าพ่อกับแม่จะตายทั้งที่เพิ่งคุยกันผ่านไปชั่วโมงกว่าเอง

“เฟย์ เฟย์..” อรนาเรียกสติเพื่อนเพราะเธอไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่าที่พ่อแม่ของเพื่อนเสียชีวิตแต่มันไม่ใช่เรื่องที่จะมาพูดเล่นๆ

“แต่พ่อพี่บอกว่าคุณลุงนินท์กับคุณป้าจีตายแล้วจริงๆตอนนี้พ่อพี่กำลังจะไปดูศพที่โรงพยาบาล” ทิพพายืนยันว่าลุงป้าตายจริง

“ไม่จริงพี่ปิ๋มโกหกอาสินโกหกป๊ากับคุณแม่ยังไม่ตาย ท่านยังไม่ตาย กรี้ดดด...” เภตราไม่เชื่อว่าพ่อแม่ของเธอตายและคิดว่าอากับพี่สาวต้องโกหกเธอก่อนจะกรีดร้องเสียงดังลั่นรถ

“น้องเฟย์/เฟย์/น้องเฟย์..”

“พี่โอ้ตทำยังไงดียัยเฟย์หมดสติไปแล้ว” อรนาบอกพี่ชายเสียงสั่นเมื่อเพื่อนรักแน่นิ่งไป

“งั้นไปโรงพยาบาลก่อน” อนาวิลก็เลี้ยวรถไปทางโรงพยาบาลที่เขาขับผ่านมาทั้งที่ใกล้จถึงสถานที่เกิดเหตุแล้วเพื่อพาเภตราไปหาหมอ

“น้องเฟย์คงตกใจเลยเป็นลมน่ะไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะน้องอุ๋ย” ทิพพาเช็ดน้ำตาและบอกเพื่อนน้องสาว

“ยังไงยัยเฟย์ต้องถึงมือหมอก่อนค่ะอุ๋ยถึงจะมั่นใจว่าไม่เป็นอะไรจริงๆ” อรนาพูดด้วยความเป็นห่วงเพื่อนสำหรับเธอกับเภตราไม่ได้เป็นแค่เพื่อนแต่เป็นคนในครอบครัวของกันและกันเพราะเกิดปีเดียวกันเล่นด้วยกันเรียนมาด้วยกันตัวติดกันเป็นตังเม

“ตู้ดดๆๆ..”

“ครับคุณพ่อ”

“โอ้ตถึงไหนแล้วลูก”

“ผมกำลังพาน้องเฟย์ไปโรงพยาบาลครับ เธอรู้ว่าคุณลุงนินท์กับคุณป้าจีเสียชีวิตก็เป็นลมหมดสติครับ” อนาวิลตอบพ่อเสียงสั่นเพราะเขาก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกัน

“งั้นโอ้ตดูแลน้องด้วยนะลูก พ่อจะไปดูที่เกิดเหตุก่อนแล้วจะตามไปอย่าให้ใครทำอะไรหรือเคลื่อนย้ายศพลุงนินท์กับป้าจีนะลูก” ธนาคมสั่งลูกชายเพราะเขาอยากรู้ว่าเพื่อนเกิดอุบัติเหตุเองหรือมีคนจงใจเท่าที่ได้คุยกับเทวินโทรมาบอกว่าเหมือนมีรถหรือคนตัดหน้าเพราะมีรอยเบรกรถเป็นทางยาวจนสุดขอบถนนเขาจึงอยากไปดูให้แน่ใจหากรู้ว่ามีคนจงใจทำให้เพื่อนของเขาตายเขาไม่เอามันไว้แน่

“ครับคุณพ่อผมจะดูแลน้องเฟย์เองครับ” อนาวิลวางสายจากพ่อก็ขับรถไปถึงโรงพยาบาลและส่งตัวเภตาให้คุณหมอดูแลต่อ

“เฟย์จะเป็นอะไรมากมั้ยพี่โอ้ต” อรนากอดแขนพี่ชายแน่นด้วยความเป็นห่วงเพื่อนที่ยังไม่ได้สติ

“น้องเฟย์ถึงมือหมอแล้วไม่เป็นไรหรอกครับ น้องอุ๋ยไปนั่งรอก่อนนะครับเดี๋ยวพี่ไปสอบถามพยาบาลก่อนว่าคุณลุงนินท์กับคุณป้าจีอยู่ที่นี่หรือเปล่า” อนาวิลบอกน้องสาวให้นั่งรอหน้าห้องฉุกเฉิน

“ค่ะพี่โอ้ต” สองพี่น้องมองหน้ากันแล้วอนาวิลก็จะไปถามพยาบาลแต่ได้ยินเสียงดังโวยวายมาจากทางประตูทางเข้าจึงหันไปมองก็เห็นระสินกับพัชรินร้องไห้ส่งเสียงดังตามเจ้าหน้าที่ตำรวจและพยาบาลเข้ามา

“คุณพ่อคุณแม่คะ” ทิพพาวิ่งไปหาพ่อแม่และร้องไห้โหใส่กัน

“คุณคะ เอ่อ เชิญด้านนี้คะ” พยาบาลบอกระสินกับภรรยาและลูกสาวมุมระเบียงเพื่อไม่ให้รบกวนคนไข้รายอื่น

“ผมจะดูศพพี่ชายของผม เขาอยู่ไหนห๊าเขาอยู่ไหน” ระสินโวยวายเสียงดังใส่พยาบาลที่ทำหน้าที่ของเธอและเข้าใจดีว่าญาติคนตายเสียใจ

“คุณอาสินครับ ผมว่าใจเย็นและเบาเสียงลงก่อนนะครับ” อนาวิลยังมีสติดีกว่าระสินที่ร้องโวยวายเสียงดัง

“นายไม่เป็นอานายไม่เข้าใจหรอกโอ้ต อามีพี่ชายคนเดียวแล้วพี่นินท์มาจากไปอาจะทำยังไง” ระสินตอบอนาวิลแสดงความเสียใจอย่างหนักเพื่อให้สมจริง

“ทำไมผมจะไม่เข้าใจครับ คุณลุงนินท์กับคุณป้าจีก็เป็นคนที่ผมรักและเคารพเหมือนพ่อแม่ผมก็เสียใจไม่แพ้คุณอาแต่เราต้องมีสติจะร้องโวยวายไปคุณพยาบาลเขาก็ทำตามหน้าที่ ใจเย็นๆก่อนนะครับ” อนาวิลพูดเตือนสติระสินเขารู้ว่าทุกคนเสียใจแต่เจ้าหน้าที่พยาบาลเขาก็ทำตามหน้าที่ตามขั้นตอน

“โอ้ตคะคุณพ่อคุณแม่ท่านเสียใจมากก็เลยคุมสติไม่อยู่น่ะคะ เดี๋ยวปิ๋มพูดกับท่านเองคุณพ่อคุณแม่คะไปนั่งรอก่อนนะคะ” ทิพพาบอกพ่อกับแม่ของเธอที่ฟูมฟายโวยวายใส่เจ้าหน้าที่พยาบาลมันก็เกินไปจริงๆ

“สินคะไปนั่งรอเถอะคะ” พัชรินก็คิดว่าน่าจะพอได้แล้วเพราะนักข่าวคงได้ข่าวไปเรียบร้อยงานนี้เธอกับสามีสบายตัวความฝันของเธอเป็นจริงแล้วเธอกับสามีจะเป็นเจ้าของศิรานนท์จริงๆ

“พวกคุณไม่เข้าใจไม่มีใครเข้าใจผม” ระสินพูดพึมพำและยอมไปนั่งที่เก้าอี้หน้างห้องฉุกเฉินที่เจ้าหน้าที่กำลังดูแลตกแต่งบาดแผลให้ผู้เสียชีวิตและทำความสะอาดศพให้เหมือนพวกเขายังมีชีวิตอยู่ตามคำขอจากธนาคมที่โทรมาขอร้องและจะบริจาคเงินบำรุงโรงพยาบาล

เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงเภตราก็พื้นขึ้นมาด้วยความมึนงงว่าที่นี่ที่ไหนก่อนจะเห็นพยาบาลยิ้มให้เธอและคิดได้ว่าพ่อแม่ของเธอประสบอุบัติเหตุรถชนแล้วทิพพาบอกว่าพวกท่านเสียชีวิตแล้ว

“ป๊า คุณแม่” เด็กสาวผุดลุกขึ้นมองซ้ายมองขวาหาเพื่อน

“น้องคะเดี๋ยวค่ะ” พยาบาลจับร่างอวบหน้าซีดเซีวไว้เพื่อไม่ให้ลงจากเตียง

“ป๊าคุณแม่อยู่ไหน พี่คะเห็นป๊ากับคุณแม่ของเฟย์มั้ยคะ ฮืออๆๆ..” เภตราถามพยาบาลและเขย่าแขนจนพยาบาลเวียนหัว

“เดี๋ยวค่ะน้องเฟย์ ป๊ากับแม่ของน้องเฟย์ชื่ออะไรคะเดี๋ยวพี่จะไปตามท่านให้” พยาบาลสาวถามคนไข้ที่เป็นลมหมดสติเพิ่งฟื้นก็ถามหาพ่อแม่ทันทีจึงยิ้มให้และพูดปลอบใจ

“ป้านินท์คุณแม่จีค่ะ” เภตราบอกพยาบาลอย่างเลื่อนลอยเพราะทิพพาบอกว่าพ่อแม่ของเธอเสียชีวิตแล้ว มันไม่ใช่เรื่องจริงเธอไม่เชื่อ “ป๊าขาคุณแม่ขา ฮืออๆๆ” เภตราร้องไห้อย่างสะอึกสะอื้นหมดแรงที่จะขยับตัวจึงทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างหมดอาลัยตายอยากในชีวิตเมื่อคิดว่าจะไม่มีพ่อแม่แล้วเธอจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไง

“คุณพยาบาลนำศพคุณธนินท์กับคุณจีสุดาและนายนำชัยไปเก็บรอญาติมารับได้แล้ว” คุณหมอบอกเจ้าหน้าที่พยาบาลให้นำศพทั้งสามไปเก็บรอญาติมารับหลังจากเช็ดเลือดเย็บบาดแผลทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป