บทที่ 17 เจ้าของบ้านตัวจริง
“เดี๋ยวรอคุยพร้อมลุงคมกับป้ารสนะคะ สงสัยมาแล้วค่ะ”
“เกี่ยวอะไรกับพี่คม” ระสินพูดด้วยความไม่พอใจทันทีเมื่อได้ยินชื่อของธนาคมมายุ่งเกี่ยวเรื่องภายในครอบครัวและยังหาทนายความมาให้เภตราอีกทำให้เขายักยอกทรัพย์สินออกมาไม่ได้
“สวัสดีครับพี่คมพี่รส คุณสานิต” ระสินยกมือไหว้เพื่อนพี่ชายและทนายความ พัชรินกับทิพพาก็ยกมือไหว้ตามระสิน
“สวัสดีทุกคน” ธนาคมมองระสินอย่างรู้ทันแต่เขามายุ่งเกี่ยวมากไม่ได้นอกจากให้ทนายขวางไว้แต่ไม่รู้ว่าจะทำได้นานแค่ไหน
“สวัสดีค่ะคุณลุงคมคุณป้ารส คุณลุงทนาย เชิญนั่งค่ะ” เภตราลุกขึ้นเดินไปไหว้สองสามีภรรยาและทนายความที่รับงานมาจากทนายคนเก่าที่แปรพรรคไปร่วมมือกับระสินยื่นเรื่องต่อศาลขอให้ระสินเป็นผู้จัดการมรดกทำให้ธนาคมกับจุรีตกลงว่าเปลี่ยนทนายความให้หลานสาว
“สวัสดีจ้ะน้องเฟย์” รสมาลีกอดร่างผอมเพรียวของลูกสาวเพื่อนไว้อย่างห่วงใย
“มีอะไรก็พูดเลยน้องเฟย์ เดี๋ยวอาไปประชุมไม่ทัน” ระสินเร่งหลานสาวเขาไม่อยากอยู่คุยกับเพื่อนพี่ชายและทนายเพราะมีชะนักปักหลังอยู่นั่นเอง
“ที่เฟย์นัดทุกคนมาคุยกันวันนี้เรื่องบ้านหลังนี้ค่ะ”
“ทำไมเหรอคะน้องเฟย์” พัชรินถามหลานสาวด้วยความอยากรู้
“คือเฟย์จะให้คุณลุงทนายจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดในบ้านหลังนี้เหมือนเดิมทุกอย่าง น้าร้อยเป็นตัวแทนของเฟย์มีสิทธิ์ทุกอย่างในบ้านจัดการดูแลความเรียบร้อยในระหว่างที่เฟย์ไปเรียนต่อ ส่วนคุณอาสิน คุณอาพัช พี่ปิ๋มก็ต้องจัดการดูแลเรื่องความเป็นอยู่ของตัวเองทั้งหมดและมีสิทธิ์แค่พักอาศัยเท่านั้นและห้ามไปยุ่งเกี่ยวเคลื่อนย้ายสิ่งของในห้องนอนห้องทำงานห้องเก็บเครื่องดื่มของป๊า หวังว่าคุณอาสินคุณอาพัชพี่ปิ๋มจะเข้าใจนะคะ”
“มันจะมากไปแล้วนะน้องเฟย์ อาเป็นน้องของพ่อเธอนะทำแบบนี้ได้ยังไง” ระสินพูดเสียงดังด้วยความไม่พอใจที่หลานสาวพูดเหมือนไล่ครอบครัวของเขาแต่กลับให้แม่บ้านเป็นใหญ่ทั้งที่เขานั่งหัวโด่ทั้งคน
“ไม่มากหรอกนายสิน น้องเฟย์เป็นเจ้าของบ้านมีสิทธิ์เต็มที่จะให้ใครอยู่ใครไป พี่เข้าใจว่านายเป็นห่วงหลานถึงย้ายมาอยู่ด้วยแต่จะมีที่ไหนจะอยู่สบายเหมือนกับบ้านของตัวเองล่ะจริงมั้ย” ธนาคมพูดกับระสินที่หน้าแดงซ่านด้วยความโกรธหลานสาวที่หักหน้าเขากับภรรยาและลูกสาวไหนจะธนาคมที่พูดอย่างรู้ทันเขาอีก
“น้องเฟย์ไปเรียนต่อตั้งหลายปีกว่าจะกลับมา อากับอาสินและพี่ปิ๋มจะช่วยดูแลบ้านให้ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายของครอบครัวอาและคนใช้ของอาก็จะจัดการเองค่ะ” พัชรินรับปากอย่างง่ายดายผิดกับระสินส่วนทิพพาไม่กล้าออกอาการเพราะกลัวพ่อแม่ของแฟนหนุ่มไม่ปลื้ม
“ถ้าคุณอาพัชเข้าใจก็ดีแล้วค่ะ ส่วนเรื่องทรัพย์สินภายในบ้านทั้งหมดเฟย์ขอรบกวนคุณป้ารสกับน้าร้อยและคุณลุงทนายช่วยเช็คอีกทีว่ามีอะไรบ้างและห้ามใครเข้าไปใช้ห้องทำงานห้องนอนและห้องเครื่องดื่มของป๊ากับคุณแม่ด้วยนะคะ เฟย์ขอความเป็นส่วนตัวให้พวกท่านด้วยนะคะ”
“ได้จ้ะน้องเฟย์” ปากก็บอกว่าได้แต่ในใจของพัชรินร้อนเป็นไฟคิดในใจรอให้เภตราไปต่างประเทศเสียก่อนแล้วเธอจะกวาดล้างคนของเภตราออกไปจากบ้านให้หมด
“ขอบคุณค่ะ คุณอาสิน คุณอาพัช พี่ปิ๋ม เฟย์มีเรื่องคุยแค่นี้ค่ะ”
“งั้นผมขอตัวนะครับพี่คมคุณรสคุณสานิต” ระสินลุกขึ้นยกมือไหว้เพื่อนพี่ชายอย่างลวกๆแล้วเดินออกไปจากห้องรับแขกตามด้วยภรรยาและลูกสาว
“เดี๋ยวคนของลุงจะมาติดกล้องวงจรปิดให้นะน้องเฟย์ คุณร้อยก็แจ้งคนในบ้านว่าช่างไฟมาซ่อมไฟในบ้านนะ” ธนาคมบอกหลานสาวแล้วยิ้มให้เขาช่วยเภตราเต็มที่เท่าที่จะช่วยได้
“เฟย์ขอขอบคุณคุณลุงคมกับคุณป้ารสมากนะคะที่ช่วยเฟย์มาตลอด” เด็กสาวยกมือไหว้เพื่อนของพ่อแม่ที่ช่วยเหลืออยู่เคียงเข้าเธอมาตั้งแต่พ่อแม่จากไปจนถึงทุกวันนี้
“งั้นตอนบ่ายป้าจะมารับน้องเฟย์ไปลาป๊ากับคุณแม่นะลูก”
“ค่ะคุณป้ารส”
จากนั้นทุกคนก็คุยกันเรื่องความปลอดภัยของทรัพย์สินภายในบ้านและติดตั้งกล้องวงจรปิดในจุดสำคัญและเรื่องค่าใช้จ่ายภายในบ้านซึ่งทนายความจะจัดการให้เหมือนเดิมและไม่มีการให้ใครออกส่วนคนของระสินก็ต้องจัดการเองรวมถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมดของครอบครัวซึ่งไม่เกี่ยวกับในส่วนของบ้านศิรานนท์จนทุกอย่างเรียบร้อยทำให้เภตราสบายใจ
เวลา20.00น.
เภตรา อรนาและธนาคม รสมาลี เตรียมตัวเข้าเกทเพื่อเดินทางไปเรียนต่อที่อเมริกามีแค่พวงร้อยมาส่งคุณหนูของเธอส่วนระสินกับครอบครัวไปงานเลี้ยงไม่ได้สนใจจะมาส่งหลานสาว
“คุณหนูดูแลตัวเองด้วยนะคะ” พวงร้อยบอกคุณหนูของเธอด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตา
“น้าร้อยก็ดูแลตัวเองนะคะ เฟย์ไปเรียนแป๊บเดียวก็กลับมาแล้วค่ะ” เภตรากอดพี่เลี้ยงของเธอยังไงก็คุยกันทางเฟสได้
“ไม่ต้องห่วงคุณหนูของเธอหรอกคุณร้อย ที่โน่นมีคุณจุ๊อยู่ทั้งคน” ธนาคมพูดกับพวงร้อยเขารู้ว่าเธอเป็นห่วงเภตรา
“ค่ะคุณคม ขอให้เดินทางด้วยความปลอดภัยนะคะ” พวงร้อยเช็ดน้ำตาแล้วยิ้มให้ทุกคน “คุณท่านกับคุณจีปกป้องคุ้มครองคุณหนูและทุกคนให้เดินทางปลอดภัยด้วยนะคะ” เมื่อเภตรากับทุกคนเดินหายเข้าไปในเกทพวงร้อยก็กลับบ้านพร้อมคนขับรถของธนาคมจะไปส่งเธอที่บ้านศิรานนท์
เวลาผ่านไป5ปี
ครอบครัวของระสินก็ยึดบ้านของเภตราได้สำเร็จในปีที่สองหลังจากเภตราไปเรียนต่อและไล่คนใช้ในบ้านออกพร้อมกับพวงร้อยที่ถูกคดียักยอกทรัพย์ทั้งที่ไม่ได้ทำเพราะพัชรินให้คนของเธอจัดฉากเอาทองและเครื่องเพชรของเธอไปซ่อนในห้องพักของพวงร้อยแล้วแจ้งความจับและธนาคมเป็นคนจัดการเรื่องคดีความจนเสร็จเรื่องรสมาลีก็ให้มาทำงานที่มูลนิธิและหาคอนโดให้อยู่ตามที่เภตราขอร้อง ส่วนระสินกับพัชรินก็ครอบครองบ้านของเภตราสำเร็จหลังจากใช้ลายเซ็นปลอมของเภตราจัดการโอนบ้านเป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเองรวมทั้งหุ้นในบริษัทที่ระสินปลอมลายเซ็นของธนินท์ยกหุ้นให้เขาครึ่งหนึ่งแล้วโอนหุ้นที่เหลือทั้งหมดของเภตรามาเป็นของตัวเองจนหมดทำให้เขาร่ำรวยและมีเงินใช้อย่างสุขสบายเป็นนักธุรกิจชื่อดังขึ้นมาแทนที่พี่ชายแม้จะไม่เก่งเท่าธนินท์แต่มีผู้บริหารที่มีความสามารถรองมือรองเท้าทำให้บริษัทไปได้ดีและตอนนี้ลูกสาวคนเดียวก็เรียนจบปริญญาโทจากอังกฤษกลับมาเรียนรู้งานและช่วยงานในบริษัท
“แม่คะคืนนี้ปิ๋มไปดื่มกับเพื่อนนะคะ” ทิพพาบอกกับแม่เพราะมีนัดกับหนุ่มไฮโซชื่อดังที่เจอในงานปาร์ตี้ของพิมประภา
“ปิ๋มจะทำอะไรก็ระวังตัวด้วยนะลูก เราเป็นคนมีหน้ามีตาเกิดเป็นข่าวไปมันจะดูไม่ดีแล้วนี่นายโอ้ตยังไม่กลับมาอีกเหรอลูก” พัชรินถามลูกสาวเพราะทิพพาคบกับอนาวิลและไปเรียนต่อด้วยกันที่อังกฤษแต่ลูกสาวเธอเรียนจบและกลับมาก่อน
“ยังค่ะแม่ โอ้ตเขาอยากหาประสบการณ์ที่โน่นก่อนแม่อย่าถามเลยปิ๋มเบื่อไปอาบน้ำดีกว่าค่ะ” ทิพพาตอบแม่และทำหน้าเบื่อเมื่อพูดถึงอนาวิลที่มีความสัมพันธ์กันตั้งแต่ตกลงเป็นแฟนกันตอนอยู่เมืองไทยแต่พ่อแม่ไม่รู้เพราะทั้งสองจะใช้คอนโดของอนาวิลบ้างของทิพพาบ้างอยู่ด้วยกันก่อนจะไปเรียนต่อที่อังกฤษก็ยังทำเหมือนเดิมเขาเอาอกเอาใจเธอมาตลอดแต่เธอไม่ได้มีเขาคนเดียวและจะอ้างว่าเป็นเพื่อนของเพื่อนในกลุ่มและพูดถึงเรื่องหมั้นเรื่องแต่งงานเมื่อไหร่เขาก็บอกให้รอเพราะเพิ่งเรียนจบขอทำงานก่อนพอเรียนจบทิพพาก็กลับเมืองไทยทันที
