บทที่ 7 ตอนที่7 การรักษาหรือยั่วยวน

กลิ่นสมุนไพรฉุนจมูกลอยอบอวลไปทั่วเรือนหลังเล็ก ที่แยกตัวออกมาจากเรือนหลัก ไอน้ำร้อนระอุพวยพุ่งขึ้นจากถังไม้จันทน์ขนาดมหึมาที่ตั้งอยู่กลางห้อง ก่อตัวเป็นม่านหมอกสีขาวขุ่นมัว ที่ปกคลุมบรรยากาศโดยรอบให้ดูเลือนรางและลึกลับ

'เรือนวารีบำบัด' แห่งนี้เคยถูกทิ้งร้างมานาน นับตั้งแต่เซียวจิ้นบาดเจ็บกลับมา เขาก็ไม่เคยเหยียบย่างเข้ามาที่นี่อีก เพราะการเปลือยกายแช่น้ำ ย่อมเป็นการเปิดเผยร่างกายที่พิการและเต็มไปด้วยแผลเป็น...สิ่งที่เขาเกลียดชังที่สุด

ทว่าวันนี้จำต้องกลับมาที่นี่อีกครั้ง ตามคำสั่งประกาศิตของ 'หมอหญิง' ผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในจวน

"น้ำสมุนไพรพร้อมแล้วเพคะท่านอ๋อง" เสียงหวานใสทว่าเด็ดขาดดังฝ่าม่านไอน้ำ

เจียงหลีในชุดผ้าฝ้ายสีขาวบางเบา ที่พับแขนเสื้อขึ้นจนถึงข้อศอก ยืนอยู่ข้างถังไม้ ใบหน้าของนางแดงระเรื่อเล็กน้อยจากความร้อนภายในห้อง ทำให้ดูงดงามเย้ายวนผิดตา นางกำลังใช้ไม้พายคนน้ำสีดำสนิทในถังอย่างขะมักเขม้น กลิ่นยาต้มที่โชยออกมานั้นขมปร่าจนแสบจมูก

เซียวจิ้นนั่งอยู่บนรถเข็นที่ขอบสระ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงเล็กน้อย เขามองน้ำสีดำคล้ำในถังด้วยความระแวง "นี่มันน้ำยาอะไร? กลิ่นเหมือนซากศพเน่า"

"อย่าพูดจาอัปมงคลสิเพคะ" เจียงหลีหันมาดุเบาๆ "นี่คือ 'โอสถทลายเหมันต์' ประกอบด้วยสมุนไพรฤทธิ์ร้อนแรงกว่าร้อยชนิด โสมคนพันปี, ขิงแก่, และพิษงูไฟ...มันจะช่วยขยายรูขุมขน และขับไล่ไอเย็นที่ฝังลึกในกระดูกของท่าน"

นางวางไม้พายลง แล้วเดินตรงมาหาเขา หยุดยืนอยู่ตรงหน้า "เอาล่ะ...ถอดเสื้อผ้าออกเพคะ"

"ว่าอย่างไรนะ?" เซียวจิ้นเลิกคิ้วสูง มือที่กำลังจะปลดสายคาดเอวชะงักค้าง

"ข้าบอกให้ท่านถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมด" เจียงหลีย้ำชัดถ้อยชัดคำ "การแช่สมุนไพรต้องให้ตัวยาซึมเข้าสู่ผิวหนังโดยตรง หากใส่กางเกงลงไป ยาจะออกฤทธิ์ไม่เต็มที่...เร็วเข้าสิเพคะ น้ำกำลังได้ที่เดี๋ยวจะเย็นชืดเสียก่อน"

"เจ้า..." เซียวจิ้นกัดฟันกรอด ใบหูเริ่มขึ้นสีแดงจางๆ "เจ้าเป็นสตรีในห้องหอ เหตุใดจึงไร้ยางอายเช่นนี้! จะให้ข้าเปลือยกายต่อหน้าเจ้าหรือ?"

"ข้าเป็นหมอ ท่านเป็นคนไข้ ในสายตาหมอร่างกายมนุษย์ก็เหมือนกันหมด มีแค่เนื้อหนัง กระดูก และเส้นเลือด ไม่เห็นจะมีสิ่งใดน่าอาย" เจียงหลีกอดอกมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย "หรือท่านอ๋องเขินอาย? กลัวข้าจะเห็นอะไรดีๆ งั้นหรือ?"

คำยั่วเย้าของนางได้ผลชะงัด "เหลวไหล! ใครเขินอายกัน!" เซียวจิ้นตวาดกลบเกลื่อนความประหม่า เขาเป็นถึงแม่ทัพผู้เกรียงไกร เคยเปลือยกายอาบน้ำร่วมกับทหารนับหมื่นกลางแม่น้ำ จะมาอายสตรีตัวเล็กๆ แค่นี้ได้อย่างไร?

อ๋องหนุ่มตัดสินใจปลดสายคาดเอวออกอย่างรวดเร็ว สะบัดเสื้อคลุมตัวนอกและเสื้อตัวในทิ้งลงพื้น เผยให้เห็นแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม และรอยแผลเป็นจางๆ จากคมดาบและธนู ร่องรอยแห่งเกียรติยศที่แลกมาด้วยเลือดเนื้อ แม้ช่วงล่างจะลีบเล็กไปบ้างจากพิษร้าย แต่ท่อนบนของเขายังคงความสง่างามดุจรูปสลักหินผา

เจียงหลีลอบมองด้วยความชื่นชมในใจ ‘หุ่นดีใช้ได้...สมกับที่เป็นอดีตแม่ทัพสงคราม’ แต่ภายนอกนางยังคงสีหน้าเรียบเฉย เข้าไปช่วยพยุงเขากึ่งบังคับให้ลงไปในถังไม้

ตูม...

ทันทีที่ร่างกายท่อนล่างสัมผัสกับน้ำสมุนไพร เซียวจิ้นก็กัดฟันแน่น "ร้อน!"

มันไม่ใช่แค่ความร้อนธรรมดา แต่เหมือนมีมดไฟนับพันตัวกำลังกัดกินผิวหนังของเขา ความร้อนแรงของตัวยาแทรกซึมเข้าไปในรูขุมขน ปะทะกับไอเย็นในกระดูก จนเกิดความรู้สึกทรมานคล้ายถูกไฟเผาและน้ำแข็งกัดพร้อมๆ กัน

"อดทนหน่อยเพคะ ความเจ็บปวดคือสัญญาณว่ายากำลังออกฤทธิ์" เจียงหลีกล่าวเสียงนุ่ม นางเดินมาหยุดที่ข้างถังไม้ แล้วถลกแขนเสื้อขึ้นสูงอีกนิด เผยให้เห็นท่อนแขนขาวผ่องดุจหยวกกล้วยตัดกับสีน้ำยาที่ดำสนิท

"ข้าจะช่วยนวดกระ        ตุ้นเส้นลมปราณ เพื่อนำทางตัวยาให้เข้าสู่จุดที่ลึกที่สุด...ท่านอ๋องผ่อนคลายกล้ามเนื้อด้วยเพคะ"

มือเรียวบางจุ่มลงไปในน้ำร้อน สัมผัสลงบนท่อนขาที่แข็งเกร็งของเขา สัมผัสแรกที่ได้รับ...นุ่มนวลและอ่อนโยน ปลายนิ้วของนางกดคลึงไปตามแนวกล้ามเนื้อ นวดเฟ้นด้วยน้ำหนักที่พอดี ไม่หนักจนเจ็บและไม่เบาจนจั๊กจี้ เซียวจิ้นเผลอผ่อนลมหายใจออกมา ความตึงเครียดที่ไหล่ค่อยๆ ลดลง

"เจ้า...มีฝีมือไม่เลว" เขาเอ่ยชมเสียงแผ่ว พยายามไม่มองหน้านาง แต่มองไปยังผนังไม้แทน

"ข้าบอกแล้วว่าข้าเป็นหมอที่เก่งที่สุด" เจียงหลียิ้มมุมปาก นางขยับมือไล่สูงขึ้นมาเรื่อยๆ จากน่อง ขึ้นมาสู่หัวเข่า และ...ต้นขาด้านใน

จุดชีพจรบริเวณต้นขาด้านในนั้น เป็นจุดที่เส้นเลือดใหญ่ไหลผ่าน และเป็นจุดรวมเส้นประสาทที่ไวต่อความรู้สึกที่สุดจุดหนึ่ง เมื่อมือของเจียงหลีสัมผัสโดน เซียวจิ้นก็สะดุ้งเฮือก กล้ามเนื้อขาเกร็งตัวขึ้นมาทันที

"เจ้าจะทำอะไร! ตรงนั้นมัน..."

"ตรงนี้คือเส้นลมปราณ 'ตับ' เพคะ เป็นทางผ่านสำคัญของลมปราณ" เจียงหลีอธิบายด้วยน้ำเสียงวิชาการ แต่น้ำหนักมือของนางกลับเน้นย้ำลงไปที่จุดนั้น วนนิ้วเป็นวงกลมช้าๆ เชื่องช้าและยั่วยวน

ไอร้อนในห้องอบอ้าวจนเหงื่อกาฬไหลซึมตามขมับของเซียวจิ้น กลิ่นหอมของสมุนไพรผสมปนเปกับกลิ่นกายหอมละมุนของเจียงหลีที่ลอยมาแตะจมูก เนื่องจากนางต้องโน้มตัวลงมาใกล้เพื่อออกแรงนวด

เส้นผมสีดำขลับที่หลุดรุ่ยจากมวยผมของนาง ตกลงมาคลอเคลียที่ขอบถังไม้ ใบหน้าของนางอยู่ห่างจากใบหน้าของเขาเพียงคืบเดียว ใกล้จนเขามองเห็นแพขนตาที่เปียกชื้นด้วยไอน้ำ และริมฝีปากสีแดงสดที่เผยอนเล็กน้อยเพราะความเหนื่อย

นางขยับมือสูงขึ้นอีกนิด เฉียดใกล้จุดยุทธภูมิสำคัญของบุรุษเพศอย่างน่าหวาดเสียว เซียวจิ้นรู้สึกเหมือนเลือดในกายกำลังเดือดพล่าน ไม่ใช่เพราะฤทธิ์ยา แต่เพราะสัมผัสของนาง!

"พอ...พอได้แล้ว!" เขาร้องห้ามเสียงแหบพร่า พยายามจะจับมือนางให้หยุด แต่ร่างกายกลับไร้เรี่ยวแรงต้านทาน ราวกับเรี่ยวแรงทั้งหมดถูกดูดกลืนไปกับสัมผัสอันวาบหวามนั้น ความรู้สึกบางอย่างที่เขาคิดว่าตายด้านไปแล้ว ความปรารถนาของบุรุษ เริ่มตื่นตัวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้

เจียงหลีชะงักมือเล็กน้อย แต่ไม่ได้ถอยกลับ นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่สวยฉายแววใสซื่อบริสุทธิ์ราวกับกวางน้อยที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ แต่ลึกลงไปในแววตานั้น เซียวจิ้นสาบานได้ว่าเขาเห็นประกายเจ้าเล่ห์ของปีศาจจิ้งจอก

"ท่านอ๋อง..." นางกระซิบเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นๆ ของนางเป่ารดที่ต้นคอและไหล่เปลือยเปล่าของเขา "ทำหน้าตาบิดเบี้ยวเช่นนั้น...เจ็บหรือไม่?"

นางขยับนิ้วกดเน้นที่จุดต้นขาด้านในอีกครั้ง แช่ค้างไว้ แล้วเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาที่ท้าทาย "หรือว่า...รู้สึกดี?"

เหมือนระเบิดลงกลางหัวใจ เซียวจิ้นหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูและลำคอ ความร้อนวูบวาบแล่นปราดไปทั่วร่าง

สตรีผู้นี้! นางจงใจยั่วยวนเขาชัดๆ!

เขาอยากจะผลักนางออก อยากจะตะโกนด่านางว่าไร้ยางอาย แต่ปากกลับหนักอึ้งและร่างกายส่วนล่างที่เคยตายด้าน กลับตอบสนองต่อสัมผัสของนางอย่างน่าไม่อาย

"เจียง...หลี” เขากัดฟันเรียกชื่อนาง เสียงลอดไรฟัน "เจ้ากำลังเล่นกับไฟ..."

"ไฟย่อมดีกว่าน้ำมิใช่หรือเพคะ?" เจียงหลีตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน นางค่อยๆ ถอนมือออกจากต้นขาของเขาอย่างอ้อยอิ่ง ทิ้งสัมผัสร้อนผ่าวไว้ให้เขาดูต่างหน้า "ดูเหมือนว่าเลือดลมของท่านจะเดินดีเกินคาด การตอบสนองไวเช่นนี้ แสดงว่าการรักษาได้ผลดีเยี่ยม"

นางยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดมืออย่างใจเย็น ทิ้งให้เซียวจิ้นนั่งหอบหายใจหนักหน่วงอยู่ในถังน้ำ พยายามข่มกลั้นอารมณ์ดิบเถื่อนที่พุ่งพล่าน

เขาเกลียดนาง แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าร่างกายโหยหาสัมผัสจากหญิงแพศยาผู้นี้อย่างรุนแรง

"แช่ต่อไปอีกครึ่งชั่วยามนะเพคะ ห้ามลุกขึ้นมาก่อนเวลาอันควร" เจียงหลีสั่งทิ้งท้าย ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไปพร้อมรอยยิ้มมุมปาก "ข้าจะไปเตรียมยาต้ม...หวังว่าท่านอ๋องจะ 'สงบสติอารมณ์' ได้ทันเวลานะเพคะ"

ประตูไม้ปิดลง เหลือเพียงเซียวจิ้นที่นั่งหน้าแดงก่ำอยู่ในความเงียบ เขาวักน้ำขึ้นมาลูบหน้าแรงๆ เพื่อเรียกสติ "นางจิ้งจอก..." เขาสบถพึมพำกับตัวเอง มือหนากำขอบถังไม้แน่นจนเกร็ง "ฝากไว้ก่อนเถอะ หายดีเมื่อไหร่ ข้าจะเอาคืนให้สาสม!"

ความสับสนตีรวนในอก ความเกลียดชังยังคงอยู่ แต่ความปรารถนาที่ถูกปลุกขึ้นมานั้น ร้อนแรงยิ่งกว่าไฟในถังยาเสียอีก และที่น่าเจ็บใจที่สุด

คือรู้ตัวว่า...เริ่มเสพติดสัมผัสของนางเสียแล้ว!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป