บทที่ 6 คิดไม่ซื่อ
“เฟย์จะเรียนบริหารธุรกิจระหว่างประเทศค่ะอาสิน จะได้มาช่วยงานป๊า” เภตราตอบระสินตามที่เธอคิดไว้แม้จะยากแค่ไหนเธอก็จะพยายยามทำเพื่อพ่อกับแม่เต็มที่ทำเอาคนเป็นพ่อยิ้มแก้มแทบแตกปลื้อมปริ่มใจ
“มันยากมากนะน้องเฟย์ ดูพี่ปิ๋มสิเรียนจนไม่มีเวลาไปเที่ยวไหนเลยว่างเมื่อไหร่ก็ไปเรียนพิเศษเรียนซัมเมอร์ติวกับเพื่อนจนอาแทบไม่ได้เจอพี่เขาเลย” ระสินบอกหลานสาวเพราะเขาเห็นลูกสาวเรียนหนักแทบไม่มีเวลาพัก แต่ความจริงทิพพาไปเรียนพิเศษจริงแต่ไม่ได้ไปเรียนทุกครั้งเธอไปเดินห้างดูหนังกับเพื่อนมากกว่าและไปซัมเมอร์เธอก็เน้นเที่ยวเวลาไปติวเธอก็ไปปาร์ตี้กับเพื่อนซึ่งใช้เป็นข้ออ้างว่าเรียนหนักพ่อแม่ก็เชื่อแล้วเพราะการเรียนก็อยู่ในเกณฑ์ดี
“เฟย์จะพยายามค่ะ ถึงจะเรียนไม่เก่งเฟย์ก็จะเอาปริญญามาฝากพ่อให้ได้ค่ะ” เภตราตั้งมั่นว่าเธอจะตั้งใจเรียนเพื่อให้พ่อภูมิใจในตัวเธอและสามารถช่วยงานของท่านได้
“งั้นอาขอแสดงความยินดีกับน้องเฟย์ล่วงหน้านะครับ พี่นินท์สบายใจได้ว่ายังไงน้องเฟย์ต้องมาสานต่องานของบริษัทแน่นอนครับ” ระสินทำเป็นพูดดีกับพี่ชายที่ทายาทคนเดียวจะสืบสานงานต่อ
"ขอบคุณค่ะคุณอาสิน"
“ขอบใจมากนะลูกเฟย์ที่จะเรียนบริหารเพื่อมาสานต่องานบริษัทของเรา งั้นป๊าว่าเราไปกินข้าวกันดีกว่า คุณร้อยมีอะไรให้ลูกเฟย์ของฉันกินบ้างล่ะ” ธนินท์พูดกับพวงร้อยแม่บ้านและพี่เลี้ยงของลูกสาวยืนยิ้มอยู่ตรงประตูพร้อมเด็กในบ้านหลายคนต่างดีใจเมื่อคุณหนูกลับบ้าน
“คุณท่านก็ให้ร้อยกอดคุณหนูของร้อยก่อนสิคะ” แม่บ้านสาวใหญ่ท้วงเจ้านายที่กอดคุณหนูของเธอไม่ปล่อย
“สวัสดีค่ะน้าร้อยขา เฟย์คิดถึงน้าร้อยที่สุดในโลกค่ะ” เภตราเห็นพี่เลี้ยงก็ลุกไปกอดอย่างรวดเร็วด้วยความคิดถึงเธอรักและนับถือพวงร้อยเหมือนญาติสนิทพวงร้อยเลี้ยงเธอมาตั้งแต่เด็ก
“คุณหนูของน้าร้อย” พวงร้อยกอดคุณหนูของเธอด้วยความรักใคร่เพราะเลี้ยงมาตั้งแต่แรกคลอดเธอเป็นพยาบาลมาก่อนพอจีสุดาท้องธนินท์ก็จ้างเธอมาดูแลภรรยาอย่างใกล้ชิดและพวงร้อยก็ทำหน้าที่ได้ดีทำให้จีสุดาขอให้มาเป็นพี่เลี้ยงของลูกสาวและเธอก็ทำงานมาจนถึงป่านนี้แม้เภตราจะโตแล้ว
“กอดกันเสร็จแล้วก็ไปตั้งโต้ะนะคุณร้อย น้องเฟย์หิวแล้วมั้งตั้งแต่ลงเครื่องมายังไม่ได้กินอะไรเลย” ทิพพาพูดกับแม่บ้านสาวใหญ่อย่างไม่พอใจที่พวงร้อยกระด้างกระเดื่องกับเธอและแม่มาตลอดและรู้ทันเธอ
“ค่ะคุณปิ๋ม”
“ป้าร้อยไม่ต้องรีบหรอกค่ะเฟย์ยังไม่หิว” เภตราพูดกับพี่เลี้ยงอย่างอ่อนหวานด้วยความดีใจที่จะได้กลับบ้านหลังจากไปเรียนตั้งแต่อายุสิบสองจนตอนนี้เธออายุสิบห้าปีได้กลับบ้านเฉพาะช่วงปิดเทอมใหญ่ส่วนเทอมเล็กเธอเลือกเรียนซัมเมอร์พร้อมกับอรนาและมารีน่า เซียนต้า เพื่อนสาวอีกคนเป็นลูกสาวของนายฮองผู้ว่าการธนาคารแห่งสิงค์โปรกับนางลีจงนักธุรกิจหญิงชื่อดังสายเลือดซามูไรเกิดและโตที่สิงค์โปรทำให้มารีน่าเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นกับสิงค์โปรหน้าตาน่ารัก
“น้าให้แม่ครัวเตรียมของโปรดคุณหนูไว้เยอะเลยค่ะ” พวงร้อยบอกคุณหนูของเธออย่างเอ็นดูพอคุณหนูไปเรียนต่อเธอก็ทำหน้าที่แม่บ้านตามที่จีสุดาขอให้เธออยู่ด้วยกันเหมือนญาติไปจนแก่เพราะเธอไม่มีครอบครัวนอกจากพี่ชายที่อยู่หนองคาย
“ก็ได้ค่ะน้าร้อยงั้นเฟย์ขอกินอาหารไทยให้อร่อยก่อนค่ะ” เภตราก็เลือกกินอาหารกลางวันก่อนเพราะพี่เลี้ยงอุตส่าห์จัดเตรียมไว้ให้
“น้าไปจัดการให้คุณหนูก่อนนะคะ ไปเถอะเด็กๆยังไงก็ได้เจอคุณหนูอีกนานกว่าจะเปิดเทอม” พวงร้อยต้อนเด็กในบ้านที่ยืนอยู่หน้าประตูไปเตรียมอาหารกลางวันให้เจ้านาย
“เด็กคนใช้พวกนี้แย่จริงๆไม่มีมารยาทถ้าแขกไปไทยมาจะอายเขาได้นะคะพี่จี” พัชรินพูดกับพี่สะใภ้ของสามีเพราะไม่ชอบสายตารู้ทันของพวงร้อยและไม่อยากมาที่บ้านหลังนี้หากไม่จำเป็น
“ช่างเถอะคุณริน เด็กเขาคงอยากเห็นลูกเฟย์น่ะไปห้องอาหารกันดีกว่าไปค่ะคุณพี่ เชิญค่ะคุณสินคุณริน” จีสุดาตอบน้องสะใภ้เธอรู้ว่าพัชรินไม่ชอบแม่บ้านของเธอแต่มันไม่เกี่ยวกันเพราะอยู่คนละบ้านและพวงร้อยก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีแล้วชวนสามีและครอบครัวของน้องสามีไปกินอาหารกลางวันหลังจากสละเวลามาต้อนรับลูกสาวของเธอ
“ผมว่าพี่นินท์พี่จีต้องปรามเด็กมันไว้บ้างเดี๋ยวจะได้ใจนะครับ” ระสินไม่ชอบที่พวงร้อยกระด้างกระเดื่องกับเขาที่เคยมีปัญหากันมาก่อนสมัยที่พวงร้อยมาดูแลพี่สะใภ้ตอนท้องแล้วเขาจะปล้ำเธอแต่พวงร้อยต่อสู้และพี่สะใภ้มาเจอก่อนจึงทำให้พวงร้อยโกรธเขามาจนถึงป่านนี้
“เรื่องเด็กในบ้านพี่ยกให้คุณร้อยเธอจัดการและท่าผ่านมาก็เรียบร้อยดีจ้ะ ไปจ้ะลูกเฟย์” จีสุดารู้ว่าระสินพูดแขวะพวงร้อยและเธอก็เลือกเข้าข้างคนของเธอมากกว่าเพราะรู้นิสัยของน้องชายสามีดีว่าสมัยก่อนเกเรมากขนาดไหนกว่าจะเป็นคนดีได้แต่ก็ไม่เต็มร้อยยังดีที่ภรรยากับลูกสาวไม่เป็นด้วยแล้วเรื่องที่ระสินจะปล้ำพวงร้อยก็มีแค่เธอกับสามีและพวงร้อยและคนก่อเรื่องเท่านั้นที่รู้ส่วนพัชรินไม่รู้เรื่อง
“ไปค่ะป๊า” เภตราควงแขนพ่อแม่แล้วเดินไปที่ห้องอาหารที่พี่เลี้ยงให้เด็กในบ้านยกมาจัดให้เต็มโต้ะ
“คุณหนูอยากกินอะไรก็บอกน้าร้อยนะคะ” พวงร้อยบอกคุณหนูของเธอที่มองอาหารบนโต้ะตาวาวแล้วยิ้ม
“ขอบคุณค่ะน้าร้อย เฟย์ขอชิมเลยนะคะ” เภตรายิ้มให้ทุกคน
“ลงมือเลยลูกเฟย์ คุณร้อยเธอจัดแต่ของโปรดให้หนูทั้งนั้นเลยลูก” ธนินท์บอกลูกสาวและตักอาหารให้ลูกสาวจนเต็มจานอย่างมีความสุข
“น้องเฟย์กินเยอะๆนะคะ” ทิพพาก็ตักอาหารให้น้องสาวเหมือนรักมากเสียเต็มประดาทั้งที่ทำเพื่อเอาหน้า
“ถ้าเฟย์กินแบบนี้ทุกวันคงอ้วนแย่เลยค่ะพี่ปิ๋ม”
“น้องเฟย์ตัวเล็กนิดเดียว ไม่อ้วนหรอกค่ะ” ทิพพาพูดกับญาติผู้น้องตัวเล็กอวบอิ่มจนเกือยจะอ้วนในความรู้สึกของเธอทั้งที่เภตราแค่อวบอิ่มตามประสาเด็กที่กำลังจะโตเป็นสาวและเริ่มจะรักสวยรักงาม
“เฟย์อยู่ที่โน่นต้องอดอาหารและออกกำลังกายยังเอาไม่อยู่เลยค่ะ ไม่เหมือนพี่ปิ๋มสวยมากขนาดนี้หนุ่มๆคงแย่งกันจีบแน่เลยจริงมั้ยคะอาสินอาริน” เภตรามองพี่สาวคนสวยและเซ็กซี่คงมีหนุ่มมาจีบมากมาย
“ไม่มีหรอกจ้ะน้องเฟย์ ส่วนมากก็มีแต่เพื่อนกันเท่านั้นอีกอย่างพี่อยากเรียนจบไวๆเพื่อมาช่วยงานคุณลุงกับคุณพ่อจ้ะ” ทิพพาตอบญาติผู้น้องที่มีแต่คนรักและเอ็นดูขนาดพ่อแม่ของอนาวิลยังพูดถึงทีกับเธอก็แค่ยิ้มให้เท่านั้น
“กว่าน้องเฟย์จะเรียนจบอีกหลายปียังไงน้องปิ๋มก็เรียนจบก่อนแล้วก็มาช่วยงานพ่อกับลุงนินท์ก่อนก็ได้ลูก” ระสินสนับสนุนลูกสาวให้มาช่วยงานที่บริษัทของพี่ชาย
“พี่เห็นด้วยนะสินแต่ให้หนูปิ๋มเรียนจบปริญญาโทก่อนไม่งั้นจะควบคุมพนักงานในบริษัทไม่ได้” ธนินท์สนับสนุนการเรียนของหลานสาวเพื่ออนาคตจะได้มาช่วยลูกสาวของเขา
“ยัยปิ๋มวางแผนจะไปเรียนต่อที่อเมริกาค่ะพี่นินท์ แต่ว่าค่าใช้จ่ายมันเยอะพัชก็เลยจะให้ลูกไปเรียนที่ญี่ปุ่นค่ะ” พัชรินฉลาดพูดยังไงธนินท์ก็ต้องช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเรียนของลูกสาวเธอ
“เรื่องค่าใช้จ่ายการเรียนของหนูปิ๋มพี่จะจัดการให้อยากเรียนสูงแค่ไหนก็บอกลุงนะลูก” ธนินท์รู้อยู่แล้วว่าน้องชายไม่สามรถส่งลูกสาวไปเรียนต่อต่างประเทศได้เพราะเงินเดือนที่ได้และเงินปันผลก็หมดไปกับการเล่นพนันและเที่ยวดื่มกินคงคิดว่าเขาไม่รู้ที่น้องชายยังไม่เลิกเล่นการพนันและยังเอาสมบัติเก่าที่พ่อและแม่ของเขาแบ่งให้ไปขายและเขาก็รับซื้อคืนทุกชิ้นโดยที่น้องชายและภรรยาลูกสาวไม่รู้ ทุกวันนี้เขาก็ดูแลค่าใช้จ่ายของหลานสาวทุกเดือน
