บทที่ 5 ตีสองหน้า
“ลูกเฟย์” จีสุดากางแขนรับร่างเล็กอวบอิ่มของลูกสาวอย่างรักใคร่และคิดถึงมากแม้เธอจะไปเยี่ยมลูกสาวบ่อยๆแต่คนเป็นแม่ก็ทั้งรักและเป็นห่วงลูกสาวคนเดียวแม้จะมีหลานสาวอีกคนคือทิพพา ศิรานนท์ หรือปิ๋มวัย20ปีลูกสาวของระสินกับพัชรินซึ่งระสินเป็นลูกคนละแม่กับธนินท์หรือลูกเมียน้อยที่ไม่เอาถ่านจนกระทั่งแม่ตายจึงมาอยู่ในความดูแลของพ่อ ธนัชมีภาวนาเป็นภรรยาถูกต้องตามกฎหมายที่ร่ำรวยกว่าแต่เขาเทำผิดต่อเธอและภาวนาก็รับได้พอเมียน้อยตายก็ยอมให้ระสินมาอยู่ในบ้านด้วยความสงสารและส่งเสียเลี้ยงดูเหมือนลูกแต่เด็กหนุ่มที่มีบาดแผลในใจอย่างระสินไม่ยอมอยู่ใต้อุ้งมือพี่ชายคนละแม่เพราะทางฝ่ายภาวนาแม่ใหญ่นั้นร่ำรวยเป็นเจ้าของธุรกิจทั้งหมดที่พ่อของเขาบริหารจึงอิจฉาที่พี่ชายที่เกิดมามีพ่อแม่พร้อมหน้าพร้อมตาและยังได้ภรรยาทั้งสวยทั้งรวยอีกเขาจึงแอบแข่งในใจจนกระทั่งเรียนจบปริญญาตรีแล้วเข้าทำงานที่บริษัทมีพี่ชายต่างแม่เป็นผู้บริหารหลังจากที่พ่อเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งและตำแหน่งที่ได้คือพนักงานทั่วไปทั้งที่เป็นลูกเจ้าของบริษัทระสินจึงหาเพื่อนฝูงไว้เผื่อวันหนึ่งเขาขึ้นมาเป็นใหญ่ในบริษัทก็จะมีพรรคพวกมากพอที่จะต่อกรกับพี่ชายก่อนจะได้เลื่อนตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบริหารงานทั่วไปและแต่งงานกับพัชรินลูกสาวผู้บริหารฝ่ายการเงินและมีหุ้นส่วนในบริษัทนิดหน่อยจึงทำให้ระสินรู้เรื่องรายรับรายจ่ายของบริษัทมาตลอดและคบคิดกับพ่อตายักยอกเงินของบริษัททีละเล็กละน้อยมานานแต่ไม่มีใครจับได้เพราะธนินท์ไว้ใจพันยศเห็นเป็นคนเก่าคนแก่และพักหลังมานี้ระสินสนใจงานมากขึ้นเพื่อปิดช่องโหว่ที่เขากับพ่อตาและภรรยายักยอกทรัพย์ของบริษัท
“สวัสดีค่ะคุณป้าจี พี่ปิ๋ม” อรนายกมือไหว้แม่ของเพื่อนและท่านยังเป็นเพื่อนกับพ่อแม่ของเธอด้วย
“สวัสดีจ้ะหนูอุ๋ย เดินทางเป็นยังไงบ้างลูก” จีสุดาถามลูกสาวของเพื่อนที่เดินทางมาพร้อมกับลูกสาวของเธอและบอกว่าจะให้พี่ชายมารับ
“คือดีมากค่ะคุณป้าจีแป๊บเดียวก็ถึงเมืองไทย..”
“ก็แกคุยตั้งแต่สิงคโปร์จนถึงเมืองไทยเลยนี่นา” เภตราว่าเพื่อนที่ชวนคุยจนเพลินมาถึงเมืองไทยอย่างไม่รู้ตัว
“สวัสดีครับคุณป้าจี ปิ๋ม น้องเฟย์ น้องอุ๋ย” หนุ่มตี๋หน้าหล่อใสวัยยี่สิบปีเดินมาหาน้องสาวและเพื่อนของแม่ที่มารับลูกสาวจึงยกมือไหว้ป้าจีและทักทายสาวน้อยเภตราและทิพพาเพื่อนสาวเรียนมหาลัยเดียวกันเป็นดาวคณะบริหารธุรกิจระหว่างประเทศและเขากำลังตามจีบอยู่
“สวัสดีจ้ะตาโอ๊ตมารับหนูอุ๋ยเหรอลูก”
“ครับคุณป้าจี”
“งั้นตามสบายลูก”
“อุ๋ยไปก่อนคะคุณป้าจี พี่ปิ๋ม ไปนะเฟย์คืนนี้อุ๋ยจะโทรหานะ สวัสดีค่ะ”
“ผมขอตัวนะครับคุณป้าจี น้องเฟย์ ปิ๋มสวัสดีครับ” สองพี่น้องไหว้ลาเพื่อนแม่แล้วอนาวิลก็ลากกระเป๋าเดินทางของน้องสาวไปที่ลานจอดรถเพื่อกลับบ้าน
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านจ้ะน้องเฟย์ ” ทิพพาทักทายญาติสาวสวยผู้น้องแล้วยิ้มหวานให้เด็กสาววัยสิบห้ากำลังอวบอิ่มยังไม่โตเต็มวัยหลังจากเพื่อนชายมารับน้องสาวกลับบ้านไปแล้ว
“สวัสดีค่ะพี่ปิ๋มคิดถึงจังเลยค่ะ” เภตราทักทายญาติผู้พี่ที่ตามใจเธอมาตลอดตั้งแต่เด็กและมาห่างกันตอนเธอไปเรียนที่สิงคโปร์เพราะทิพพาเลือกไปเรียนมหาลัยที่เมืองไทยและแก่กว่าเธอห้าปี
“พี่ก็คิดถึงน้องเฟย์ค่ะ ไม่ได้เจอกันแป๊บเดียวน้องเฟย์สวยมากเลยจ้ะ” ทิพพาเอ่ยชมญาติผู้น้องที่เกิดมาทีหลังเธอทั้งที่ตอนแรกเธอเป็นหนึ่งเดียวขวัญใจคนในบ้าน ลุงกับป้าสะใภ้มีลูกยากจึงรักและเอ็นดูเธอมากอยากได้อะไรก็หามาให้พอป้าจีตั้งท้องคนทั้งบ้านก็ดีใจกันมากยกเว้นครอบครัวของเธอที่ไม่ได้ดีใจเลยพ่อของเธอหวังไว้ว่าจะได้ครอบครองธุรกิจทั้งหมดของครอบครัวเพราะพี่ชายไม่มีลูกจึงผิดหวังกันมาก เธอจึงริษยาน้องสาวที่มีแต่คนรักจึงทำดีด้วยมาตั้งแต่เด็กมาจนถึงทุกวันนี้และยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้เภตรา
“พี่ปิ๋มก็พูดเกินไปค่ะ เฟย์อ้วนจะตายแก้มยังกับซาลาเปาสวยไม่ได้ครึ่งเสี้ยวของพี่ปิ๋มเลยค่ะ” เภตรายิ้มให้ญาติผู้พี่เธอไม่กล้าเทียบกับญาติผู้พี่ที่เพียบพร้อมเรื่องความสวยและยังได้เป็นดาวมหาลัยอีกด้วย
“แม่ว่าเรากลับบ้านกันดีกว่าลูกเฟย์เดินทางมาเหนื่อยจะได้พักผ่อนแล้วพี่ปิ๋มก็มีเรียนช่วงบ่ายด้วยลูก” จีสุดาพูดกับลูกสาวและหลานสาวอย่างอ่อนโยน
“ค่ะคุณแม่ งั้นไปกันเลยค่ะที่จริงพี่ปิ๋มไม่ต้องมารับเฟย์ก็ได้ยังไงก็ได้เจอกันที่บ้านค่ะ” เภตราพูดกับญาติสาวที่สละเวลามารับเธอทั้งที่ตัวเองมีเรียน
“น้องเฟย์กลับมาบ้านทั้งทีพี่จะไม่มารับได้ยังไงล่ะจ้ะ คุณป้าจีดีใจแทบแย่ที่รู้ว่าน้องเฟย์กลับมาน่ะ” ทิพพาพูดกับญาติผู้น้องอย่างอ่อนหวาน
“แม่ว่าเรากลับไปคุยกันต่อที่บ้านนะจ้ะลูกเฟย์ ไปเถอะหนูปิ๋ม” จีสุดาบอกลูกสาวกับหลานสาวที่ยืนคุยกันตรงทางเดินที่ผู้คนในสนามบินเดินไปมามากมายและฟังทั้งสองคุยกัน
“จริงด้วยค่ะคุณป้าจี กลับบ้านกันนะคะน้องเฟย์” ทิพพาพูดเสียงหวานยิ้มหวานเอาอกเอาใจป้าสะใภ้และญาติผู้น้องแล้วโอบกอดเภตราเดินไปอย่างรักใคร่
“พอเจอน้องเฟย์แล้วลืมป้าเลยนะหนูปิ๋ม” จีสุดาเห็นพี่น้องรักกันก็ดีใจก็คิดถึงตอนที่ท้องเภตรา ทิพพาร้องไห้โวยวายไม่อยากมีน้องพอเธอคลอดลูก หลานสาวของสามีก็ไม่ชอบลูกสาวของเธอทั้งที่อธิบายให้ฟังแล้วแต่ทิพพาก็หาเรื่องแกล้งน้องจนกระทั่งเธอกับสามีบอกว่าถ้าทิพพาไม่รักน้องพวกเขาก็จะไม่รักทิพพาทำให้หลานสาววัยห้าขวบหลบหน้าหลบตาไม่มาหาเธอเป็นเดือนทั้งที่บ้านอยู่ห่างกันแค่ร้อยเมตรแล้วจู่ๆทิพพาก็มาหาเธอและเล่นกับเภตราเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและยังรักน้องเล่นกับน้องยอมน้องทุกอย่างทำให้เธอกับสามีสบายใจยังไงก็เลี้ยงทิพพามาตั้งแต่เด็กทั้งระสินกับพัชรินก็บอกว่าลูกสาวของเขาแค่น้อยใจกลัวลุงป้าไม่รักจึงทำอะไรแบบเด็กๆที่ไม่รู้ว่าอะไรผิดอะไรถูกหลังจากนั้นทั้งสองก็รักใคร่กันดี
“ใครจะลืมคุณป้าจีกันล่ะคะ ปิ๋มรักคุณป้าจีที่สุดเลยค่ะ” ทิพพาก็คล้องแขนป้าไว้อีกข้างออดอ้อนแล้วเดินไปขึ้นรถเพื่อกลับบ้าน
เมื่อถึงบ้านสามสาวต่างวัยก็เดินเข้าไปในบ้านที่มีธนินท์กับระสินและพัชรินนั่งคุยกันอยู่ในห้องรับแขกหรูหราโอ่อ่าที่ใครๆก็บอกว่าสวยสมกับคฤหาสน์ของมหาเศรษฐีตระกูลเก่า
“สวัสดีค่ะป๊า คุณอาสินคุณอาพัช” เภตรายกมือไหว้พ่อและน้องชายของพ่อกับอาสะใภ้แล้วเดินไปหาพ่อ
“สวัสดีน้องเฟย์/สวัสดีจ้ะน้องเฟย์” ระสินกับพัชรินรับไหว้หลานสาวและยิ้มให้
“ไม่เจอกันแป๊บเดียวหลานสาวอาโตเป็นสาวแล้วนี่นาจริงมั้ยครับพี่นินท์” ระสินพูดกับพี่ชายมองหลานสาวแล้วยิ้มทั้งที่ในใจอยากฆ่าให้ตายด้วยซ้ำเพื่อลูกของเขาจะได้ครอบครองทรัพย์สินทั้งหมดของพี่ชาย เภตราเกิดมาเป็นมารความสุขของลูกเขาทุกอย่างและทำให้ความฝันของเขาพังสลายแต่เขาไม่ยอมแพ้ทำทุกอย่างเพื่อให้พี่ชายต่างแม่ไว้ใจและใช้ลูกสาวเป็นตัวกลางเพราะรู้ว่าพี่ชายรักลูกสาวของเขา
“ป๊าขาเฟย์กลับมาแล้วไม่ดีใจเหรอคะ” เภตราเดินไปนั่งคุกเข่าตรงหน้าพ่อกอดเอวหนาอย่างออดอ้อนเพราะนานๆจะได้เจอท่าน
“ดีใจสิครับ ป๊าขอโทษที่ไม่ได้ไปรับลูกเฟย์นะครับ” ธนินท์ขอโทษลูกสาวสุดที่รักและโอบกอดอย่างรักใคร่ เขาแต่งงานกับภรรยาได้ห้าปีถึงมีลูกสาวเพราะเขาทำแต่งานทำให้ร่างกายไม่สมบูรณ์จึงมีลูกยากกว่าภรรยาจะท้องก็หมดไปเยอะจนท้อแล้วจู่ๆจีสุดาก็ท้องเขาจึงรักลูกสาวมากแล้วเภตราก็เป็นความหวังเดียวของเขาที่จะสานต่อธุรกิจที่กำลังเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
“เฟย์เข้าใจค่ะ ป๊าทำงานเยอะก็ต้องพักผ่อนด้วยนะคะเดี๋ยวเฟย์เรียนจบแล้วจะรีบกลับมาช่วยป๊าค่ะ” เด็กสาวบอกพ่ออย่างจริงจังเธอเห็นท่านทำงานหนักมาตลอดขนาดโทรหาท่านก็ได้คุยกันแป๊บเดียว
“ขอบใจมากลูกเฟย์ ป๊าจะรอนะลูก” คนเป็นพ่อแสนจะปลื้มใจเมื่อลูกสาวคนเดียวก็สนใจงานของครอบครัวที่เขาทำงานหนักเพื่อให้บริษัทมีรากฐานแข็งแรงเนื่องจากมีลูกสาวกลัวจะไปสู้รบปรบมือกับพวกเสือสิงห์ผู้คร่ำหวอดในวงการธุรกิจไม่ไหวและตอนนี้บริษัทมั่นคงเป็นมหาชนมีการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์และบริษัทก็ทำผลกำไรได้มากขึ้นทุกปี
“น้องเฟย์อยากเรียนอะไรล่ะครับ” ระสินถามหลานสาวที่อวบอ้วนสวยสู้ลูกสาวของเขาไม่ได้
