บทที่ 15 โลภ
“คุณระสินครับ”
“คุณพันยศครับ”
เสียงผู้บริหารเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมเป็นประธานบริษัทมีสี่คนหลังจากนั้นก็เป็นการโหวตว่าใครจะได้เป็นท่านประธานบริษัทจนกระทั่งผลโหวตออกมาเป็นไปตามคาด
“ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดคือคุณระสิน ศิรานนท์ ท่านประธานบริษัทคนใหม่ของศิรานนท์ แลนด์ แอนด์ ปาร์ค จำกัด (มหาชน)ครับ ของเสียงปรบมือด้วยครับ”
ระสินลุกขึ้นยิ้มโค้งคำนับให้ทุกคนแล้วเดินไปนั่งเก้าอี้ท่านประธานบริษัทวางท่าอย่างสง่าผ่าเผยและตำแหน่งรองประธานบริษัทก็เป็นของพัชรินตามที่พวกเขาได้เป็นไปตามที่เขาวางแผนไว้นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น
เภตรามองทุกคนแสดงความยินดีกับระสินแล้วเด็กสาวคิดว่าเหมือนเป็นการแสดงที่เธอเคยเห็นในหนังในละครอย่างนั้นแหละซึ่งแต่ละคนสวมหน้ากากเข้าหากัน
“น้องเฟย์เห็นแล้วใช่มั้ยว่าทุกคนเขาคิดว่าอาเหมาะสมกับตำแหน่งนี้แทนพี่นินท์” ระสินเดินมาหาหลานสาวที่นั่งอยู่คนเดียวไม่มีใครสนใจแต่พอระสินเดินไปหาทุกคนก็มองลูกสาวของเจ้าของบริษัทที่มีหุ้นในมือถึงหกสิบห้าเปอร์เซ็นต์และสามารถนั่งเก้าอี้ประธานบริษัทได้เลยผิดกับระสินที่มีหุ้นอยู่ห้าเปอร์เซ็นต์เพราะบริษัทนี้ตาของธนินธ์เป็นผู้ก่อตั้งพอแม่ของเขาแต่งงานกับพ่อก็มาช่วยบริหารขยายบริษัทใหญ่ขึ้นและเป็นบริษัทมหาชนในรุ่นของธนินท์แล้วระสินได้หุ้นจากพ่อมาห้าเปอร์เซ็นต์ซึ่งถือว่าเยอะแต่เงินกลับไม่พอใช้ทั้งที่ผลประโยชน์ที่ได้รับนั้นไม่น้อยเลย
“ค่ะ” เภตราตอบสั้นๆมิน่าล่ะคุณลุงคมถึงบอกเธอว่างานนี้ระสินต้องได้เป็นประธานบริษัทซึ่งเธอทำอะไรไม่ได้เลยแต่วันหนึ่งเธอจะกลับมาทวงตำแหน่งของพ่อเธอคืน
“คืนนี้อาจัดเลี้ยงฉลองตำแหน่งที่โรงแรมน้องเฟย์ต้องไปร่วมงานให้ได้นะลูก” ระสินมีความสุขยินดีปรีดาเมื่อได้ตำแหน่งสมใจและจัดเลี้ยงทุกคนที่สนับสนุนเขา
“เชิญอาสินตามสบายค่ะ เฟย์ต้องขอตัวก่อนนะคะ” เภตรามองทุกคนแล้วยกมือไหว้ก่อนจะเดินออกไปจากห้องประชุม
“เดี๋ยวครับหนูเฟย์” ดนัยเดินตามลูกสาวอดีตประธานบริษัทออกไปจากห้องประชุมเพราะเขาไม่ได้เห็นด้วยเลยที่ให้ระสินมาบริหารแต่เขาสู้ไม่ได้
“ค่ะ”
“ลุงจะอยู่รอจนกว่าหนูเฟย์มานั่งตำแหน่งแทนคุณนินท์นะครับ” ดนัยพูดกับเภตราแล้วยิ้ม
“ขอบคุณค่ะ” เภตรายกมือไหว้ดนัย
“ว่าไงคุณดนัย” ธนาคมทักทายดนัยหนึ่งในทีมบริหารและมีหุ้นส่วนในบริษัทเท่ากับระสินและยังเป็นคนดีตรงไปตรงมาเหมาะจะเป็นผู้บริหารมากกว่าระสิน
“ตามคาดครับคุณคม”
“น่าเสียดาย ยังไงก็ช่วยดูด้วยนะคุณดนัย อีกนานากว่าหลานสาวผมจะเรียนจบ” ธนาคมพูดกับดนัยหลังจากเขาขอให้ดนัยลงแข่งกับระสิน
“ครับคุณคม ไว้เรานัดดื่มกาแฟกันผมไปก่อนนะครับ”
“เชิญตามสบายครับ”
เมื่อดนัยเดินผ่านไปแล้วธนาคมกับเภตราก็เดินไปที่ห้องรับรองแขกที่มีจุรีกับรสมาลีนั่งรออยู่และพากันกลับบ้านเพื่อคุยถึงเรื่องบริษัทและเรื่องทรัพย์สินทั้งหมดของเภตราเพื่อจะให้ทนายความของเขามาดูแลทรัพย์สินทั้งหมดแทนทนายคนเก่า
เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนหลังจากที่พ่อแม่จากไปและจุรีก็กลับอเมริกาเพื่อจัดการเรื่องเรียนและเอกสารการเดินทางไปเรียนต่อของหลานสาวซึ่งสามีและลูกชายช่วยจัดการให้และอรนาก็ไปมาหาสู่บ่อยๆส่วนมารีน่าก็กลับสิงคโปร์เพื่อจัดการเรื่องเอกสารไปเรียนต่ออเมริกาพร้อมกับเพื่อนรักทั้งสอง แต่ครอบครัวของระสินกำลังมีความสุขกับตำแหน่งประธานบริษัทและออกงานสังคมเพื่อแนะนำตัวเองว่าเป็นทายาทของศิรานนท์ที่จะดำเนินธุรกิจต่อจากพี่ชายฝ่ายทิพพาก็เปลี่ยนรถใหม่แต่งตัวสวยออกงานและตกลงคบหาเป็นแฟนเป็นข่าวกับอนาวิลว่าทั้งสองครอบครัวจะเป็นทองแผ่นเดียวกันในอนาคตอันใกล้จึงทำให้เธอโด่งดังขึ้นมาทันทีเพราะรู้กันว่าสองตระกูลนี้สนิทกัน
วันนี้เภตราไปจัดการเรื่องเอกสารกับอนาวิลและอรนาที่สถานทูตอเมริกาและแวะไปกินอาหารกลางวันกับป้ารสที่ทำอาหารกลางวันรอเธอก่อนจะกลับบ้านในเวลาสิบสี่นาฬิกาด้วยรถที่บ้านของเพื่อนมาส่ง
“คุณหนูคะทำไมไม่รับโทรศัพท์ล่ะคะ” พวงร้อยรีบเดินออกมาหาเภตราทันทีที่ลงจากรถที่บ้านของธนาคมมาส่ง
“มีอะไรคะน้าร้อย” เภตราถามพี่เลี้ยงที่ทำหน้าที่ดูแลบ้านดูแลเธออย่างดีมาตลอดตั้งแต่พ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่จนพวกท่านจากไปและเป็นกำลังใจให้เธอต่อสู้ต่อไปในอนาคต
“คือ คุณระสินคุณพัชรินคุณปิ๋มขนของเข้ามาอยู่ในบ้านเราค่ะ” พวงร้อยรายงานคุณหนูด้วยความไม่พอใจทั้งที่เธอห้ามแล้วแต่สามคนพ่อแม่ลูกไม่ยอมและให้คนของเขาขนของขึ้นไปอยู่ชั้นบนฝั่งห้องพักแขกซึ่งอยู่คนละฝั่งกับห้องนอนของเจ้าของบ้านที่ยังมีห้องว่างอีกสองห้องเพราะชั้นบนมีแปดห้องนอน
“เราจะทำยังไงดีล่ะคะน้าร้อย” เภตราไม่รู้จะพูดอะไรตั้งแต่วันที่เธอไปร่วมประชุมโหวตประธานบริษัทและไปเก็บอัฐิของพ่อแม่ไปลอยอังคารที่ระยองแล้วเธอก็ไม่ได้เจอระสินกับภรรยาส่วนทิพพาก็เจอบ้าง
“น้าร้อยว่าคุณหนูโทรไปหาคุณจุ๊เธอดีมั้ยคะหรือไม่ก็คุณคมคุณรสคุณจาก็ได้ค่ะ” พวงร้อยบอกคุณหนูที่อยู่ลำพังคนเดียวหากเกิดอะไรขึ้นเธอก็ขอสู้เพื่อปกป้องคุณหนูของด้วยชีวิต
“ไม่เป็นไรค่ะน้าร้อยเดี๋ยวเฟย์จัดการเองดีกว่าค่ะ” เภตรายิ้มให้พี่เลี้ยงมีแค่พวงร้อยกับคนในบ้านเท่านั้นที่ดูแลเป็นกำลังใจให้เธอมาตลอดตั้งแต่พ่อแม่จากไป
“แน่ใจนะคะ”
“ค่ะ”
“ค่ะคุณหนูว่าไงน้าร้อยก็ว่าอย่างนั้นค่ะ” พวงร้อยมองคุณหนูของเธอแล้วยิ้มให้ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านด้วยกัน
“น้องเฟย์กลับมาแล้วเหรอคะ” ทิพพาส่งเสียงหวานถามน้องสาวแล้วยิ้มเมื่อเห็นเภตราเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับพวงร้อยคงรีบไปฟ้องเจ้านายล่ะสิเดี๋ยวเถอะได้กระเด็นออกไปจากบ้านแน่ๆ
“น้องเฟย์มาก็ดีแล้วลูก วันนี้อากับอาพัช พี่ปิ๋มย้ายมาอยู่ในบ้านนี้เพื่อเป็นเพื่อนน้องเฟย์จะได้ดูแลกัน” ระสินยิ้มให้หลานสาว
“ใช่จ้ะ อาเป็นห่วงน้องเฟย์อยู่คนเดียวถึงจะมีคนใช้อยู่ด้วยก็ไม่เหมือนญาติกันหรอกจ้ะ” พัชรินพูดแล้วจิกตาใส่พวงร้อย
“อาสินน่าจะบอกเฟย์ก่อนนะคะ”
“น้องเฟย์ไม่อยู่ให้อาบอกนี่นา อีกอย่างอาบอกคุณร้อยแล้วเธอไม่ได้บอกน้องเฟย์เหรอลูก” ระสินโยนไปให้พวงร้อย
“น้าร้อยบอกเฟย์แล้วค่ะ ที่จริงเฟย์อยู่ได้มีทั้งน้าร้อยและคนในบ้านเยอะแยะตั้งแต่ป๊ากับคุณแม่จากไปเฟย์ก็อยู่มาได้ไม่จำเป็นต้องมีใครมาอยู่เป็นเพื่อนหรอกค่ะ” เธอยังเด็กก็จริงแต่ไม่ได้โง่จนดูไม่ออกว่าอาของเธอต้องการอะไร
