บทที่ 1 วิญญาณใหม่ในเกี้ยวแดง
ความรู้สึกแรกที่แล่นปราดเข้ามาในโสตประสาทคือความปวดร้าว...ราวกับศีรษะกำลังจะถูกฉีกกระชากออกเป็นเสี่ยงๆ ตามมาด้วยอาการวิงเวียนคลื่นเหียนที่ตีตื้นขึ้นมาจนถึงลำคอ
‘นี่ฉัน...ยังไม่ตายหรือ?’
เจียงหลีพยายามลืมตาขึ้น แต่กลับพบว่าเบื้องหน้ามืดมิด มีเพียงแสงสว่างรำไรลอดผ่านผืนผ้าสีแดงสดที่คลุมศีรษะอยู่ ร่างกายของนางโคลงเคลงไปมาตามจังหวะการก้าวเดินของผู้แบกหาม เสียงอื้ออึงของเครื่องดนตรีที่แหลมสูงบาดหู ผสมปนเปไปกับเสียงประทัดและเสียงจอแจของผู้คนภายนอก ดึงสติของนางให้กลับมาแจ่มชัดขึ้นทีละน้อย
ไม่ใช่ห้องแล็บวิจัยยา...ไม่ใช่โรงพยาบาล...และไม่ใช่โลกที่นางคุ้นเคย
ทันใดนั้น ความทรงจำสายหนึ่งที่ไม่ใช่ของนาง ก็ไหลบ่าเข้ามาในสมองราวกับเขื่อนแตก ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ฉายชัดราวกับม้วนฟิล์มภาพยนตร์ที่ถูกเร่งความเร็ว ตั้งแต่ภาพเด็กหญิงตัวน้อยที่ร้องไห้กอดศพมารดา ภาพบิดาที่มองมาด้วยสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็ง ไปจนถึงภาพแม่เลี้ยงหน้าเนื้อใจเสือที่คอยกดขี่ข่มเหง
"เจียงหลี" นั่นคือชื่อของเจ้าของร่างนี้ บุตรีสายหลักของจวนอัครมหาเสนาบดี ผู้มีศักดิ์ฐานะสูงส่งแต่กลับไร้ตัวตนยิ่งกว่าสาวใช้ข้างห้อง หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย นางคือแพทย์แผนจีนและนักวิจัยยาพิษมือหนึ่งแห่งศตวรรษที่ 21 ผู้ซึ่งกำลังทดลองวัคซีนตัวใหม่ ก่อนที่ห้องแล็บจะเกิดการระเบิด แต่ทำไมวิญญาณของนางถึงมาติดอยู่ในร่างของสตรีอ่อนแอในยุคโบราณเช่นนี้?
เมื่อสมองเริ่มประมวลผล ชื่อของตัวละครและสถานที่ต่างๆ ที่ผุดขึ้นมาในความทรงจำก็ทำให้นางถึงกับตัวแข็งทื่อ แคว้นต้าเยี่ยน แม่ทัพปีศาจเซียวจิ้น รัชทายาทเซียวอวี้ เจียงโหรว...
"ให้ตายเถอะ...นี่มันนิยายเรื่อง 'ลิขิตรักชายารัชทายาท' ที่เพิ่งอ่านจบไปเมื่ออาทิตย์ก่อนไม่ใช่หรือไง!"
เจียงหลีกัดฟันแน่น ภายใต้ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงฉาน ดวงตาคู่สวยฉายแววตื่นตระหนกแกมโมโห นิยายน้ำเน่าเรื่องนั้น นางจำได้แม่นยำเพราะหงุดหงิดกับความโง่เขลาของตัวละคร 'เจียงหลี' ในเรื่องที่เป็นเพียงตัวประกอบใช้แล้วทิ้ง นางเป็นเพียงบันไดให้ 'เจียงโหรว' น้องสาวต่างมารดาผู้แสนดีจอมปลอม เหยียบย่ำขึ้นสู่ตำแหน่งชายารัชทายาท
และตอนนี้...นางกำลังนั่งอยู่ในเกี้ยวเจ้าสาวเพื่อเข้าพิธีแต่งงาน
แต่ช้าก่อน...ตามเนื้อเรื่องเดิม คนที่ต้องแต่งงานกับ 'ชินอ๋องเซียวจิ้น' ในวันนี้ ควรจะเป็นเจียงโหรวไม่ใช่หรือ? ราชโองการของฮ่องเต้ระบุชัดเจนว่า ต้องการให้บุตรีสกุลเจียงแต่งเข้าจวนอ๋องเพื่อเสริมสิริมงคล ปัดเป่าเคราะห์ร้ายให้แก่ชินอ๋องที่บาดเจ็บสาหัสจากสงคราม
ความทรงจำสุดท้ายของเจ้าของร่างเดิมไขข้อข้องใจทั้งหมด ภาพของบิดาเสนาบดีเจียงที่เรียกนางไปพบกลางดึก พร้อมกับฮูหยินเจียง ซึ่งเป็นอดีตอนุภรรยาที่เลื่อนขั้นขึ้นมาแทนแม่ของนาง ทั้งสองคนมีสีหน้าเคร่งเครียดและบีบคั้น
"หลีเอ๋อร์ พ่อเลี้ยงเจ้ามาจนโต ถึงเวลาที่เจ้าต้องตอบแทนบุญคุณตระกูลแล้ว"
"น้องรองของเจ้าร่างกายอ่อนแอ ขี้โรค หากให้นางแต่งไปดูแลคนพิการอย่างท่านอ๋อง มีหวังนางคงตายภายในสามวัน"
"ราชโองการระบุเพียง 'บุตรสาวสกุลเจียง' ไม่ได้ระบุชื่อ เจ้าเป็นพี่ใหญ่ เสียสละให้น้องหน่อยเถิด"
คำพูดที่ดูดีแต่เนื้อในเน่าเฟะ! แท้จริงแล้ว ใครๆ ในเมืองหลวงต่างก็รู้ดีว่า ชินอ๋องเซียวจิ้น นั้น บัดนี้กลายเป็นคนพิการ ขาซ้ายใช้การไม่ได้จากพิษร้าย ใบหน้าเสียโฉมและที่สำคัญ...อำนาจทหารในมือถูกริบคืนจนเกือบหมดสิ้น กลายเป็นท่านอ๋องตกอับที่รอวันตาย ตระกูลเจียงที่มักใหญ่ใฝ่สูง ย่อมไม่ต้องการให้ 'เจียงโหรว' แก้วตาดวงใจที่ถูกวางตัวไว้ให้รัชทายาท ต้องมาจมปลักอยู่กับเศษซากของอดีตเทพสงคราม
ดังนั้น 'ขยะ' ที่ไร้ค่าอย่างเจียงหลี จึงถูกมัดมือชก โปะยาสลบ แล้วจับยัดใส่เกี้ยวเจ้าสาวมาแทน!
"ช่างเป็นบิดาที่ประเสริฐนัก..." เจียงหลีแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเย็นเยียบผิดวิสัยสตรีในห้องหอ
ตามนิยายเดิมเจียงหลีคนเก่าจะตื่นขึ้นมาโวยวาย ร้องไห้คร่ำครวญ จนทำให้เซียวจิ้นรำคาญและรังเกียจ สุดท้ายนางก็จะถูกทิ้งขว้างให้อยู่ท้ายจวน ตรอมใจตายในเวลาไม่กี่เดือน กลายเป็นเพียงหลุมศพไร้ชื่อให้คนรุ่นหลังสมเพช
‘แต่ขอโทษที...คนที่นั่งอยู่ในเกี้ยวนี้ ไม่ใช่เจียงหลีคนเดิมอีกต่อไปแล้ว’
นางยกมือขึ้นจับชีพจรที่ข้อมือตนเอง...ชีพจรอ่อนเบา ร่างกายนี้ขาดสารอาหารและมีความเครียดสะสม แต่โดยรวมยังถือว่าพอแก้ไขได้ นางเป็นถึงแพทย์มือหนึ่งที่รักษาคนตายให้ฟื้นได้ เรื่องแค่นี้ถือเป็นเรื่องเล็ก
สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือชายที่นางกำลังจะไปหา...เซียวจิ้นในนิยายบรรยายไว้ว่า เขาคืออสูรร้ายที่ฆ่าคนไม่กระพริบตา แม้จะพิการแต่จิตใจโหดเหี้ยมอำมหิต ทว่าในฐานะนักอ่านที่อ่านจนจบ เจียงหลีรู้ความลับข้อหนึ่งที่ไม่มีใครรู้ในตอนนี้
เซียวจิ้นไม่ได้พิการไปตลอด! พิษในร่างของเขา แม้หมอหลวงจะบอกว่าไร้ทางรักษา แต่สำหรับนางผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยาในโลกอนาคต มันก็แค่โจทย์วิจัยที่ท้าทายข้อหนึ่งเท่านั้น และในอนาคตอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ชายผู้นี้จะกลับมาทวงคืนอำนาจ กวาดล้างศัตรูจนราบเป็นหน้ากลอง และกลายเป็นผู้กุมชะตากรรมของแผ่นดินที่แท้จริง
ดวงตาหงส์ภายใต้ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวทอประกายวาววับ ไม่เหลือเค้าความหวาดกลัวแม้แต่น้อย หากนางต้องการมีชีวิตรอดในโลกที่โหดร้ายนี้ หากต้องการแก้แค้นตระกูลเจียงที่ทำกับร่างเดิมไว้เจ็บแสบ จำเป็นต้องมีผู้คุ้มครอง
และผู้คุ้มครองที่ดีที่สุด ก็คือนางพญามัจจุราชที่กำลังหลับใหลผู้นั้น
"เกาะขาทองคำ..." นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ มุมปากยกยิ้มเจ้าเล่ห์ "ในเมื่อพวกเจ้าส่งข้ามาตาย รอดูก็แล้วกันว่าข้าจะเปลี่ยนหลุมศพนี้ให้กลายเป็นบัลลังก์ทองคำได้อย่างไร"
แผนการในหัวของนางเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว หนึ่ง...รักษาขาของเซียวจิ้นให้หาย สอง...ทำให้เขาเชื่อใจและขาดนางไม่ได้ สาม...ยืมดาบของเขา บั่นคอคนที่เคยรังแกนางทีละคน!
ตึง!
เสียงเกี้ยวเจ้าสาวถูกวางลงกระแทกพื้นอย่างแรง จนร่างบางเซถลาไปชนผนังเกี้ยว ไม่มีเสียงประทัดต้อนรับ ไม่มีเสียงแม่สื่อร้องตะโกนให้เจ้าบ่าวมาเตะประตูเกี้ยว บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัดจนน่าขนลุก สัมผัสได้เพียงไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากเบื้องหน้า
"ถึงแล้ว...เชิญพระชายาลงจากเกี้ยว" เสียงทหารยามดังขึ้น ห้วนกระด้างและไร้ความเคารพ ราวกับกำลังพูดกับนักโทษมากกว่าพระชายาเอก
เจียงหลีจัดอาภรณ์ของตนให้เรียบร้อย สูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับอารมณ์ นางรู้ดีว่าทันทีที่ก้าวเท้าออกไป สงครามประสาทระหว่างนางกับสามีอสูรได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว นางไม่ใช่นางเอกดอกบัวขาวที่แสนดี และไม่ใช่นางร้ายโง่เง่าที่กรีดร้องโวยวาย
นางคือเจียงหลี...แพทย์ปีศาจผู้ที่จะมาพลิกชะตาฟ้าลิขิตบทนี้
มือเรียวขาวดุจหยกยื่นออกไปผลักประตูเกี้ยวให้เปิดออก แสงสว่างสาดส่องเข้ามา เผยให้เห็นรองเท้าผ้าปักลายมงคลที่ก้าวลงสู่พื้นดินหน้าจวนอ๋องอย่างมั่นคง
‘เอาล่ะท่านอ๋อง...หมอมาแล้ว เตรียมตัวรับการรักษาหรือยัง?’
