บทที่ 5 พันธมิตรชั่วคราว

ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องหอ 'เรือนเร้นกาย' อีกคำรบ ทว่าครานี้มิใช่ความเงียบที่อัดแน่นด้วยไอสังหารดั่งเช่นกาลก่อน หากแต่เป็นความเงียบสงัดของการชั่งใจ และการหยั่งเชิงระหว่างคนสองคน

เซียวจิ้นนั่งนิ่งขึงอยู่บนรถเข็น ลมหายใจที่เคยหอบกระชั้นจากโทสะเริ่มกลับมาสม่ำเสมอ แต่ดวงตาพยัคฆ์คู่นั้นยังคงจับจ้องสตรีตรงหน้าไม่วางตา ความเจ็บปวดแปลบปลาบที่ขายังคงทิ้งร่องรอยจางๆ เอาไว้ เป็นเครื่องยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่มิใช่ภาพลวงตา

สตรีผู้นี้...นางมีความสามารถจริงดั่งปากว่า แต่นั่นยิ่งทำให้นางดูอันตราย และน่าหวาดระแวงยิ่งขึ้นในสายตาของเขา บุตรสาวขุนนางที่ถูกเลี้ยงดูมาในห้องหอ เหตุใดจึงมีวิชาแพทย์ล้ำเลิศ ที่แม้แต่หมอหลวงยังมิอาจเทียบเคียง?

"ท่านอ๋อง..." เจียงหลีเอ่ยทำลายความเงียบ นางก้าวถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว เพื่อรักษาระยะห่างที่เหมาะสม ท่าทีสง่าผ่าเผยไร้ความเกรงกลัว "ข้ามิได้มีเวลาทั้งคืนที่จะรอท่านตัดสินใจ พิษในกายท่านกำเริบขึ้นทุกวัน หากชักช้าแม้เพียงราตรีเดียว ขาท่านอาจจะหมดทางเยียวยาถาวร"

"เจ้าต้องการอะไร?" เซียวจิ้นถามเสียงต่ำ "คนตระกูลเจียงไม่เคยทำอะไรโดยไร้ผลประโยชน์ เจ้าช่วยข้า...เจ้าหวังสิ่งใด? ตำแหน่งในอนาคตงั้นรึ?"

เจียงหลีหัวเราะเบาๆ ที่ฟังดูแคลนยิ่งนัก "ตำแหน่งที่ต้องแก่งแย่งชิงดี ข้ามิสนหรอกเพคะ" นางส่ายหน้าช้าๆ "สิ่งที่ข้าต้องการมีเพียงสองข้อ"

นางชูนิ้วเรียวขาวขึ้นมาสองนิ้ว "ข้อแรก...ในระหว่างที่ทำการรักษา ข้าต้องการอำนาจในการจัดการจวนอ๋อง และท่านต้องคุ้มครองข้าในฐานะ 'หวางเฟย' อย่าให้ใครหน้าไหนมารังแกข้าได้ ไม่ว่าจะเป็นคนของท่าน หรือคนจากตระกูลเจียง"

เซียวจิ้นหรี่ตาลง "แล้วข้อสอง?"

"ข้อสอง..." แววตาของเจียงหลีทอประกายเด็ดเดี่ยว "เมื่อขารักษาหายดี และท่านทวงคืนอำนาจทหารกลับมาได้แล้ว...ข้าขอให้ท่านมอบ 'หนังสือหย่า' ให้ข้า ปล่อยข้าไปใช้ชีวิตอิสระ ตัดขาดวาสนาต่อกันชั่วนิรันดร์"

คำว่า 'หนังสือหย่า' ทำให้เซียวจิ้นชะงักงัน เขาคาดหวังว่านางจะขอแก้วแหวนเงินทอง หรือขอความรักความโปรดปราน แต่คาดไม่ถึงว่านางจะขอหย่าตั้งแต่คืนเข้าหอ! นี่นาง...รังเกียจเขาถึงเพียงนี้เชียวหรือ? หรือมั่นใจว่าเขาจะไม่มีวันรักนาง?

"เจ้าแน่ใจรึ?" เซียวจิ้นถามย้ำ เสียงเจือแววประชดประชัน "สตรีทั่วหล้าใฝ่ฝันอยากแต่งเข้าจวนอ๋อง แต่เจ้ากลับอยากจะไป?"

"ข้าเป็นหมอ ข้ารู้ดีว่าสิ่งใดเป็นพิษ สิ่งใดเป็นยา" เจียงหลีตอบอย่างชาญฉลาด "การรั้งอยู่ในที่ที่ไม่มีใครต้องการ ก็เหมือนดื่มยาพิษช้าๆ สู้รักษาคนไข้ให้หาย แล้วรับค่ารักษาเป็นอิสรภาพ มิคุ้มค่ากว่าหรือ?"

เซียวจิ้นจ้องมองนางเนิ่นนาน ราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งหัวใจ เขาเกลียดคนตระกูลเจียงเข้ากระดูกดำ แต่เขาก็ไม่อาจปฏิเสธข้อเสนอนี้ได้ ขาของเขาคือเดิมพันที่สูงที่สุดในชีวิต หากกลับมาเดินได้ จะสามารถล้างแค้นทุกคนที่ทำร้ายเขาได้

ความเงียบผ่านไปชั่วอึดใจ ก่อนที่เซียวจิ้นจะแสยะยิ้มออกมา...รอยยิ้มที่งดงามแต่งดงามดุจยาพิษ "ได้ เปิ่นหวางตกลง"

เขาเคลื่อนรถเข็นเข้ามาประชิดนางอย่างรวดเร็ว มือหนาคว้าเข้าที่ปลายคางมนของเจียงหลี บีบแน่นจนนางต้องเงยหน้าขึ้นสบตาเขา "ข้าจะให้ตำแหน่งหวางเฟยแก่เจ้า จะให้เกียรติเจ้า และจะหย่าให้เจ้าเมื่อข้าหายดี..."

น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียมในพริบตา "แต่จงจำใส่หัวไว้...หากตุกติก คิดเล่นลูกไม้ หรือแอบส่งข่าวให้ตระกูลเจียงแม้แต่ครึ่งคำ...ข้าจะไม่ใช้กระบี่สังหารเจ้า แต่ข้าจะใช้มือคู่นี้ 'หักคอ' เจ้าให้ตายคามือ! เข้าใจหรือไม่!"

แรงบีบที่ปลายคางทำให้เจียงหลีรู้สึกเจ็บ แต่นางไม่แสดงสีหน้าเจ็บปวด นางกลับจ้องตาเขาตอบด้วยความแน่วแน่ "เพคะ...ข้าสัญญาด้วยเกียรติของหมอ หากข้าคิดคดทรยศ ขอให้ข้าตายไร้ที่กลบฝัง"

เซียวจิ้นจ้องมองแววตาที่ใสกระจ่างนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสะบัดมือปล่อยนางออกอย่างแรง "ดี...เช่นนั้นก็เริ่มงานของเจ้าเสีย พิสูจน์ให้ข้าเห็นว่าเจ้าไม่ได้มีดีแค่ปาก"

เจียงหลีลูบปลายคางที่ขึ้นรอยแดงจางๆ เล็กน้อย ก่อนจะปรับเปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งขรึม "เชิญท่านอ๋องเสด็จขึ้นเตียงเพคะ"

"ว่าอย่างไรนะ?" เซียวจิ้นเลิกคิ้ว

"ข้าบอกให้ท่านขึ้นเตียง" เจียงหลีย้ำเสียงเรียบ "คืนนี้ข้าจะทำการ 'ฝังเข็มระบายพิษ' รอบแรก ท่านต้องนอนราบ เพื่อให้เลือดลมเดินสะดวก"

นางเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง หยิบกล่องเข็มเงินที่นางซ่อนไว้ในแขนเสื้อ ออกมาวางเรียงอย่างคล่องแคล่ว เซียวจิ้นมองนางด้วยความลังเลใจเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยอมพยุงร่างของตนเองจากรถเข็น ขึ้นไปนอนบนเตียงกว้างอย่างทุลักทุเล เจียงหลีไม่ได้เข้าไปช่วยพยุง เพราะรู้ดีว่าบุรุษทระนงอย่างเขาเกลียดการถูกเวทนาที่สุด

เมื่อเขานอนราบลง เจียงหลีก็ลงมือทันที นางพับขากางเกงของเขาขึ้น เผยให้เห็นท่อนขาที่ขาวซีดและเย็นเฉียบ ปลายนิ้วของนางสัมผัสลงบนผิวเนื้อของเขา ครานี้เซียวจิ้นไม่ได้ปัดป้อง แต่กลับรู้สึกเกร็งไปทั้งตัว สัมผัสของนางอุ่นจัด ตัดกับความเย็นในกายเขาอย่างชัดเจน

"ผ่อนคลายเพคะ หากเกร็งเข็มจะหักคาเนื้อได้" นางดุเบาๆ

จากนั้นเข็มเงินเล่มบางเฉียบก็ถูกปักลงไปตามจุดชีพจรต่างๆ บนขาของเขา จู๋ซานหลี่, ซานอินเจียว, ไท่ซี...ทุกเข็มแม่นยำ รวดเร็ว และมั่นคง ความเจ็บปวดเล็กน้อยแล่นริ้วขึ้นมาในตอนแรก แต่ไม่นานนัก มันกลับกลายเป็นความรู้สึกอุ่นวาบที่แผ่ซ่านไปทั่วท่อนขา ความอบอุ่นที่เขาโหยหามานานนับปี

เซียวจิ้นนอนมองเพดานเตียง ความตึงเครียดและความเจ็บปวดเรื้อรัง ที่กัดกินเขามาตลอดค่อยๆ ทุเลาลง กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเจียงหลีที่นั่งอยู่ข้างเตียง ลอยมาแตะจมูก มันไม่ใช่กลิ่นแป้งหอมฉุนกึก แต่เป็นกลิ่นสะอาดสะอ้านเหมือนใบไผ่หลังฝนตก ทำให้หนังตาของเขาเริ่มหนักอึ้ง

"ท่านหลับเถอะเพคะ...คืนนี้ข้าจะเฝ้าท่านเอง" เสียงหวานใสของนางดังแว่วมาเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาได้ยิน ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะดำดิ่งสู่ห้วงนิทรา...การนอนหลับที่สนิทที่สุดในรอบหนึ่งปี

ยามเหม่า รุ่งอรุณแห่งวันใหม่

แสงตะวันสีทองสาดส่องผ่านหน้าต่างกระดาษสาเข้ามาในห้องหอ ขับไล่ความมืดมิดและไอเย็นแห่งรัตติกาลให้จางหายไป เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นที่หน้าประตูเรือนเร้นกาย พ่อบ้านเฟิงและเสี่ยวชิงสาวใช้คนสนิทของเจียงหลี ยืนรออยู่อย่างกระวนกระวายใจ โดยมีบ่าวไพร่จำนวนหนึ่งแอบชะเง้อมองอยู่ห่างๆ

"พ่อบ้านเฟิง...จะเข้าไปดีหรือ?" เสี่ยวชิงถามเสียงสั่น นางตาบวมเป่งจากการร้องไห้ทั้งคืน กลัวเหลือเกินว่าจะต้องมาเก็บศพคุณหนูของนาง

"เงียบเถอะน่า...ท่านอ๋องตื่นบรรทมยาก หากเข้าไปรบกวนจะโดนสั่งโบยเอาได้" พ่อบ้านเฟิงดุ แต่สีหน้าของเขาเองก็วิตกกังวลไม่แพ้กัน ปกติแล้วท่านอ๋องมักจะตื่นบรรทมกลางดึกเพราะความเจ็บปวด แต่นี่เงียบกริบจนน่าประหลาดใจ

แอ๊ด...

ทันใดนั้นบานประตูห้องหอก็ถูกเปิดออก ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของทุกคน ทำให้พวกเขานิ่งค้างไปราวกับถูกสาป ภายในห้องหอที่เคยหนาวเหน็บ บัดนี้ดูสว่างไสวและอบอุ่น บนเตียงไม้หลังใหญ่...ชินอ๋องเซียวจิ้น บุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเหี้ยมโหดและหลับยาก กำลังนอนหลับสนิท ลมหายใจสม่ำเสมอ ใบหน้าที่เคยขมวดมุ่นด้วยความเจ็บปวดบัดนี้ดูผ่อนคลายราวกับเด็กน้อย ผ้าห่มแพรคลุมกายอย่างเรียบร้อย

และที่โต๊ะน้ำชาข้างหน้าต่าง...เจียงหลีสวมชุดตัวในสีขาวสะอาดตา คลุมทับด้วยเสื้อตัวบาง ผมยาวสลวยถูกปล่อยลงมากลางหลัง นางกำลังนั่งจิบชาร้อนอย่างสบายอารมณ์ ในมือถือตำราแพทย์เล่มเก่า พลางอ่านอย่างตั้งอกตั้งใจ โดยมีเข็มเงินวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะข้างๆ

เมื่อเห็นบ่าวไพร่เปิดประตูเข้ามา เจียงหลีเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมามองเล็กน้อย แล้วยกนิ้วชี้ขึ้นแตะที่ริมฝีปาก "ชู่ว...เบาๆ หน่อย สามีของข้าเพิ่งจะได้หลับสบาย ใครทำเขาตื่น ข้าจะเอาเข็มเย็บปากคนนั้น"

น้ำเสียงของนางราบเรียบ แต่แฝงด้วยอำนาจประหลาดที่ทำให้พ่อบ้านเฟิงต้องรีบก้มหน้าลงโดยอัตโนมัติ เสี่ยวชิงเบิกตากว้าง มองคุณหนูของตนที่ยังมีชีวิตอยู่ครบถ้วนทุกประการแถมดูท่าทางจะเป็น "ฮูหยินใหญ่" ของห้องนี้โดยสมบูรณ์

"คุณหนู...ปลอดภัยดีหรือไม่?"

"ข้าสบายดี" เจียงหลียิ้มบางๆ "เตรียมน้ำอุ่นมาให้ท่านอ๋องล้างหน้า แล้วก็เตรียมสำรับเช้าด้วย...อ้อ เน้นอาหารบำรุงเลือดและย่อยง่าย ท่านอ๋องเสียพลังงานไปมาก"

คำว่า "เสียพลังงานไปมาก" ทำให้เหล่าบ่าวไพร่และสาวใช้ต่างหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ใบหน้าแดงซ่านขึ้นมาทันที จินตนาการของพวกเขาแล่นเตลิดไปไกล...ท่านอ๋องผู้พิการกับเจ้าสาว...ทั้งคืน จนท่านอ๋องหลับสนิทไม่ตื่น...

พ่อบ้านเฟิงลอบมองเจียงหลีด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากความดูแคลนกลายเป็นความยำเกรง "พะย่ะค่ะพระชายา...ข้าน้อยจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้"

เจียงหลีมองตามหลังบ่าวไพร่ที่รีบกุลีกุจอออกไปทำงาน พลางยกชาขึ้นจิบเพื่อซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ‘ข่าวลือแพร่สะพัดแน่คราวนี้...เอาเถอะ ยิ่งคนเข้าใจผิดมากเท่าไหร่ สถานะของข้าก็ยิ่งมั่นคงขึ้นเท่านั้น’

นางหันกลับไปมองบุรุษบนเตียงที่ยังคงหลับไม่รู้เรื่องรู้ราว "ตื่นมาท่านคงตกใจน่าดู...แต่ช่วยไม่ได้นะท่านอ๋อง ใครใช้ให้ท่านหลับลึกเองเล่า"

พันธมิตรชั่วคราวเริ่มต้นขึ้นแล้ว...และดูเหมือนว่าแต้มแรก นางจะเป็นฝ่ายนำ!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป