บทที่ 8 พี่น้องปรองดองกัน

“นานเหมือนกันเนาะ งั้นทริปนี้เราเที่ยวให้เต็มที่เลยดีมั้ยน้องเฟย์พี่เคยมาเที่ยวกับเพื่อนแต่ยังไม่ทั่วหัวหินเลยจ้ะ” ทิพพาพูดกับน้องสาวอย่างอ่อนหวานทั้งที่ในใจหมั่นไส้ที่มีแต่คนเอาใจ

“ดีค่ะพี่ปิ๋ม เฟย์กับยัยอุ๋ยวางแผนไว้แล้วว่าเราจะไปเที่ยวที่ไหนบ้างรับรองว่าป๊ากับคุณแม่และพี่ปิ๋มต้องชอบแน่ๆค่ะ” เด็กสาวยืนยันว่าต้องสนุกแน่ๆ

ธนินท์กับภรรยามองหน้ากันแล้วยิ้มเมื่อได้ยินสองสาวคุยกันเรื่องเที่ยวอย่างสนุกสนานไม่ว่าจะผ่านตรงไหนก็อยากแวะเที่ยวทั้งตลาดน้ำอัมพวา ตลาดน้ำดำเนินสะดวกและอีกหลายที่จนพูดถึงไม่หมดก่อนจะคอพับคออ่อนหลับไปด้วยความง่วง

“ดูลูกเฟย์สิคะคุณพี่กินอิ่มแล้วก็หลับ” จีสุดาพูดถึงลูกสาวอย่างมีความสุขมองร่างอวบปรับเบาะนอนกอดหมอนอิงมีหลานสาวนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่เบาะข้าง

“ลูกเฟย์กำลังโตน่ะคุณจี ปล่อยให้ใช้ชีวิตในวัยเรียนวัยเด็กเต็มที่พอเรียนจบแล้วทำงานก็แทบจะไม่มีเวลาเที่ยวแล้วล่ะ” ธนินท์หันไปมองลูกสาวแล้วยิ้ม

“เรื่องจริงค่ะคุณลุงนินท์ ยิ่งเรียนมหาลัยก็เรียนเยอะแทบไม่มีเวลาไปเที่ยวเลยค่ะ” ทิพพาบอกลุงกับป้าว่าเรียนมหาลัยนั้นหนักกว่าเรียนมัธยมและเธอก็พยายามทำให้ทั้งสองเห็นว่าเก่งพอที่จะช่วยดูแลงานที่บริษัท

“สมัยลุงเรียนก็ไม่เยอะเหมือนสมัยนี้นะบางคนมีเงินยังสามรถซื้อวุฒิการศึกษาได้เลย ดีหน่อยที่เมืองนอกทำไม่ได้แล้วลูกเฟย์ก็ตั้งใจเรียนไม่งั้นลุงต้องหนักใจแน่เลยลูก หนูปิ๋มก็ตั้งใจเรียนนะลูกจะได้มาช่วยงานลุง” ธนินท์พูดกับหลานสาว

“ค่ะคุณลุงปิ๋มจะตั้งใจเรียนค่ะ “ ทิพพาตอบลุงเพราะเธอตั้งใจไว้แล้วจะเป็นผู้บริหารบริษัทศิวานนท์ แลนด์ แอนด์ ปาร์ค จำกัด (มหาชน) ตามที่พ่อได้สัญญาไว้ว่าเธอจะได้เป็นทายาทของศิวานนท์ไม่ใช่เภตรา

ครอบครัวของเภตราใช้เวลาสามชั่วโมงกว่ารถตู้คันใหญ่ก็ถึงโรงแรมหรูของเพื่อนนักธุรกิจที่ธนินท์ให้เลขาจองไว้สำหรับครอบครัวของเขากับเพื่อนรักในวันพักผ่อนที่หาได้ยากกว่าจะมาพร้อมกันได้แบบนี้

“น้องเฟย์คะถึงทะเลแล้วจ้ะ” ทิพพาเรียกน้องสาวเมื่อรถจอดลงหน้าโรงแรมและรถพ่อของเธอก็จอดต่อท้าย

“ถึงแล้วเหรอคะ” เภตราลืมตาตื่นเมื่อได้ยินญาติสาวเรียก

“ใช่จ้ะลูกเฟย์ ป่านนี้หนูอุ๋ยคงถึงแล้วมั้งลูก”

“จริงค่ะคุณแม่ งั้นเฟย์โทรหายัยอุ๋ยก่อนนะคะ” เภตราล้วงโทรศัพท์ของตัวเองออกมาโทรหาเพื่อนที่บอกว่ามาถึงเมื่อชั่วโมงก่อนตอนนี้อยู่ที่ห้องและจะลงมาหาเธอ

“หนูอุ๋ยว่ายังไงจ้ะลูกเฟย์”

“อุ๋ยมาถึงแล้วค่ะคุณแม่และกำลังลงมาหาเฟย์ค่ะ” เภตราตอบแม่แล้วลงจากรถลงไปยืนข้างท่าน

“งั้นไปเช็คอินเถอะลูกเฟย์” ธนินท์พยักหน้าให้พวงร้อยกับนำชัยคนสนิทที่ขับรถและดูแลความปลอดภัยให้จัดการเรื่องกระเป๋าเดินทาง

“ค่ะป๊า ไปค่ะคุณแม่” เด็กสาวคล้องแขนพ่อแม่คนล่ะข้างเดินเข้าไปในโรงแรมหรูเพื่อเช็คอินมีพี่เลี้ยงกับคนสนิทของพ่อดูแลกระเป๋าตามหลังไปพร้อมกับพนักงานที่มาต้อนรับลูกค้าวีไอพีที่เจ้านายสั่งตรงมาว่าบริการให้ดีที่สุดเพราะเป็นเพื่อนกัน

“ คุณกับลูกเข้าไปก่อนผมขอรับโทรศัพท์ก่อน” ระสินบอกภรรยาเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

“ใครโทรมาคะ”

“ไปเช็คอินรอเถอะคุณพัชเดี๋ยวค่อยคุยกัน” ระสินพูดจบก็เดินออกไปหน้าโรงแรมมองซ้ายมองขาวเมื่อไม่เห็นมีใครจึงรับโทรศัพท์

“ฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่าจะโทรหาเอง” หนุ่มใหญ่ตะคอกถามตามสายด้วยความไม่พอใจคนโทรมาตอนนี้เพราะกลัวแผนที่วางไว้จะพัง

“คือว่าตอนนี้รถของผมเสียอยู่ที่ชะอ่ำอาจจะถึงค่ำหน่อยเราคงต้องวางแผนกันใหม่ครับ” เสียงห้าวดุดันดังมาตามสายด้วยความไม่พอใจเช่นกันเมื่อถูกตะคอก

“ทำไมเป็นแบบนี้วะ ก็ได้ๆถ้าพวกแกมาถึงก็โทรหาฉันด้วย” ระสินหัวเสียเมื่อไม่เข้าแผนการที่เขาวางไว้เพราะลูกน้องทำเสียแผนเขาจึงต้องคิดแผนใหม่ก่อนจะวางสายแล้วเดินเข้าไปในโรงแรมสมทบกับพี่ชายและภรรยาที่เช็คอิน

“ยัยเฟย์”

“ยัยอุ๋ย”

สองสาวทักทายกันอย่างดีใจที่ได้เจอกันทั้งที่ห่างกันไม่ถึงสี่วันเลยทำเอาพ่อแม่ของเภตรายิ้มมองสองเพื่อนซี้ดีใจที่ได้เจอกัน

“สวัสดีค่ะคุณลุงนินท์คุณป้าจี คุณอาสิน คุณอาพัชพี่ปิ๋ม” อรนายกมือไหว้พ่อแม่อาและญาติสาวของเพื่อน

“สวัสดีหนูอุ๋ย เอ้ ลุงไม่เจอแค่ไม่กี่เดือนเองสวยขึ้นจนลุงจำไม่ได้แน่ะ” ธนินท์พูดกับลูกสาวของเพื่อนและยิ้มให้หลานสาวคนสวย

“ขอบคุณค่ะคุณลุงนินท์ งั้นอุ๋ยขอตัวยัยเฟย์ไปเล่นน้ำเลยนะคะ” คนอยากเล่นน้ำทะเลขออนุญาตพ่อของเพื่อนเพื่อไปเล่นน้ำทะเล

“ตามสบายเลยลูก เดี๋ยวลุงจะชวนพ่อของหนูไปเล่นด้วย” ธนินท์มองสาวน้อยทั้งสองแล้วยิ้มก่อนจะชวนภรรยาเอาของไปเก็บก่อนแล้วจะโทรหาเพื่อนชวนมาดื่มกาแฟ

“พี่ปิ๋มไปด้วยกันมั้ยคะ” เภตราชวนพี่สาว

“น้องเฟย์ไปกับน้องอุ๋ยเถอะเดี๋ยวเย็นๆพี่จะลงไปเล่นด้วยจ้ะ” ทิพพาปฏิเสธเพราะเธอไม่ชอบอากาศร้อนแสงแดดจ้าแบบนี้กลัวผิวจะเสียและอีกอย่างเธออยากไปเล่นน้ำกับอนาวิลมากกว่าเพราะตอนนี้เขาฮอตที่สุดในมหาลัยและยังเป็นเดือนคณะวิศวะทั้งหล่อเท่เป็นลูกชายนักธุรกิจชื่อดังร่ำรวย

“งั้นไปเปลี่ยนชุดกันก่อนนะเฟย์” อรนาบอกเพื่อนแล้วก็พากันไปห้องพักเพราะเธอกับเภตราพักด้วยกัน

"เดี๋ยวน้าร้อยเอากระเป๋าไปให้นะคะคุณหนู"

"ขอบคุณค่ะน้าร้อย" เภตราเดินไปพร้อมกับเพื่อนมีพวงร้อยลากกระเป๋าเดินตามไปส่งคุณหนูของเธอถึงห้องพักและพวงร้อยก็พักห้องติดกันกับเภตรา

เมื่อเปลี่ยนชุดแล้วทั้งสองก็ลงไปนั่งเล่นชายหาดรอให้แสงแดดอ่อนลงก่อนถึงจะลงเล่นน้ำโดยที่เภตราใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้นส่วนสาวมั่นอย่างอรนาใส่ชุดว่ายน้ำวันพีชแล้วสวมเสื้อตัวยาวทับอีกชั้นหนึ่งนั่งเล่นบนเก้าอี้ชายหาดมีพวงร้อยนั่งเป็นเพื่อนคุณหนูกับเพื่อน

“นั่นพี่ปิ๋มกับพี่โอ้ตนี่” เภตราเห็นพี่ชายของเพื่อนเดินไปออกมาจากโรงแรมด้วยกัน

“อ่อ,พี่โอ้ตบอกว่ากำลังคุยกับพี่ปิ๋มอยู่น่ะแก” พี่ชายบอกว่ากำลังคุยกับทิพพาแต่พ่อกับแม่ของเธอบอกว่าให้คบกันไปก่อนเรียนจบเมื่อไหร่ค่อยคิดเรื่องแต่งงานตอนนี้ยังเด็กอยู่

“ก็เหมาะสมกันดีนะ พี่ปิ๋มก็สวยพี่โอ้ตก็หล่อเนาะแก” เภตราพูดกับเพื่อนแล้วสองสาวก็ยิ้มให้กันและคุยกันถึงเพื่อนรักอีกคนที่จะมาถึงเมืองไทยตอนที่เธอกลับกรุงเทพและพลาดมาเล่นน้ำทะเลแต่คุยกันไว้ว่าก่อนมารีน่ากลับสิงคโปร์จะมาเล่นน้ำที่หัวหินกันอีกครั้ง

ธนินท์กับจีสุดาก็ลงมานั่งดื่มกาแฟกับเพื่อนที่ร้านกาแฟของโรงแรมที่มองเห็นชายหาดเพื่อดูลูกๆเล่นน้ำและคุยกัน

“ฉันได้ข่าวว่านายสินเข้าบ่อนของนายเหว่ยที่เชียงรายนะนินท์เห็นว่าเสียไปเยอะเหมือนกันไหนว่าน้องชายแกเลิกเล่นแล้วไง” ธนาคมบอกเพื่อน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป