บทที่ 7 ไม่อาจเลี่ยงได้

บทที่ 7

ไม่อาจเลี่ยงได้

โจวหยางหลงรู้ดีว่าหลินซูหนานมีสติปัญญา และความเฉลียวฉลาดที่ไม่สามารถมองข้ามได้ แม้เขาจะมีอำนาจในการควบคุมสถานการณ์และอาจจะใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้นางรายงานต่อฮ่องเต้

แต่เขาเชื่อว่านางยังมีวิธีอื่นที่จะสามารถทำได้ เขารู้ดีว่าการข่มขู่หรือกดดันนางเวลานี้ อาจไม่เป็นผลดีต่อตนเอง จึงต้องยอมรับข้อเสนอของนางไว้ก่อน เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงความยุ่งยากที่อาจเกิดขึ้น

“ได้ ข้าจะไม่แต่งตั้งชายารอง หรือใครอื่นเข้ามาเทียบเทียมเจ้า”

โจวหยางหลงตอบด้วยความไม่เต็มใจ และมีท่าทีกดดันอย่างเห็นได้ชัด ความจริงแล้วเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะทำตามสัญญาเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่ตอบรับเพื่อให้เรื่องมันผ่านเลยไปก่อนเท่านั้น

หลินซูหนานรู้ว่าคำตอบขององค์รัชทายาทนั้นไม่ได้สะท้อนถึงความเต็มใจที่จะปฏิบัติตามคำสัญญาอย่างแท้จริง แต่การที่เขายอมรับข้อเสนอของนาง ก็ยังถือเป็นชัยชนะที่สำคัญ

นางรู้ว่าการต่อรองครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเผชิญหน้ากับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่กว่าในอนาคต แล้วหากถามว่าเหตุใดนางถึงไม่นำเรื่องนี้ไปกราบทูลฮ่องเต้ในยามนี้ นั่นก็เพราะรู้ดีว่าฮ่องเต้จะทรงไม่เปลี่ยนพระทัยในเรื่องสมรสของนางอย่างแน่นอน ดีไม่ดีฝ่าบาทอาจจะไม่ทรงเชื่อ แล้วตระกูลหลินของนางอาจจะเกิดเรื่องไปด้วย

“เช่นนั้น วันนี้หม่อมฉันขอทูลลาเพคะ”

เมื่อจบเรื่องแล้ว หลินซูหนานก็กล่าวคำลา แล้วเดินออกจากวังบูรพาด้วยสีหน้าที่สว่างไสวขึ้นเล็กน้อย

หลังจากการเจรจาที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและความกังวลใจจบลง นางรู้สึกว่าตนเองสามารถรักษาศักดิ์ศรีและความต้องการของตนเองได้สำเร็จ ความหวังที่นางได้รับในวันนี้ ทำให้นางรู้สึกว่าน่ามีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ที่อาจจะเป็นสิ่งที่ดีในภายภาคหน้า

ในขณะเดียวกันนั้นเอง โจวหยางหลงก็เตรียมแผนการที่ซับซ้อนเอาไว้แล้ว เขาตั้งใจที่จะใช้การแต่งงานครั้งนี้เพื่อบรรลุเป้าหมายส่วนตัวของตน และเมื่อไรที่หลินซูหนานแต่งเข้าวังบูรพาแล้ว เขาจะจัดการกับนางตามที่ได้วางแผนไว้ ขอเพียงแค่ตอนนี้นางตอบรับการแต่งงานเป็นพอ

“หึ! อย่าคิดว่าเจ้าจะเอาชนะข้าได้ รอให้งานสมรสพระราชทานผ่านไปก่อนเถอะ เจ้าจะรู้จักข้ามากกว่านี้ หลินซูหนาน” โจวหยางหลงเอ่ยออกมาอย่างอาฆาตและมุ่งร้ายคนที่เดินจากไป

สุดท้ายแล้วหลินซูหนานก็ต้องแต่งเข้าวังบูรพาในฐานะพระชายาเอกขององค์รัชทายาทโจวหยางหลง แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความกังวลและความไม่พอใจ แต่หน้าที่ของนางในฐานะสตรีจากสกุลหลิน ทำให้ไม่สามารถล้มเลิกความรับผิดชอบที่มีได้

นางทำหน้าที่พระชายาเอกได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีข้อบกพร่องเลยแม้แต่น้อย ทุกอย่างที่นางทำล้วนมีเป้าหมายทั้งสิ้น นั่นก็เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของสกุลหลินเอาไว้

วันนี้เป็นวันก่อนวันฉูซี หลินซูหนานมีหน้าที่สำคัญในการจัดเตรียมของขวัญสำหรับตำหนักต่าง ๆ ในวังหลวง นางตั้งใจเตรียมของขวัญอย่างดี เลือกทุกชิ้นด้วยมือของนางเอง เพื่อให้เหล่าเหนียงเหนียงในวังพึงพอใจมากที่สุด

ภายในห้องโถงใหญ่ นางกำนัลหลายคนกำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมของขวัญตามคำสั่งของหลินซูหนาน นางกำนัลเหล่านี้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและมีระเบียบ สมกับที่ได้ถูกอบรมมาจากหมัวมัวที่เข้มงวด

“ผิงเอ๋อร์ นำผ้าไหมเหล่านี้ไปจัดเรียงให้เรียบร้อย และตรวจสอบว่ามีความเสียหายหรือไม่” หลินซูหนานสั่งด้วยเสียงที่นุ่มนวลแต่เฉียบขาด

“เพคะ พระชายา” ผิงเอ๋อร์ตอบรับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะนำผ้าไหมที่ถูกพับไว้อย่างประณีตไปตรวจสอบ

“หลิงหยา เจ้านำชาดหอมนี้ไปบรรจุใส่กล่องให้เรียบร้อย”

“เพคะ พระชายา” หลิงหยารีบทำตามคำสั่งโดยไม่รอช้า นางนำชาดหอมที่คัดเลือกมาอย่างดีบรรจุใส่กล่องไม้สวยงาม

หลินซูหนานมองดูการทำงานของนางกำนัลทุกคนด้วยความพึงพอใจ ทุกคนต่างทำงานกันอย่างขยันขันแข็งและทุ่มเท

ในระหว่างการจัดเตรียมของขวัญ หลินซูหนานเดินตรวจสอบความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย นางหยิบของขวัญแต่ละชิ้นขึ้นมาดูด้วยความพิถีพิถัน ใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างจะออกมาดีที่สุด

“ทุกอย่างดูเรียบร้อยดี ขอบใจพวกเจ้าทุกคนมากที่ช่วยกันทำงานจนสำเร็จลุล่วง”

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยหลินซูหนานจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง

นางกำนัลทุกคนต่างยิ้มและโค้งคำนับ

“เป็นเกียรติของพวกเราที่ได้ทำงานให้กับพระชายาเพคะ”

ทว่าเพียงไม่กี่เดือนที่ผ่านไป ความหวังที่หลินซูหนานได้รับจากการแต่งเข้าวังบูรพาในฐานะพระชายาเอก กลับกลายเป็นความผิดหวังครั้งใหญ่ เมื่อองค์รัชทายาทกลับลืมสัจจะที่ให้ไว้กับนาง และได้แต่งตั้งบุตรสาวของเสนาบดีฝ่ายเหนือผู้นั้นขึ้นเป็นชายารอง โดยให้เหตุผลว่าสตรีนางนั้นตั้งครรภ์แล้ว ข่าวนี้เป็นดั่งสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจนาง

วันหนึ่งขณะที่นางนั่งอยู่ภายในห้องโถงใหญ่ของวังบูรพา หลินซูหนานต้องรับการคำนับจากหวังจื่อรั่ว ชายารองผู้มาใหม่ นางสวมชุดที่หรูหราและมีสีสันสดใส แสดงถึงสถานะใหม่ของนางในวังหลวง ความเจ็บปวดในใจที่มีเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่สายตาของนางสบกับสายตาของหวังจื่อรั่วที่มองมาอย่างถือดี

ยามนี้ชายาเอกอย่างนางนั่งอยู่ท่ามกลางนางกำนัลที่

รายล้อม นางรักษาท่าทีและใบหน้าที่เย็นชา โดยไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ ออกมา แม้ในใจจะปวดร้าวราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาขย้ำจนแหลกเหลว

หวังจื่อรั่วเดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับคำนับหลินซูหนานอย่างอ่อนน้อม

“จื่อรั่วคำนับพระชายาเพคะ”

หลินซูหนานพยักหน้าเล็กน้อย เพียงเพื่อแสดงการยอมรับ นางไม่เอ่ยคำใดออกมา ความเงียบนี้เป็นการตอบสนองที่ดีที่สุดที่นางสามารถทำได้ในเวลานี้

หวังจื่อรั่วยืนขึ้นและกล่าวด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความสุข

“หม่อมฉันต้องขอบคุณพระชายาเพคะ ที่ให้เกียรติหม่อมฉันได้มาเป็นส่วนหนึ่งของวังบูรพา หม่อมฉันสัญญาว่าจะทำหน้าที่ของชายารองให้ดีที่สุด เพื่อรับใช้องค์รัชทายาท และเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของพระชายาเพคะ”

เพียงฟังก็รู้ว่าคำกล่าวของหวังจื่อรั่วเป็นการเสียดสีนาง แม้จะรู้ว่านั่นอาจไม่ใช่เจตนาจริง ๆ ของอีกฝ่าย แต่ความรู้สึกนั้นก็ยังคงอยู่ นางพยักหน้าอีกครั้ง ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“เปิ่นกงหวังว่าเจ้าจะทำหน้าที่ของเจ้าให้ดีที่สุด เปิ่นกงเองก็จะทำหน้าที่ของเปิ่นกงเช่นกันเช่นกัน ไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใดมาแบ่งเบาไปหรอก”

“เช่นนั้น หม่อมฉันขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะเพคะ บุตรในครรภ์ของหม่อมฉันช่างร้ายกาจนัก ทำหม่อมฉันอ่อนเพลียทั้งวัน”

เมื่อได้ยินอย่างนั้นหวังจื่อรั่วก็เอ่ยขอตัวออกมาอย่างนอบน้อม แต่ไม่วายเสียดสีด้วยการยกบุตรในครรภ์ขึ้นมากล่าวอ้าง หลังจากการคำนับเสร็จสิ้นหวังจื่อรั่วก็เดินออกไป

หลินซูหนานนั่งอยู่ที่นั่นพร้อมกับความคิดที่หมุนเวียนในหัว นางรู้สึกว่าความฝันและความหวังของนางถูกทำลายลงอย่างไม่มีทางย้อนกลับมา นางได้พยายามทำทุกอย่างเพื่อรักษาศักดิ์ศรีและเกียรติของสกุลหลินอย่างสุดทางแล้ว แต่สิ่งที่นางได้รับกลับเป็นเพียงความเจ็บปวดและความผิดหวัง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป