บทที่ 7 ครอบครัว
“ขอบคุณพี่นินท์กับพี่จีมากครับที่เมตตายัยปิ๋ม ลำพังผมกับพัชคงไม่มีปัญญาส่งลูกเรียนหรอกครับ” ระสินก็รู้ตัวดีว่าเขาไม่สามารถส่งลูกสาวไปเรียนต่างประเทศได้ทุกวันนี้ก็ได้พี่ชายกับพี่สะใภ้จัดการเรื่องค่าใช้จ่ายการเรียนของลูกสาวอยู่ในสังคมเดียวกันและยังซื้อรถให้ขับไปเรียนเมื่อลูกสาวของเขาสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยชื่อดังของเมืองไทยได้
“ยัยปิ๋มเป็นหลานของพี่แกไม่ต้องห่วงยังไงพี่ไม่ทิ้งหลานหรอก” ธนินท์บอกน้องชายยังไงก็เป็นสายเลือดเดียวกันก็ต้องดูแลช่วยเหลือกันไปและทิพพาก็เป็นเด็กดีมาตลอดและยังเรียนเก่งอีกด้วยเขาจึงสนับสนุนให้เรียนเต็มที่จะเรียนสูงแค่ไหนเขาก็จะส่งเสียจนจบ
“ขอบคุณค่ะคุณลุงนินท์ ปิ๋มจะตั้งใจเรียนค่ะ” ทิพพายกมือไหว้ลุงกับป้าอย่างอ่อนหวานทำให้คนมากวัยกว่ายิ้มเพราะลูกกับหลานรักใคร่กันดี
“กินข้าวเถอะลูก ปิ๋มบอกแม่ว่ามีเรียนตอนบ่ายไม่ใช่เหรอลูก” พัชรินบอกลูกสาวเบาๆด้วยความเกรงใจพี่ชายของสามีกับภรรยา
“ค่ะคุณแม่”
จากนั้นทั้งหมดก็กินอาหารกลางวันด้วยกันอิ่มแล้วทิพพาก็ขอตัวไปเรียน ธนินท์ก็เข้าบริษัทพร้อมกับน้องชายน้องสะใภ้ปล่อยให้ภรรยาอยู่กับลูก
“คุณแม่คะเฟย์นัดกับยัยอุ๋ยไว้ว่าพรุ่งนี้จะไปช้อปปิ้งและจะขอไปเที่ยวทะเลด้วยค่ะ” เภตราเก็บเสื้อออกจากกระเป๋าและแยกของฝากให้คนในบ้านจึงขออนุญาตแม่ไว้ก่อนและรอเพื่อนคอนเฟิร์มมาอีกครั้งถึงจะบอกพ่อแม่ได้ว่าเธอจะไปเที่ยวที่ไหนและมีใครไปบ้างแต่ที่แน่ๆมีเธอกับอรนาส่วนมารีน่าบอกว่าจะตามมาเที่ยวเมืองไทยกับเธอด้วยแต่ไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไหร่
“ลูกเฟย์จะไปกับใครบ้างจ้ะ” จีสุดาถามลูกสาวที่เพิ่งกลับมาถึงเมืองไทยแต่จะไปเที่ยวแล้ว
“ไปกับอุ๋ยค่ะแม่แต่มารีนน่าบอกว่าจะมาเที่ยวด้วยแต่เฟย์ไม่แน่ใจว่าจะได้ไปเที่ยวทะเลด้วยกันหรือเปล่าค่ะ” เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามารีน่าจะไปเที่ยวด้วยกันมั้ย อรนาเพิ่งชวนตอนขึ้นเครื่องกลับเมืองไทยนี่เองยังไม่ได้คุยกันเลย
“แต่แม่ว่าลูกเฟย์เพิ่งมาถึงจะไปเที่ยวแล้วเหรอลูกแม่ยังไม่หายคิดถึงลูกเฟย์เลยนะจ้ะ” จีสุดาพูดกับลูกสาวแม้เธอจะไปเยี่ยมลูกสาวบ่อยแต่คนเป็นแม่ก็ทั้งรักและเป็นห่วงลูก
“เฟย์ยังไม่ไปตอนนี้หรอกค่ะแม่ เฟย์ขออนุญาตคุณแม่ไว้ก่อนค่ะ” เภตราบอกแม่อย่างออดอ้อนซึ่งไม่มีเลยสักครั้งที่จีสุดาจะใจแข็งกับลูกได้แล้วที่เธอกับสามียอมให้เภตราไปเรียนต่างประเทศก็เพื่ออนาคตของลูกสาวคนเดียวจะได้กลับมาดูแลสานต่อกิจการของครอบครัว
“ได้จ้ะลูก เดี๋ยวแม่จะบอกคุณพ่อให้ชวนลุงนาทกับป้ารสไปเที่ยวด้วย นานแล้วที่พวกเราไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกันดีมั้ยลูก” จีสุดาพูดกับลูกสาวช่วงนี้งานไม่เยอะและเธอกับเพื่อนไม่ได้ไปเที่ยวกันนานแล้วถือโอกาสที่ลูกสาวของเธอกับลูกสาวของเพื่อนกลับมาเยี่ยมบ้านชวนไปเที่ยวด้วยกัน
“ดีค่ะคุณแม่ เฟย์อยากไปเที่ยวกับคุณพ่อคุณแม่ค่ะ” เภตราตอบแม่ด้วยความดีใจเพราะเธอไม่ได้ไปเที่ยวกับท่านนานแล้ว
“งั้นลูกเฟต์จัดของก่อนนะลูก แม่จะโทรไปคุยกับป้ารสก่อนจะได้เคลียงานไปเที่ยวด้วยกัน” จีสุดาพูดกับลูกสาวอย่างอ่อนโยนแล้วลูบศีรษะเบาๆก่อนจะเดินออกไปจากห้องลูกสาวเพื่อโทรชวนเพื่อนไปเที่ยว
“ดีจังจะได้ไปเที่ยวกับคุณพ่อคุณแม่” เด็กสาวยิ้มอย่างดีใจปกติพ่อแม่ไปหาเธอก็ได้เที่ยวกันแค่สองวันที่เป็นวันหยุดและก็ต้องกลับมาทำงานแล้วเธอก็ต้องเรียนและครั้งนี้พ่อแม่ไปเที่ยวด้วยแค่คิดเธอก็มีความสุขมาก
เวลาผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ที่เภตรากลับมาเมืองไทยและในอาทิตย์ที่สองเธอก็ได้ไปเที่ยวทะเลสมใจเมื่อพ่อแม่เคลียงานไปเที่ยวด้วยกันพร้อมกับครอบครัวของเพื่อนรักที่ไปเที่ยวด้วยกันพร้อมหน้า
“ก๊อกๆๆ..”
“คุณหนูคะ แต่งตัวเสร็จหรือยังคะคุณพ่อคุณแม่ให้น้าร้อยมาตามค่ะ” พวงร้อยเรียกคุณหนูของเธอเพราะเจ้านายทั้งสองและครอบครัวของระสินรออยู่ที่ห้องรับแขก
“เฟย์เสร็จแล้วค่ะน้าร้อย” เด็กสาวเปิดประตูออกมาจากห้องและตอบพี่เลี้ยง “คุณพ่อคุณแม่อยู่ไหนคะน้าร้อย”
“รออยู่ที่ห้องรับแขกค่ะ คุณหนูของน้าร้อยสวยมากเลยค่ะ” พวงร้อยชมคุณหนูของเธอที่ใส่ชุดเอี้ยมยีนส์สีซีดขายาวเสื้อยืดแขนสั้นสีขาวถักเปียเดี่ยวพันรอบศีรษะใบหน้ารูปหัวใจเนียนใสดวงตากลมโตแวววาววิบวับปากนิดจมูกหน่อยสวยน่ารักสมวัย
“อ้วนๆอย่างเฟย์นี่นะคะสวย น้าร้อยพูดผิดแล้วค่ะคนสวยต้องพี่ปิ๋มโน่นค่ะ” เด็กสาวตอบพี่เลี้ยงที่ชมคนผิดเพราะเธออ้วนแก้มอย่างกับซาลาเปาเอวก็ไม่มีขาก็ตันดูสวยตรงไหน
“คุณหนูไม่อ้วนสักหน่อยค่ะ ไม่รู้แหละยังไงคุณหนูของน้าก็สวยกว่าใครค่ะ” พวงร้อยยังยืนยันว่าคุณหนูของเธอสวยที่สุดส่วนลูกสาวของนายระสินหน้าตาก็อย่างนั้นแหละสวยสู้คุณหนูของเธอไม่ได้เวลาอยู่ต่อหน้าเจ้านายทั้งสองแสนจะเรียบร้อยแต่พอลับหลังจิกใช้พวกเธอและดูถูกพวกเธอแต่ไม่มีใครกล้าฟ้องเจ้านายทั้งสองและทิพพาก็มาบ้านนี้บ่อยกว่าระสินกับพัชรินที่นานๆมากินข้าวเย็นบ้าง
“งั้นเรารู้กันสองคนนะคะน้าร้อยว่าเฟย์สวยกว่าใคร คริๆๆ..” เภตราคุยกับพี่เลี้ยงแล้วหัวเราะลงไปหาพ่อแม่และอาที่ห้องรับแขก
“หัวเราะเสียงดังอะไรกันลูกเฟย์” ธนินท์ได้ยินเสียงลูกสาวหัวเราะชอบใจดังมาจากหน้าห้องรับแขกพอโผล่หน้าเข้ามาก็ยิ้มและถามลูกสาวสุดที่รัก
“ไม่มีอะไรค่ะป๊า เราจะไปกันเลยมั้ยคะเฟย์พร้อมแล้วค่ะ” เภตรายิ้มให้ทุกคนอย่างน่ารักแต่ในสายตาของระสินกับพัชรินนั้นมันน่าหมั่นไส้และอยากให้หายไปจากโลกนี้เพื่อให้ลูกของพวกเขาได้ครอบครองทุกอย่าง
“ไปสิลูกเฟย์ป่านนี้หนูอุ๋ยคงไปถึงหัวหินแล้วมั้งลูก” ธนินท์พูดกับลูกสาวอย่างรักใคร่
“เฟย์ไม่ช้านะคะป๊า นี่เห็นมั้ยว่าเฟย์ลงมาตรงเวลาเป้ะเลยค่ะ” เด็กสาวยื่นโทรศัพท์ในมือให้พ่อดูเพื่อยืนยันว่าเธอไม่ได้ตื่นสาย
“อย่ามัวแต่เถียงกันเลยค่ะคุณพี่ จีว่าเราออกเดินทางกันเลยดีกว่าสายกว่านี้อากาศจะร้อนค่ะ” จีสุดาห้ามสองพ่อลูกที่ถกเถียงหยอกเย้ากันแล้วยิ้ม
“งั้นผมขับรถตามรถพี่นินท์ไปนะครับ” ระสินบอกพี่ชายเพราะเขาจะขับรถไปเอง
"ปิ๋มนั่งรถไปกับน้องเฟย์นะคะคุณพ่อคุณแม่” ทิพพาบอกพ่อแม่ของเธอตามที่พวกเขาบอกให้เธอเอาใจญาติผู้น้องเพื่อให้ลุงป้าเอ็นดู
“ดีเลยจ้ะหนูปิ๋ม น้องเฟย์จะได้ไม่เหงา” จีสุดาพูดกับหลานสาวแล้วให้พวงร้อยขึ้นไปนั่งเบาะหลังคนเดียวตามด้วยทิพพา เภตราและเธอกับสามีนั่งเบาะหน้า
“เฟย์ไม่เหงาหรอกค่ะ มีทั้งคุณแม่คุณพ่อและน้าร้อย เฟย์กลัวพี่ปิ๋มจะเบื่อเสียงเฟย์มากกว่าค่ะ” เภตรารู้สึกว่าญาติผู้พี่เปลี่ยนไปบางทีเห็นสายตาของทิพพามองเหมือนไม่พอใจพอเธอมองตรงก็เจอรอยยิ้มจึงไม่แน่ใจว่าทิพพาคิดยังไงกับเธอกันแน่เพราะไม่ได้เจอกันนาน
“พี่จะเบื่อน้องเฟย์ได้ยังไงคะ เราไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกันตั้งนานพอคุณลุงนินท์ชวนพี่ไปเที่ยวกับน้องเฟย์พี่ตกลงทันทีเลยค่ะ” ทิพพายิ้มให้ญาติผู้น้องที่มองเธอแปลกๆจึงเก็บความรู้สึกไว้บางทีเธออาจเผลอแสดงออกไปก็ได้
“นั่นสิคะ เราไม่ได้เที่ยวด้วยกันสามปีได้มั้งคะ” เภตราครุ่นคิดว่าเธอกับญาติสาวผู้พี่ไม่ได้เที่ยวด้วยกันนานแล้วแต่มีเจอกันบ้างตอนเธอกลับมาเยี่ยมบ้านปีละครั้งแม้จะมีเงินมากแต่เธอก็ไม่ได้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเหมือนลูกคนมีเงินทั่วไป
